หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปัญหาการรับฟั...

ปัญหาการรับฟังความเห็นและประชามติ ร่างรธน.ฉบับ’มีชัย ฤชุพันธุ์’ โดย บุญเลิศ ช้างใหญ่

4.02.16 | 13:00 น.

รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติมได้ให้ความสำคัญกับการรับฟังความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ

มาตรา 8 วรรคสาม บัญญัติ ดังนี้

ในระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญ ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญรับฟังความคิดเห็นของคณะรักษาความสงบคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประชาชน ประกอบด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกำหนด

มีข้อน่าสังเกต คือ

1.ใน รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอความเห็น แต่ในทางปฏิบัติ สปช.กับคณะกรรมการร่าง รัฐธรรมนูญ กรธ.) ได้เชื่อมสัมพันธ์กันด้วยดี มีการเสนอความเห็นสิ่งที่ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ จาก สปท.ผ่านคณะกรรมาธิการทั้ง 12 คณะในรูปของเอกสารส่งไปถึงนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.คนที่ 1 เดินทางไปพบนายมีชัยที่โรงแรม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นอกจากนี้ยังมี สปท.เข้าพบกับนายมีชัยเพื่อพูดคุยหารือ เสนอความเห็น และข้อความที่จะให้ใส่ในร่างรัฐธรรมนูญ

Advertisement

เมื่อเป็นดังนี้ จึงเท่ากับว่าแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ คสช. ครม. สนช. สปท.กรธ.มีส่วนเกี่ยวข้องและถือได้ว่าร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย เป็นร่างของแม่น้ำ 5 สายทั้งในทางนิตินัยและพฤตินัย

2.ประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะเป็นเจ้าของประเทศและเจ้าของอำนาจอธิปไตย ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และฉบับ 2550 ก็เขียนไว้ชัดแจ้งว่า ให้รับฟังความเห็นประชาชนเป็นสำคัญ มาปี 2559 รัฐธรรมนูญ ปี 2557 ฉบับแก้ไขก็กำหนดให้รับฟังความเห็นประชาชนด้วย ดังที่นำมากล่าวถึงตอนต้น

3.รัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไข กำหนดว่า “ในระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญ ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญรับฟังความเห็น……..ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในกำหนดเวลาที่คณะกรรมการร่างกำหนด”

ข้อเท็จจริงมีว่า กรธ.ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 5 ตุลาคม 2558 ระหว่างการร่างของ กรธ. ไม่มีการออกระเบียบหรือประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นประชาชน

บัดนี้ ร่างแรกของรัฐธรรมนูญกำหนดเสร็จและนำออกเผยแพร่ ก็ยังไม่ปรากฏว่าการรับฟังความคิดเห็นประชาชนจะทำกันแบบไหน อย่างไร โดยใคร

4.การร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2540 และ 2550 มีสภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 99 คน เป็นกลไกหรือเครื่องมือในการไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จากนั้นก็มีหน้าที่พิจารณาร่างตั้งแต่ขอเสนอแก้ไข (แปรญัติ) อภิปรายลงมติทีละมาตราและลงมติรับหรือไม่ร่างในขั้นตอนสุดท้าย

ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการยกร่างฯฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอความเห็นด้วยการอภิปรายในที่ประชุม สปช.ส่งคำขอแก้ไข และสุดท้ายลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งผลการลงมติ 135 เสียง ไม่เห็นชอบมีเพียง 105 เสียงที่เห็นชอบ งดออกเสียง 7 เสียง

แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ในทางนิตินัย (รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไข) ถูกออกแบบให้ สปท.ไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในการร่างของ กรธ.ไม่ต้องลงมติในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อ กรธ.จัดทำเสร็จแล้ว การรับฟังความคิดเห็นประชาชน เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ กรธ.แต่เพียงลำพัง

ทำให้เกิดคำถามว่า กรธ. 21 คนจะฟังความคิดเห็นประชาชนทั้งประเทศ 60 กว่าล้านคนอย่างไร จะอาศัย สปท.ก็ไม่ได้ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง กรธ.กับประชาชน

5.ปกติการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ ฝ่ายนิติบัญญัติจะพิจารณาตั้งแต่ขั้นรับหลักการวาระที่ 1 แก้ไขปรับปรุงถ้อยคำแล้วลงมติทีละมาตรา ในวาระที่ 2 จนครบทุกมาตราแล้วจึงลงมติขั้นตอนสุดท้าย วาระที่ 3 ว่าจะเห็นชอบหรือไม่

การพิจารณาผ่านการโต้แย้งแสดงเหตุผลอย่างเปิดเผยของสมาชิกไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ส.ว. หรือแม้แต่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในที่ประชุม มีการถ่ายทอดสดทางวิทยุก็เพื่อความละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบ ใช้เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ตัดสิน

ที่สำคัญ คำชี้แจงและการอภิปรายในที่ประชุม เป็นการให้ความหมายของคำ ข้อความที่ถูกบันทึกไว้เวลามีเหตุขัดแย้งจะได้กลับมาตรวจสอบเพื่อหาความหมาย หรือเจตนารมณ์ในแต่ละเรื่อง แต่ละมาตราของคณะผู้ร่างและสมาชิกผู้พิจารณา ซึ่งเรียกกันว่า “เจตนารมณ์”

ร่างรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน

แต่การจัดทำร่าง รธน.ฉบับนายมีชัยไม่มีการอภิปรายในที่ประชุมสภา สปท. จึงมีคำถามว่าจะค้นหาความหมายของคำ ของประโยคในแต่ละมาตราและทั้งฉบับได้จากที่ไหน จะบอกว่าให้ค้นหาจากที่ประชุม กรธ.ที่ตึกรัฐสภา อาคาร 3 ห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ และที่โรงแรม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่ กรธ.ยกคณะกันไปประชุมเพื่อจัดทำร่างแรกก็เป็นปัญหาว่า การประชุมไม่ต่างไปจากการ “ประชุมลับ” เพราะสื่อมวลชนไม่ได้เข้าฟัง ไม่มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุให้ชาวบ้านได้ฟัง

ทำให้การบันทึกความหมายและเจตนารมณ์ของแต่ละคำ แต่ละวรรค แต่ละมาตราเกิดข้อโต้แย้งว่า กรธ. 21 คนมีความชอบธรรมในการบันทึกความหมายและเจตนารมณ์กันง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไร

ข้อสังเกต 5 ประการนี้ มุ่งหวังให้ประชาชนได้ร่วมกันพิจารณาร่าง รธน.ฉบับนายมีชัยออกมาดี เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ประชาชนเข้าใจและยอมรับ จะได้ผ่านความเห็นชอบเวลาออกเสียงลงประชามติช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

ไม่ใช่ร่าง รธน.แล้วนำไปสู่การถูกคว่ำประชามติ เสียทั้งงบประมาณ เสียเวลา เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย