หน้าแรก คอลัมนิสต์ การท่องเที่ยว...

การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจังหวัดในช่วงขยายตัว

18.12.20 | 13:00 น.

ปี พ.ศ.2563 จะถูกบันทึกในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน ว่าเป็นช่วงวิกฤตครั้งใหญ่เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ปริมาณการท่องเที่ยวชะลอตัวอย่างมาก เป็นขาลงของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจนั้นมีขึ้นมีลง สิบปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของการท่องเที่ยว (2553-2562) ในโอกาสนี้ขอนำสถิติการท่องเที่ยวในยุครุ่งเรืองมาทบทวน ถึงแม้ว่าในปีนี้ซบเซา–แต่เราก็เคยผ่านช่วงเวลาอันรุ่งเรืองมาแล้วอย่างน้อยเป็นเครื่องปลอบใจให้อดทนรอคอยเวลาขาขึ้น

งานวิจัยเล็กๆ นี้ใช้ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งประมวลจากหลายหน่วยงานด้วยกัน ก่อนอื่นระบุนิยามศัพท์ให้ชัดเจน นักท่องเที่ยว หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวในอาณาจักรไทยอย่างน้อย 24 ชั่วโมงขึ้นไป หน่วยวัดคน/วัน หมายถึง การนับซ้ำได้ เช่น 1 คนพำนัก 3 ถือเป็น 3 คน/วัน อีกคำศัพท์หนึ่งเรียกว่าผู้เยี่ยมเยือน (excursionist) หมายถึง ผู้เดินทางมาในราชอาณาจักรภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง งานนี้นับเฉพาะส่วนแรกเท่านั้น ข้อดีของข้อมูลชุดนี้คือระบุจังหวัดเป็นรายปี นำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบข้ามพื้นที่และข้ามมิติเวลาได้เป็นอย่างดี รูปภาพที่ 1 แสดงจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทุกจังหวัดในช่วงสิบปี เห็นชัดว่ากราฟแท่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถือเป็นขาขึ้น เป็นผลดีเศรษฐกิจจังหวัด

รูปภาพที่ 1

รูปภาพที่ 2

Advertisement

ลำดับถัดมานักวิจัยสร้างตัวชี้วัดความเข้มข้นของการท่องเที่ยวแต่ละรายจังหวัด เปรียบเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่อประชากรร้อยคน (ntourist/pop100) เพื่อความเป็นธรรมกับจังหวัดขนาดเล็กและประชากรแค่หลักแสนคน รูปภาพที่ 2 แสดงผลความเข้มข้นของการนักท่องเที่ยว (ต่อประชากร) ผลปรากฏว่า เพชรบุรี นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม และกาญจนบุรี จัดอยู่ในกลุ่ม top 5 จังหวัดระยอง ภูเก็ต กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา ติดในกลุ่ม top10วิธีวัดที่สามเน้นศึกษาความเปลี่ยนแปลงเป็นรายจังหวัด โดยกำหนดให้ปีฐานหมายถึง พ.ศ.2553 = 100 ดัชนีวัดนี้อยากรู้ว่า จังหวัดนั้นๆ “เดินทางมาไกลแค่ไหน” ไม่เปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ แสดงผลลัพธ์ซึ่งสะท้อนว่าจังหวัดพังงา ภูเก็ต สมุทรปราการ ชัยนาท และน่าน “ก้าวมาไกล” เมื่อนับจากปี 2553 เป็นต้นมา เฉพาะจังหวัดพังงาน่าสนใจมาก เริ่มต้นจาก 100 กลายเป็น 950 ในช่วงเวลาเพียงสิบปี แต่การรับรู้ตัวเลขเชิงปริมาณ–ไม่พอเพียง นักวิจัยยังต้องการสืบค้นว่า ปัจจัยอะไรเกื้อหนุนให้จังหวัดนั้นๆ มาไกลในแง่การท่องเที่ยว จังหวัดนั้นย่อมจะต้องมี “เสน่ห์” ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือต่างประเทศเข้ามา และผลเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดนั้นๆ พอสมควรทีเดียวเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น กิจการโรงแรมที่พักร้านบริการธุรกิจมัคคุเทศก์และอื่นๆ ผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจจังหวัดเป็นอย่างไรเป็นอีกคำถามหนึ่งที่อยากรู้ อยากจะคำนวณ “ตัวทวีคูณ” (local multiplier) จากการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจจังหวัด งานวิจัยเชิงปริมาณเปรียบเสมือนการใช้ตะแกรงร่อนข้อมูลขนาดใหญ่ (big data scanning) ได้รับ “สารสนเทศ” ที่น่าสนใจ ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อเข้าใจต้นตอหรือที่มาบันทึกตัวละครที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การเล่าเรื่องมีชีวิตและสีสัน เสริมจากการวิจัยเชิงปริมาณ

เขียนบทความจบแล้วเกิดความรู้สึกว่า อยากลุกขึ้นไปตบบ่าเพื่อนๆ แล้วกระซิบความว่า “อึดไว้เพื่อน เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีเอง”

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์
เมรดี อินอ่อน