หน้าแรก คอลัมนิสต์ อย่าลืมว่า บ้...

อย่าลืมว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป

18.12.20 | 13:00 น.

ระหว่างการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่ม “ราษฎร 2563” กับอีกหลายกลุ่ม แม้จะเป็นไปตามวิถีประชาธิปไตยซึ่งมีบัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ คือการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่ขณะชุมนุม ผู้ชุมนุมมีการกระทำหลายประการอันน่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาในหลายมาตราตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกไว้และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ชุมนุม ทั้งบางคนยังออกหมายจับ ให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดกฎหมายนั้นมามอบตัว

ความผิดอันเป็นการละเมิดกฎหมายอาญามาตราหนึ่ง คือมาตรา 112 เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทราชวงศ์ และความผิดอื่นตามที่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อกล่าวหา

ตามข่าวจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมว่า ตำรวจมีคณะทำงานพิจารณาความผิดถอดแถบบันทึกเสียงคำปราศรัยส่วนใดมีความผิดชัดเจนก็ร้องทุกข์กล่าวโทษและทยอยออกหมายเรียกให้ผู้กระทำมารับทราบข้อกล่าวหา ขณะนี้มีคดีในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลกว่า 200 คดี

“เป็นข้อหาความผิดตามพฤติการณ์ เช่นมาตรา 215 วรรค 1 วรรค 2 มาตรา 116 มาตรา 112 พระราชกำหนดฉุกเฉิน พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พระราชบัญญัติการจราจรทางบก และอื่นๆ จำนวนผู้กระทำความผิดไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดทำอย่างไรต้องได้รับผลอย่างนั้น ดังเคยเตือนแต่แรก อย่าคิดว่าไม่โดนดำเนินคดี เพราะความผิดมีพยานหลักฐานปรากฏชัดเจนจนดิ้นไม่หลุด การกระทำใดเข้าองค์ประกอบความผิดมาตราใดจะแจ้งข้อหาตามมาตราความผิดนั้น” พลตำรวจตรีปิยะกล่าว

มีรายงานข่าวกล่าวด้วยว่า ผู้ที่ถูกดำเนินคดีข้อหามาตรา 112 จากการชุมนุม ขณะนี้มีจำนวน 41 คน มีทั้งแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกมาให้รับทราบข้อกล่าวหา ผู้กระทำความผิดเป็นแกนนำที่ขึ้นปราศรัยตามเวที และผู้ชุมนุมรายอื่นที่ร่วมปราศรัยมีเนื้อหาเข้าข่ายกระทำความผิด

Advertisement

ประเทศไทย เมื่อมีการชุมนุมในกรุงเทพ มหานคร และที่อื่น โดยผู้ชุมนุมอ้างมาตรา 44 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

ขณะที่มาตรา 29 บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้

ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้

การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี

ในคดีอาญา จะบังคับให้บุคคลให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองมิได้

คำขอประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณาและจะเรียกหลักประกันจนเกินควรแก่กรณีมิได้ การไม่ให้ประกันต้องเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ

นำความในรัฐธรรมนูญมาแสดงไว้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนิน การตามนั้นและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

กระนั้น ผู้ชุมนุมเรียกร้องแม้จะดำเนินการตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญกำหนด ก็ไม่ควรละเมิดกฎหมายที่บัญญัติไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น อันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น

เพราะหากการชุมนุมในเรื่องใดก็ตาม ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่นกระทั่งทำความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นนั้น อาจเป็นเหตุให้ผู้อื่นหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ก็ได้เช่นกัน ดังปรากฏ ณ ขณะนี้

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์