หน้าแรก คอลัมนิสต์ มุมมองการวินิ...

มุมมองการวินิจฉัย กรณีพิพาทฟิลิปปินส์-จีน โดย ทิวสน

12.08.16 | 11:00 น.

ประเทศฟิลิปปินส์มีกรณีพิพาท ทะเลจีนใต้กับประเทศจีน ประเทศฟิลิปปินส์โดยรัฐบาลเบนิกโน อาคีโน ได้ยกปัญหาขึ้นสู่ศาลอนุญาโตตุลาการ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยลำพังแต่ฝ่ายเดียว เมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ.2013 โดยที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประกาศไม่รับและไม่เข้าร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2013

โดยหลักการแล้ว การอนุญาโตตุลาการต้องเป็นไปตามความสมัครใจของคู่กรณี คือทั้งสองฝ่ายสมัครใจยินยอมที่จะยกปัญหากรณีพิพาทขึ้นสู่การอนุญาโตตุลาการด้วยกัน ซึ่งเป็นเสรีภาพของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย

ความสมัครใจนี้ต้องเป็นความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ถ้ามีความสมัครใจโดยฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สมัครใจ การอนุญาโตตุลาการย่อมไม่เกิด

ถ้าเมื่อมีความสมัครใจของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายแล้ว ก่อนการอนุญาโตตุลาการต้องทำการตกลงหรือทำสัญญาอนุญาโตตุลาการ โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายว่าจะให้มีการอนุญาโตตุลาการในปัญหาใด

การอนุญาโตตุลาการต้องมีจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหา เพื่อระงับข้อพิพาท

Advertisement

การอนุญาโตตุลาการต้องตั้งองค์กรอนุญาโตตุลาการหรือที่เรียกว่า ศาลอนุญาโตตุลาการ เพื่อวินิจฉัยโดยมีอนุญาโตตุลาการซึ่งแต่งตั้งโดยความยินยอมและเห็นชอบของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อให้ศาลฯได้มาซึ่งอำนาจในการบังคับ

ผลการวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการจะมีผลผูกพันคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ภายใต้เงื่อนไขบังคับก่อนดังกล่าวข้างต้น

นี่เป็นหลักการ

ภายหลังประเทศฟิลิปปินส์ได้ยกกรณีพิพาทขึ้นสู่ศาลอนุญาโตตุลาการ ซึ่งตั้งอยู่ในวังสันติภาพ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อวินิจฉัยโดยลำพังแต่เพียงฝ่ายเดียว รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประกาศอย่างหนักแน่นว่า ไม่รับและไม่เข้าร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในการยกปัญหากรณีพิพาททะเลจีนใต้ขึ้นสู่ศาลอนุญาโตตุลาการดังกล่าว และได้แสดงจุดยืนนี้มาตลอดหลายครั้งหลายครา

เมื่อพิเคราะห์ดูแล้ว การที่ฝ่ายจีนไม่เล่นด้วย ก็เท่ากับฝ่ายจีนไม่สมัครใจร่วมกับฟิลิปปินส์ในกรณีนี้

เมื่อไม่สมัครใจก็ไม่มีการทำข้อตกลงหรือทำสัญญาอนุญาโตตุลาการ ยังผลให้การอนุญาโตตุลาการไม่เกิดขึ้น

เมื่อการอนุญาโตตุลาการไม่เกิดขึ้น ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PAC) จะมีอำนาจวินิจฉัยได้อย่างไร?!

ส่วนองค์กรอนุญาโตตุลาการหรือที่เรียกว่า “ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PAC)” นั้น ตามข้อมูลแหล่งข่าวจากเว็บไซต์สหประชาชาติระบุเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ว่า ศาลระหว่างประเทศเป็นองค์กรกระบวนการยุติธรรมของสหประชาชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรสหประชาชาติ โดยมีที่ตั้งอยู่ในวังสันติภาพ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่วนศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PAC) ซึ่งเช่าสถานที่อยู่ในวังเดียวกันนั้นไม่ใช่องค์กรของสหประชาชาติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ

เมื่อพิเคราะห์ดูแล้ว ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PAC) มิใช่ศาลของสหประชาชาติ เป็นเพียงศาล ที่ประเทศฟิลิปปินส์เลือกเพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายประเทศจีน ซึ่งไม่ได้สมัครใจเข้าสู่การอนุญาโตตุลาการแต่ต้นนั้น

ย่อมไม่ให้ความยินยอม ไม่ให้ความเห็นชอบได้

อีกทั้งองค์ประกอบของอนุญาโตตุลาการก็ใช้วิธีให้หัวหน้าศาลฯ ซึ่งไม่เป็นที่รับรองของฝ่ายจีนอยู่แล้วนั้น เตี๊ยมเอา จี้เอา ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการการอนุญาโตตุลาการโดยสิ้นเชิง

เมื่อพิเคราะห์โดยรวมแล้ว ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (Permanent Arbitration Court) นี้มิชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ มิชอบด้วยกระบวนการการอนุญาโตตุลาการ ฉะนั้นจึงไม่มีอำนาจให้คดีอยู่ในบังคับ ไม่มีอำนาจประทับรับเป็นคดี

ด้วยองค์ประกอบหลายๆ ประการดังกล่าวข้างต้น คำวินิจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PAC) เกี่ยวกับกรณีพิพาททะเลจีนใต้ จึงเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งประเทศฟิลิปปินส์และประเทศจีนต่างก็เป็นประเทศในเอเชียด้วยกัน ต่างก็เคยถูกนักล่าอาณานิคมย่ำยีมาด้วยกันทั้งนั้น ประเทศเล็กอย่าไปหวังพึ่งมหาอำนาจจากที่อื่นมากวนน้ำให้ขุ่นเพื่อคลำหาปลา

ประเทศคู่กรณีควรหันหน้าเข้าหากัน เพื่อเจรจาหารือกัน แก้ปัญหาด้วยกันเองด้วยสันติวิธีโดยตรงอย่างที่กระทรวงต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แถลงในแถลงการณ์ข้อ 5 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ที่ว่า

“รัฐบาลจีนขอยืนยันอีกครั้งว่าในกรณีถกเถียงปัญหาดินแดนและการปักปันเขตแดนของทะเลนั้น ประเทศจีนไม่รับรูปแบบใดๆ ของฝ่ายที่สามในการแก้ปัญหากรณีพิพาท และไม่รับสูตรใดๆ ในการแก้ปัญหากรณีพิพาทซึ่งยัดเยียดให้แก่ประเทศจีน รัฐบาลจีนจะปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งรับรองโดย “กฎบัตรสหประชาชาติ” ต่อไป รวมทั้งเคารพอธิปไตยแห่งรัฐและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนหลักการแก้ปัญหากรณีพิพาทโดยสันติ ยืนหยัดร่วมกับประเทศคู่กรณีที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการแก้ปัญหากรณีถกเถียงเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ โดยผ่านการเจรจาหารือกันโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ตลอดจนอิงตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้”

ตราบจนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกนี้มีเกือบ 60 ประเทศได้ให้การสนับสนุน ข้อเสนอและแนวคิดดังกล่าวของประเทศจีน