ปลายปี 2563 เข้าสู่ต้นปี 2564 มีเหตุการณ์ระบาดโควิด-19 รอบสอง
ที่เริ่มมาจากภาคเหนือแล้วมาปะทุที่สมุทรสาครและบานปลายที่ “บ่อน” ภาคตะวันออก
กระทั่งคนติดเชื้อลามไปหลายจังหวัดเกือบครอบคลุมทั้งประเทศ
กระทบกับการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ธุรกิจการค้าการขาย การลงทุน สะเทือนหนัก
กลุ่มที่เคยคัดค้านต่อต้านและขับไล่รัฐบาลต้องเก็บตัวเงียบ ไม่กล้าออกมาเคลื่อนไหว เพราะจะผิดกาลเทศะ
ในภาวะที่โควิดไม่เข้าใครออกใคร?
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลอยตัวต่อไปอย่าง “สบาย-สบาย”!
ตอกย้ำฉายา “ตู่ไม่รู้ล้ม” ให้ปรากฏภาพเด่นชัดยิ่งขึ้น!
สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในปี’64 คือ 3 ข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรและแนวร่วมจะไม่ได้รับการตอบสนอง
การเรียกร้องกดดันก็ต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ เหมือนปี’63
การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นชนวน “จุดเดือด” ที่เกิดวิกฤตการณ์ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ก่อนสภาจะปิดสมัยประชุม
ผสมเข้ากับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ “บิ๊กตู่” และรัฐมนตรีบางคนในเดือนกุมภาพันธ์
โดยฝ่ายค้านคุยข่มว่าจะมี “ไม้เด็ด”!
ส่งผลให้การเมืองร้อนฉ่าในต้นปี’64!
คงไม่ต้องพูดถึงการปรองดองสมานฉันท์ เพราะเป็นแค่เพียง “ฉาก” ละครลวงโลกเท่านั้นหรือไม่?!
วิกฤตการเมืองเรื่องรัฐธรรมนูญจะอยู่ในสภาวะพูดกันไม่รู้เรื่อง
จากฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า “ประชาธิปไตย” และฝ่ายที่ถูกเรียกว่า “เผด็จการสืบทอดอำนาจ คสช.”
จะนำไปสู่การตั้งข้อหา จับกุมฝ่ายเรียกร้องว่ากระทำผิดกฎหมายเรื่อยๆ
ซึ่งจะทำให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ส.ส.รัฐบาลและ ส.ว. ยกระดับการเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น
ปี’64 จึงแทบจะหวังอะไรไม่ได้เลย?
โรคระบาดโควิดจ่อคอหอย
เศรษฐกิจการค้าการขาย การลงทุน การท่องเที่ยว “ฟุบ” ไม่ “ฟื้น” !?!
การเมืองเรื่องแก้รัฐธรรมนูญผนวกกับการเปิดศึกซักฟอกที่ร้อนระอุทั้งในสภาและนอกสภา
แต่ละวันไม่มีสิ่งดีๆ ให้เห็นเช่นความร่วมมือกันของนักการเมืองเพื่อก้าวข้ามวิกฤต
ไม่เห็นการลดราวาศอก ยอมถอยคนละก้าวแล้วหันหน้าเข้าหากันเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
นี่คือ “ภาพจำ” ร้ายๆ ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป!?
แม้ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยิน
แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!?!
ศุกร์ มังกร

