ยาวหน่อย โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

วาทะยอดฮิต พูดต่อๆ กันมา จากสภากาแฟ บางครั้งหลุดเข้าไปในสภาใหญ่เลยก็ยังมี ก็คือ การบอกว่า ประชาธิปไตยเป็นความคิดต่างประเทศ จะยังไงก็ไม่เหมาะที่จะเอามาใช้ในเมืองไทย

ถ้าจะใช้จริงๆ ต้องปรับปรุง เติมกะปิน้ำปลา ใส่ไข่สองใบ ให้เป็นแบบไทยๆ

แล้วแต่จะพูดกันไป แต่ปัญหาสำคัญมากกว่า ก็คือ หลายๆ อย่างที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นการนำเข้าแบบเปลือกๆ

เอามาแค่บางส่วน โยนสาระสำคัญทิ้งไป

เมื่อเอามาแค่ครึ่งๆ กลางๆ ผลที่ออกมาก็เลยครึ่งๆ กลางๆ

อย่างประชาธิปไตย สังคมไทยสรุปได้อย่างสะใจนานแล้วว่า มีแบบ “ครึ่งใบ” “ค่อนใบ” “ไม่เต็มใบ” ฯลฯ

องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และอีกหลายองค์กร ที่มาจากต่างประเทศก็ทำนองเดียวกัน

เอามาไม่หมด โดยเฉพาะ “ที่มา” ของผู้ใช้อำนาจในองค์กรเหล่านี้

บางองค์กร ควรจะมาจากเลือกตั้ง หรือสรรหา จากกลุ่มที่กว้างและหลากหลาย

ก็กลายเป็นสรรหาจากกลุ่มพรรคพวกกันเอง

ผลคือ ภายใต้โลโก้ที่ดูดี เหมือนระบบอินเตอร์ แต่ตัวบุคคลเหมือนมาจากคนละโลก

องค์กรซึ่งควรมีบทบาทดูแลสิทธิเสรีภาพ สร้างมาตรฐาน สร้างบรรทัดฐาน ก็เลยเหลว

ไม่ได้ทำอะไร นอกจากตอกย้ำระบบ “สองมาตรฐาน” ที่พวกตนเองได้ประโยชน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อีกผลผลิตขององค์กรเหล่านี้ คือ คน 2 กลุ่มที่คิดไม่เหมือนกัน กลุ่มหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาเชื่อตามใบแปะหน้ากล่อง อีกกลุ่มตั้งหน้าตั้งตาไม่เชื่อ

อย่างไรก็ตาม เป็นโชคดีของคนไทย ที่ระบบใหญ่อย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยผิดเพี้ยนไปจากชาวโลก ก็คือ การเลือกตั้ง ส.ส.

คนไทยได้เลือกตั้ง ส.ส.ทางตรงมาตั้งแต่ก่อน 2500 และคุ้นชินกับระบบนี้มาตลอด

ความเคยชินนี้ ทำให้บิดเบือนได้ยาก

ครั้งใดที่พยายาม “เล่นท่ายาก” พลิกแพลงเพื่ออวยประโยชน์ให้พรรคการเมืองในเครือข่าย จะเกิดปัญหาตามมาทุกครั้ง

แม้กระทั่ง ส.ว. เมื่อเปลี่ยนจากสรรหา มาเป็นเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ก็ทำให้ประชาชนคุ้นชิน และถือเป็นสิทธิอันพึงมีพึงได้ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

เมื่อจะปรับเปลี่ยนที่มา ส.ว. เป็นสรรหา หรือแต่งตั้ง ด้วยข้ออ้างว่า ถ้าปล่อยให้เลือกตั้ง จะกลายเป็นสภาผัวสภาเมีย สภาครอบครัว หรืออะไรก็ตาม จึงไปไม่ค่อยรอด

ยิ่งรอบนี้ ผู้มีอำนาจ ผู้นิยมสภาแต่งตั้ง ยังทำให้เห็นเสียเองว่า สภาแต่งตั้งมีจุดอ่อนมากมาย

ตัวอย่างจากสภาที่แต่งตั้งจากคนดีมีจริยธรรมทั้งหลาย พากัน ตั้งลูก เมีย ญาติ เข้าไปรับตำแหน่งเลขาฯ ผู้ช่วย และทีมงาน กินเงินเดือนสบายใจกระเป๋าตุงไปตามๆ กัน

ว่าไปแล้ว อะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ล้วนแต่ทำให้เกิดการเปรียบเทียบการเมือง 2 ระบบที่แตกต่างกัน

และเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางอ้อม ให้กับระบบที่ตัวเองด่าทออยู่ทุกวัน

แต่อาจจะเป็นการพักโฆษณาที่ยาวนานสักหน่อย?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อรุณ วัชระสวัสดิ์ : เหมืองถล่ม!
บทความถัดไปศิวลึงค์เมืองมโหสถ จ.ปราจีนบุรี