หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : ต้องสร...

บทนำ : ต้องสรุปบทเรียน

15.12.20 | 10:15 น.
บทนำ : ต้องสรุปบทเรียน

บทนำ : ต้องสรุปบทเรียน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 13 ธันวาคม ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัยรวม 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 101 อำเภอ 584 ตำบล 4,220 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 689,792 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 30 ราย แบ่งเป็น จังหวัดนครศรีธรรมราช 21 ราย พัทลุง 3 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย ตรัง 2 ราย และสงขลา 2 ราย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานอีกว่า ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังใน 5 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และสงขลา ระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด โดย ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์โดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมและสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งตามปกติแล้วรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ

อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าอุทกภัยภาคใต้ครั้งนี้ โดยเฉพาะอุทกภัยที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิตมากถึง 21 ราย น่าจะเป็นเรื่องผิดปกติที่ภาครัฐน่าจะให้ความสนใจ และสำรวจตรวจสอบสาเหตุ เพื่อนำไปสู่การระวังป้องกันมิให้อุทกภัยนำไปสู่การเสียชีวิตจำนวนมากๆ เช่นนี้ เพราะทุกชีวิตมีความสำคัญ และทุกครอบครัวไม่สมควรจะต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปด้วยภัยพิบัติเช่นนี้ เนื่องจากอุทกภัยเป็นภัยที่ทุกครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่ประสบเหตุ น่าจะมีทักษะในการอยู่รอด เช่นเดียวกับหน่วยงานในพื้นที่น่าจะมีระบบเตือนภัย ระบบสาธารณภัยที่เพียงพอจะเข้าไประงับเหตุร้ายอันเกิดจากพิบัติภัยทางธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลที่มีหน่วยงานต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ หรือเกี่ยวข้องกับการป้องกันภัยก็ไม่สมควรปล่อยให้การสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยสูญเปล่า แต่ควรจะนำเอาทุกเหตุการณ์จากการสูญเสียมาเป็นบทเรียนนำไปสู่การหยุดยั้งการสูญเสียชีวิตในภายภาคหน้า เพื่อเป็นหลักประกันว่าอุทกภัยครั้งต่อไปนับแต่นี้ รัฐบาล หน่วยงานราชการ หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงภาคประชาชน จะร่วมกันป้องกันมิให้มีผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติอีกแล้ว

Advertisement