สัญญาต้องเป็นสัญญา
เรื่องนี้มีประเด็นว่า องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพแห่งหนึ่งต้องเปิดเผยสัญญาจ้างนิติบุคคล เอกชนจ้างพิมพ์และจัดส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้โดยไม่ต้องร้องขอ หรือไม่
สภาวิชาชีพแห่งหนึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการเกี่ยวกับการว่าจ้างนิติบุคคลเอกชนจ้างพิมพ์และจัดส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของสภาวิชาชีพดังกล่าว และมีมติให้ฝ่ายกฎหมายไปดำเนินการร่างสัญญาว่าจ้าง ฝ่ายกฎหมายร่างสัญญาเสร็จแล้วนำสัญญาไปว่าจ้างนิติบุคคลเอกชนโดยไม่นำกลับเข้าประชุมอีกครั้งหนึ่ง นายจริงจัง ซึ่งเป็นกรรมการในสภาวิชาชีพแห่งนั้น จึงขอสำเนาสัญญาการว่าจ้างนิติบุคคลเอกชนจ้างพิมพ์และจัดส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพดังกล่าว สภาวิชาชีพได้แจ้งให้นายจริงจังเข้าดูและตรวจสอบสัญญาได้ โดยไม่ให้สำเนา นายจริงจังจึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
สภาวิชาชีพชี้แจงต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ได้น่าสนใจครับว่า 1) สภาวิชาชีพไม่ปรากฏชื่อเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 จึงไม่เป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่อยู่ในบังคับพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวรวมถึงพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ด้วย 2) สัญญาดังกล่าวเข้าข่ายเป็นเอกเทศสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิใช่สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 3) สัญญามีข้อมูลเทคนิคการพิมพ์ การเปิดเผยจะกระทบต่อประโยชน์ได้เสียทางธุรกิจ และอาจรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลของนิติบุคคลเอกชนโดยไม่สมควร
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารวินิจฉัยสรุปว่า สัญญาการว่าจ้างนิติบุคคลเอกชนจ้างพิมพ์และจัดส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ โดยไม่ต้องร้องขอ ตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ประกาศเชิญชวนทั่วไป ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาที่ได้มีการอนุมัติสั่งซื้อหรือจ้าง เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ตามมาตรา 4 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2550 จึงวินิจฉัยให้สภาวิชาชีพเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ โดยให้ปกปิดเลขที่บัญชีธนาคาร ลายมือชื่อ ซึ่งจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร
อธิบายเพิ่มเติมครับ สภาวิชาชีพที่เป็นองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพเป็นหน่วยงานของรัฐตามนัย มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 จึงอยู่ภายในบังคับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารฯครับ เมื่อนายจริงจังขอสำเนาสัญญา แต่หน่วยงานอนุญาตให้ดูโดยไม่ให้สำเนา ซึ่งไม่ตรงตามคำขอ นายจริงจังจึงมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการฯครับ มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 หารือไปที่สำนักงาน คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 0-2283-4677 www.oic.go.th (ที่ สค 338/2563) นายวรรธนพงศ์ คำดี ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและเผยแพร่สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
“เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
วรรธนพงศ์ คำดี

