หน้าแรก คอลัมนิสต์ ไวรัสโคโรนากล...

ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ อังกฤษประกาศไม่สามารถควบคุมได้ สะท้อนมาตรการต่อต้านล้มเหลวสิ้นเชิง

27.12.20 | 10:27 น.
ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ อังกฤษประกาศไม่สามารถควบคุมได้ สะท้อนมาตรการต่อต้านล้มเหลวสิ้นเชิง

ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์
อังกฤษประกาศไม่สามารถควบคุมได้
สะท้อนมาตรการต่อต้านล้มเหลวสิ้นเชิง

ในปี 2020 ไม่มีเรื่องใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งถือเป็นมหันตภัยในรอบศตวรรษที่คร่าชีวิตบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกไปกว่า 1 หมื่นคน

การระบาดทั่วโลกของไวรัสโคโรนาครั้งนี้ นำมาซึ่งภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2020

มีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเกินกว่า 76 ล้านคน

Advertisement

มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.6 ล้านคน

ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่ใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ

ทว่าโรคเก่ายังไม่ทันหาย โรคใหม่ก็เข้ามาแทรก

สหราชอาณาจักรพบเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ ซึ่งใช้รหัส “VUI 2020 12/01”

สอดคล้องกับสำนวน “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก”

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน จึงได้ประกาศโดยพลัน ให้ยกระดับมาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มข้นที่สุดเป็นระดับที่ 4 (tier 4) ภายในพื้นที่กรุงลอนดอน รวมทั้งพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของสหราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นคำสั่งปิดเมือง อันเกี่ยวข้องกับประชากรประมาณ 16 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั่วประเทศ 66 ล้านคน เท่ากับเศษ 1 ส่วน 4

จากรายงานกล่าวว่า ไวรัสกลายพันธุ์ การแพร่เชื้อเร็วขึ้น 70%

เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ลอนดอนพบผู้ติดเชื้อ 28% บัดนี้เพิ่มสูงขึ้นถึง 62%

การปิดเมืองย่อมส่งผลให้ร้านค้าต้องปิดไปด้วย

ฉะนั้น จึงมีผู้คนเป็นจำนวนมากแย่งกันไปจับจ่ายใช้สอย อันเกี่ยวกับสินค้าบริโภคประจำวัน ของขวัญวันคริสต์มาส ในกรุงลอนดอนฝูงชนจึงคลาคล่ำเต็มท้องถนน

รัฐมนตรีสาธารณสุขสหราชอาณาจักรได้ออกมาแจ้งเตือนว่า ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ “ไม่สามารถควบคุมได้” เป็นเหตุให้คนจำนวนมากออกจากลอนดอน ไปฉลองคริสต์มาสในเมืองอื่น

ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม

วิกฤตสหราชอาณาจักร เป็นเรื่องสะเทือนขวัญของคนทั้งโลก ประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และอิตาลีล้วนประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2020 โดยตัดขาดการคมนาคมทุกช่องทาง นอกจากยุโรป ยังมีแคนาดา อิหร่านก็ออกประกาศในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอิสราเอลได้ออกประกาศ ห้ามมิให้เครื่องบินที่ออกบินจากสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก แอฟริกาใต้ ลงจอดที่สนามบินอิสราเอล เพราะว่าเดนมาร์กและแอฟริกาใต้ก็พบเชื้อโคโรนากลายพันธุ์เช่นเดียวกัน

หลายประเทศที่ตัดสินใจออกประกาศเร่งด่วน เพราะถูกจำกัดด้วยเงื่อนเวลา

Ms.Maria Van Kerkhove เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคด้านอนามัยขององค์การอนามัยโลกได้ออกมาแถลงว่า “นอกจากสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ล้วนได้พบเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ เธอจึงเตือนว่าการแพร่กระจายของเชื้อโรคกลายพันธุ์ยิ่งนาน แนวโน้มที่จะกลายพันธุ์อีกต่อไปก็ยิ่งมาก เพราะฉะนั้น ความต้องการปัจจุบันของพวกเราคือต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุดให้หยุดการแพร่เชื้อต่อไปโดยเร็ว”

หากย้อนมองเมื่อเริ่มต้นระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ได้ริเริ่มมาตรการ Herd Collective (ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน) ต่อมากลายเป็นการรับเชื้อระดับชุมชน กระทั่งในที่สุดกลายเป็น “ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์”

วันที่ 19 ธันวาคม 2020 เพียงวันเดียวมีผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ถึงประมาณ 36,000 คน

เป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่ทำลายสถิติโลกเรียบร้อย

ดูเหมือนเป็นการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันระหว่างตะวันออกกับตะวันตก

ต้นปี 2020 เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ปิดเมืองหนีภัยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ปลายปี 2020 กรุงลอนดอนปิดเมืองหนีวิกฤตไวรัสโคโรนากลายพันธุ์

เมื่อพูดถึงการระบาดของไวรัสโคโรนา ถ้าไม่พูดถึงผู้ทำคุณต่อเหตุการณ์เช่นว่ามิได้

จึงขอตัดกลับไปที่เหตุการณ์เมื่อเริ่มต้นระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ณ เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน และต่อเนื่องไปยังยุโรปและสหรัฐ

มีบุคคลที่เรียกกันว่า “Whistleblower” อันหมายถึงผู้ที่ให้ข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับการเกิดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพื่อประโยชน์ในทางสาธารณะ จึงขอเรียกว่า “วีรชน” ผู้ต่อต้านโรค

อันวีรชนผู้ต่อต้านไวรัส มิเพียงต้องเผชิญกับเชื้อโรคอันมีตัวตน

ยังต้องประสบกับพิษที่ไม่มีตัวตน คือ “พิษการเมือง”

เหตุการณ์เริ่มต้นจาก

1 นายแพทย์เมืองอู่ฮั่นผู้แจ้งเค้าเงื่อนแห่งการระบาดของไวรัสนาม “หลี่ เหวินเลี่ยง” ต้องถูกกล่าวโทษอย่างไร้มนุษยธรรม ต่อมาเขาเสียชีวิตจากการติดเชื้อจากผู้ป่วยที่มารับการรักษา

1 ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันโรคติดต่อสหรัฐนาม “Anthony Fauci” ถูกฝ่ายขวาสุดขั้วสหรัฐคุกคามเสรีภาพ โดยการข่มขู่หมายจะเอาชีวิต แต่ก็ไม่สะทกสะท้าน และยังยืนยันตนอยู่ในสัจจะแห่งตนคือพูดความจริง อันเกี่ยวกับภยันตรายของการระบาดของไวรัส

1 ผู้บัญชาการเรือรบสหรัฐชื่อ Brett Crozier ถูกปลดออกจากตำแหน่งเพราะถูกกล่าวหาว่าขัดคำสั่งในการร่วมต่อต้านการระบาดของไวรัส

1 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น Iwata Kentaro ผู้ซึ่งเปิดเผยเหตุการณ์เชื้อไวรัสระบาดบนเรือสำราญ Daimond Princess เป็นต้น

ล้วนถือเป็นกองหน้าในการต่อต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

เป็นวีรกรรมของวีรชนที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ของโลก

ในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นรวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกกว่า 1 หมื่นคน ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐกว่า 1 พันคน ของประเทศจีนกว่า 40 คน

ผู้ที่ทำหน้าที่เพื่อกอบกู้วิกฤตแห่งมนุษยธรรมรวมทั้งแนวหน้าและแนวหลังได้แก่ ผู้ที่แจ้งเค้าเงื่อนแห่งเหตุ บุคลากรการแพทย์ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่โลจิสติกส์ เป็นต้น

ถือเป็นงานหนักสุดยิ่ง เพราะต้องเจอทั้งพิษของโรคและพิษการเมือง อย่าง “หลี่ เหวินเลี่ยง”

ทว่าพิษการเมืองในสหรัฐอยู่ยาวและต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต่อต้านปัญญาชน คัดค้านหลักการวิทยาศาสตร์ ต่อต้านมาตรการการใส่หน้ากากอนามัยและการปิดเมือง เพราะเขาถือว่ากรณีเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของอเมริกันชน

ในที่สุดการควบคุมโรคไวรัสล้มเหลว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 แสนกว่าคน

นอกจากนี้ ยังมีวีรชนนิรนามเป็นจำนวนมากทำงานการต่อต้านไวรัสทั้งกลางวันและกลางคืน มิได้ว่างเว้นในประเทศจีน มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า เป็นต้น

พวกเขาเหล่านั้นก็ได้รับแรงกดดันทางการเมืองสุดยิ่ง ตลอดจนต้องสละชีวิตเพื่องาน

บุคลากรการแพทย์ทั่วโลกกว่า 1 หมื่นคน ติดเชื้อเสียชีวิต ย่อมหมายถึงเอาชีวิตของตนเข้าแลกกับชีวิตของคนทั้งโลก

เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด และหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ น่าจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับผู้นำประเทศในแถบนี้ เมื่อปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นต้องช่วยชีวิตคนไว้ก่อน มิใช่เวลาที่จะมาพินิจพิเคราะห์กันว่า “ไม่ใช่เป็นการระบาดรอบ 2 แต่เป็นการติดเชื้อรอบใหม่”

ไร้สาระ

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช