สถานีคิดเลขที่ 12 : อดทนอีกนิด

8.12.20 | 13:24 น.
สถานีคิดเลขที่12:อดทนอีกนิด วันนี้คือวันที่ 8 ธันวาคม เป็นวันที่มีรายงานข่าวว่า

สถานีคิดเลขที่ 12 : อดทนอีกนิด

วันนี้คือวันที่ 8 ธันวาคม เป็นวันที่มีรายงานข่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ของอังกฤษเตรียมพร้อมแจกจ่ายและฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคระลอกแรก

กำหนดการฉีดเข็มแรกคือวันที่ 8 ธันวาคมนี้

ทั้งนี้ เอ็นเอชเอสกำหนดจะฉีดให้กับประชากรในวัย 80 ปีขึ้นไปเป็นลำดับแรก โดยในช่วงสัปดาห์แรก มีวัคซีนพร้อมแจกจ่ายและฉีดให้กับผู้คนกลุ่มเสี่ยงราว 800,000 โดส

รายงานข่าวระบุอีกว่า หลังจากนั้นจะแจกจ่ายวัคซีนไปยังศูนย์เพื่อการฉีดวัคซีนในท้องถิ่นต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นมากกว่า 1,000 ศูนย์ทั่วอังกฤษ

Advertisement

โดยทางเอ็นเอชเอสได้ส่งหนังสือเวียนไปยังแพทย์ในแต่ละท้องถิ่นแล้วว่า ให้พร้อมเริ่มการฉีดวัคซีนในวันที่ 14 ธันวาคม

หากยังจำได้ก่อนหน้านี้ บีบีซีได้รายงานข่าวว่า วัคซีนดังกล่าว รัฐบาลอังกฤษได้สั่งซื้อแล้ว 40 ล้านโดส เพื่อใช้กับประชาชน 20 ล้านคน

วัคซีนที่ผลิตขึ้นนี้สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ 95 เปอร์เซ็นต์ และมีความปลอดภัย

วัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนที่พัฒนาขึ้นด้วยวิธีการที่เรียกว่า mRNA ใช้รหัสพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 บางส่วนมาฉีดเข้าสู่ร่างกายให้ได้เรียนรู้ในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสจริงๆ ได้

วัคซีนที่พัฒนาด้วย mRNA ไม่เคยได้รับอนุมัติให้ใช้ในมนุษย์มาก่อน แต่มีการผ่านการทดลองเชิงคลินิกกับมนุษย์มาแล้วก่อนหน้านี้

ข้อจำกัดของวัคซีนชนิดนี้คือ การเก็บรักษาที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำถึง -70 องศาเซลเซียส ต้องขนส่งด้วยกล่องใส่น้ำแข็งแห้ง และสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้เพียง 5 วันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ข่าวการผลิตวัคซีนจนประสบความสำเร็จ และเริ่มต้นฉีดวัคซีนให้กับคน ถือเป็นข่าวดี

แม้ประเทศอังกฤษจะประกาศตัวว่าเป็นประเทศแรกที่ฉีดวัคซีนชนิดนี้ แต่อีกไม่นานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จะเริ่มทยอยฉีดให้แก่คนชาติอื่นๆ

และถ้าผลจากการป้องกันออกมาสัมฤทธิ์ เท่ากับว่าวิกฤตการค้าเริ่มผ่อนคลายลงไปด้วย

จากเดิมที่ทั่วทั้งโลกตกเป็นอัมพฤกษ์ทางเศรษฐกิจ เพราะติดต่อค้าขายท่องเที่ยวกันไม่สะดวก

ต่อไปเมื่อมีวัคซีนก็หวังว่าอาการอัมพฤกษ์อัมพาตทางเศรษฐกิจจะค่อยๆ บรรเทา

เศรษฐกิจของโลกจะค่อยๆ ฟื้นฟู

คนที่ปลอดโรค จะได้มีรายได้ เกิดการจับจ่าย เศรษฐกิจหมุนเวียนโดยรัฐไม่ต้องอัดฉีดเหมือนกับที่ต้องทำมาตลอดปี 2563

ส่วนประเทศไทยคาดหมายกันว่าจะได้รับวัคซีนกันกลางปีหน้า

แต่แม้จะเป็นกลางปี หากโลกเริ่มฟื้น ความยากลำบากคงไม่เหมือนกับปีนี้

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้าการคุมการระบาดโรคโควิด-19 ยังมีประสิทธิภาพ

เชื่อว่านับแต่นี้โลกจะได้ยินข่าวดีมากขึ้นเรื่อยๆ

หวังว่าประเทศไทยน่าจะมีข่าวดีเช่นกัน

ใครที่ยังลำบากจากภาวะเศรษฐกิจ หรือภัยธรรมชาติ ขอให้อดทนอีกนิด

ถ้ารัฐบาลไม่ไร้ประสิทธิภาพเกินไป

ปีหน้าชีวิตความเป็นอยู่น่าจะดีกว่าปีปัจจุบัน

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]