เลิกหวังปรองดอง

คณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ที่ริเริ่มโดย ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

ตั้งท่ามานานเกือบ 2 เดือน

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่พอจะบ่งบอกได้ว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จ

นอกเหนือไปจากการไม่ร่วมสังฆกรรมจากฝ่ายค้านในการส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์

ณ เบื้องหน้าสถานการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกนักศึกษา ประชาชนชุมนุมขับไล่ให้ลาออก

การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กรรมาธิการจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว.ปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายค้าน และไอลอว์

รวมทั้ง 3 ข้อเรียกร้องยังถูก “บิ๊กตู่” แสดงท่าทีแข็งกร้าวให้ใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตรา เพื่อจัดการกับผู้ชุมนุม

ซึ่งตำรวจได้ตอบสนองด้วยการใช้มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาดำเนินคดีทันควัน

ยิ่งทำให้การหันหน้าเข้าหากันเป็นไปได้ยาก!?

และไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอีกนานเท่าใด?

และข้อเสนอที่ได้จากกรรมการสมานฉันท์จะตรงประเด็นหรือไม่?

ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่ตรงประเด็น เพราะไม่มีตัวแทนฝ่ายค้าน และฝ่ายที่ขัดแย้งกับรัฐบาลเข้าไปสะท้อนปัญหาและข้อเรียกร้องที่แท้จริง

ประกอบกับ “ชวน” อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้เกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรี และโดยส่วนตัวก็ไม่ใช่คนขึงขัง เอาจริงเอาจังที่จะพูดคุยกับหัวหน้ารัฐบาล

แม้ประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และ “ชวน” เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค

แต่ก็มุ่งจะพายเรือให้ “บิ๊กตู่” นั่งไปถึงฝั่งหรือไม่?

โดยไม่สนใจว่าระหว่างที่เรือแล่นไปนั้นจะประสบปัญหาอย่างไร?

พรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้อง “สะเดาะกุญแจ” ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ต่อมารัฐบาลแถลงนโยบายเร่งด่วนภายใน 1 ปี ข้อ 12 จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยื้อเวลา กระทั่งถูกนักศึกษา ประชาชน เคลื่อนไหวเรียกร้องกดดัน รัฐบาลจึงเริ่มขยับ

ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 ปี การสะเดาะกุญแจยังชุลมุนวุ่นวาย ไม่มีทีท่าว่าความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จะบังเกิดขึ้น

ถ้าประชาธิปัตย์ไม่แกล้งโง่ หรือหรี่ตาข้างหนึ่ง ย่อมรู้อยู่เต็มอก หัวหน้ารัฐบาลถูกโจมตีว่าเป็นผู้สืบทอดอำนาจ คสช. โดยใช้รัฐธรรมนูญที่ตัวเอง เกี่ยวข้องในฐานะแต่งตั้งบุคคลไปจัดทำรัฐธรรมนูญ และยังแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน เพื่อไปเลือกตัวเองเป็นนายกฯ

นำมาซึ่งการประท้วงขับไล่หัวหน้ารัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูป

จนเกิดปัญหาวิกฤตทางการเมือง โดยไม่รู้ว่าทางออกอยู่ที่ไหน และจะไปถึงทางออกนั้นได้อย่างไร?

เมื่อความปรองดองสมานฉันท์เป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ แล้วยังจะหวังกันไปทำไม?!

ศุกร์ มังกร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สิงคโปร์ชาติแรกเอเชีย ได้วัคซีนไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทคแล้ว
บทความถัดไปมองกลับหลัง ‘แรงงานข้ามชาติ’ ในวันโควิดระบาด (อีกระลอก?)