ชวด-ฉลู

15.12.20 | 13:00 น.

อีกไม่กี่วันก็จะผ่านพ้นปี “ชวด” ก้าวเข้าสู่ปี “ฉลู”

เป็นปีชวดที่ไม่ใช่หนูทอง อย่างที่หลายคนเคยคาดหวัง แต่กลายเป็น “ชวด” ที่ผิดหวัง และเกิดการสูญเสียกันไปทั่วโลกจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ใครจะคาดคิดว่าโลกทั้งใบต้องเจอกับมหันตภัยร้ายจากไวรัสพันธุ์ใหม่นี้ มีคนติดเชื้อ 71 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 1.6 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2563)

เป็นสภาพการณ์ที่แทบทุกคนบนโลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน

เมื่อครั้งพบการแพร่ระบาดเริ่มแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ผู้คนมิได้สนใจมากนัก

Advertisement

กระทั่งเชื้อแพร่กระจายไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็วและเสียชีวิตมากขึ้น หลายประเทศต้องประกาศล็อกดาวน์ ให้คนอยู่ในที่พัก ไม่ให้ไปไหนต่อไหน ต้องใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล แม้แต่คนในครอบครัวเดียวกัน

สำหรับประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตรายแรกเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 รัฐบาลจึงออกมาตรการเข้ม โดยล็อกดาวน์ปิดประเทศ และประกาศเคอร์ฟิวเมื่อต้นเดือนเมษายน ห้ามออกจากเคหสถานช่วงเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น.ของอีกวัน

ช่วงเคอร์ฟิวไร้ผู้คนและรถรา แม้จะเคยผ่านการประกาศเคอร์ฟิวมาหลายครั้ง จากเหตุความวุ่นวายทางการเมือง แต่ก็ไม่เคยเห็นสภาพเหมือนเมืองร้างเช่นนี้มาก่อน

มีการสั่งปิดสถานประกอบการต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม ตลาด ผับบาร์และอื่นๆ ร้านอาหารก็ห้ามนั่งกินในร้าน ต้องสั่งซื้อกลับ

นอกจากนี้ แต่ละจังหวัดต่างประกาศล็อกดาวน์ห้ามเดินทางข้ามเขต ตั้งด่านตรวจเข้มงวด รถไฟหยุดวิ่ง เครื่องบินจอดนิ่ง รถทัวร์ก็วิ่งแค่ระยะสั้น

สภาพเศรษฐกิจทรุดฮวบ ด้วยเพราะกิจกรรมต่างๆ ต้องหยุดชะงัก คนตกงานอื้อซ่า รัฐบาลต้องออกมาตรการต่างๆ มาช่วย เช่น โครงการเราไม่ทิ้งกัน โอนเงินให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเดือนละ 5 พัน รวม 3 เดือน เพื่อเยียวยาเบื้องต้น

แต่ถือว่าไทยโชคดีกว่าหลายประเทศที่มาตรการด้านสาธารณสุขสามารถควบคุมการระบาดได้ดี จึงผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดต่างๆ ได้เร็ว ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจทยอยกลับมาดำเนินการได้

แต่ยังไม่ปกติเหมือนเดิม โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ยังย่ำแย่ เพราะต่างชาติร่วม 40 ล้านคนหายวับ เข้ามาไม่ได้ ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยวล้มระเนระนาดเป็นโดมิโน

รัฐบาลก็ทยอยออกมาตรการต่างๆ มาช่วยพยุง ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน กระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น รวมถึงโครงการคนละครึ่ง ที่กระตุ้นการใช้จ่าย และช่วยร้านค้ารายย่อยได้ดี จนต้องมีเฟส 2 ออกมา

สถานการณ์โดยรวมดูท่าจะทยอยฟื้นตัวขึ้น แต่เกือบตกม้าตาย เมื่อคนไทยบางส่วนที่ไปทำงานในประเทศเมียนมาแล้วติดเชื้อโควิด ลักลอบเข้ามาทางเชียงราย แถมยังไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในเชียงรายและเชียงใหม่ บางคนเดินทางกลับบ้านในจังหวัดต่างๆ ทำให้เกิดการติดเชื้อสู่คนอื่นๆ จำนวนหนึ่ง จึงถูกประณามกันทั้งเมือง

ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเชียงราย-เชียงใหม่อย่างมาก ทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่น คนเตรียมแห่ไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวช่วงปีใหม่ ต้องยกเลิกกันเป็นแถว

แต่ยังดีที่ระบบสาธารณสุขยังติดตามควบคุมในวงจำกัดได้เร็ว

ขณะเดียวกันเริ่มมีข่าวดีที่วัคซีนบางตัวเริ่มฉีดกลุ่มเสี่ยงแล้วในบางประเทศ อย่างไรก็ตาม หากหยุดการแพร่ระบาดได้ แต่หลายประเทศยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะกอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ขณะที่เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพิงรายได้จากต่างชาติเป็นหลัก ทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องประคองสถานการณ์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง พร้อมเตรียมมาตรการจูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงเร่งดึงทุนนอกเข้ามา เพื่อฉุดเศรษฐกิจให้พ้นจากปากเหว

แม้ปีฉลูนี้ จะไม่ฉลุย แต่หวังว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม

สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม