หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน ลงทะเบียน‘ฉีด...

ลงทะเบียน‘ฉีดวัคซีน’

7.01.21 | 14:05 น.

ได้ยิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงในฐานะประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ปม วัคซีนŽ ที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะต่างประเทศมีการฉีดกันแล้ว

บิ๊กตู่Ž คาดว่าในระยะเวลา 3 เดือนนี้จะได้เข้ามา 2 ล้านโดส
ก่อน ซึ่งต้องเตรียมแผนว่าจะฉีดให้ใครบ้างตามลำดับความเร่งด่วน

ที่เหลืออีก 26 ล้านโดส จะเข้ามาในระยะต่อไป และให้เพิ่มเติมไปอีก 35 ล้านล้านโดส คาดว่าจะฉีดให้คนส่วนใหญ่ได้เกือบหมดทั้งประเทศ ซึ่งต้องดูว่าเมื่อถึงเวลานั้นมีความจำเป็นต้องฉีดทั้งประเทศหรือเปล่า ถ้ามีความจำเป็น บริษัทของเราที่พัฒนาผลิตวัคซีนก็มีพร้อมอยู่แล้วในขณะนี้

ในขณะที่ข้อมูลจาก นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพื่อคนไทย บอกว่า ทำงานเรื่องนี้ตั้งแต่กลางปี 2563 มีการเตรียมข้อมูล วางเป้าหมาย มีกลไกที่ทำให้ได้วัคซีนมา เป้าหมายยังไม่เปลี่ยน ยังจะฉีดวัคซีนให้คนไทยโดยรัฐ และเป็นการฉีดฟรีไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชากร เป็นวัคซีนเกือบ 70 ล้านโดส

สิ่งที่เตรียมการคือ 1.ต้นทุนในมือ เรื่องการเจรจาของบริษัทแอสทราเซเนกา ที่ใช้เทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ขณะนี้เราทำสัญญา 26 ล้านโดส อยู่ระหว่างการผลิตในประเทศไทย คาดว่าปลายเดือนพฤษภาคมนี้ น่าจะได้ฉีดให้กับคนไทย

Advertisement

อีก 20% มีการเจรจาร่วมกับโคแวกซ์ (COVAX) แต่เป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนเนื่องจากมีความยุ่งยาก เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป และอีกร้อยละ 10 ทำข้อตกลงกับบริษัทที่คิดว่ามีโอกาสผลิตวัคซีนสำเร็จ มีความพยายามเจรจากับหลายฝ่าย ทั้งไฟเซอร์
โมเดอร์นา วัคซีนประเทศจีน และอาจจะขอซื้อเพิ่มเติมจาก
แอสทราเซเนกาได้ซึ่งจะเพิ่มให้ถึงเป้า

ข่าวดีที่เกิดขึ้น 2-3 วันที่ผ่านมา คือ บริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) จะนำวัคซีน 2 แสนโดส เข้ามาไทยในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ปลายเดือนมีนาคมอีก 8 แสนโดส และปลายเดือนเมษายนอีก 1 ล้านโดส รวมทั้งหมดเป็น 2 ล้านโดส

เมื่อถึงวันนี้วัคซีนคือความหวังหนึ่งเดียวที่หยุดยั้งการแพร่ระบาดและแก้เศรษฐกิจที่กำลังดิ่งเหว

ดังนั้นในฐานะคนไทยก็อยากให้การจัดสรร ฉีดวัคซีนให้มีความโปร่งใส และเป็นธรรม ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้

ยิ่งได้อ่านข้อเสนอของ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯ โพสต์ในทวิตเตอร์นั้นน่าสนใจยิ่ง เพราะ อยากเห็นรัฐบาลเริ่มดำเนินการลงทะเบียนผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนได้แล้ว อย่ารีรอ ไม่มีคำว่าเร็วเกินไป ดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนนี้ วัคซีนมาเมื่อไหร่พร้อมฉีดได้ทันทีŽ

เช่นเดียวกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า
นำเสนอประเด็นวัคซีนในการจัดรายการเฟซบุ๊กไลฟ์พิเศษ ในหัวข้อ ประเทศไทย 2021: ข้อเสนอจัดการโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจŽ นั่นน่าสนใจเช่นกัน

ธนาธรŽ เน้นย้ำว่า ต้องจัดการวัคซีนที่เป็นธรรม ตอนนี้ที่เป็นข่าวอยู่คือทางรัฐบาลได้ร่วมมือกับ Siam Bioscience และบริษัท AstraZeneca ในการจัดหาวัคซีนสำหรับคนไทยจำนวน 26 ล้านโดส 1 คนใช้ 2 โดส เพียงพอสำหรับคน 13 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด

แผนนี้ไม่เคยได้รับรู้รายละเอียดเลยว่าคนที่เหลือจะทำอย่างไร จะจัดสรรด้วยงบประมาณอย่างไร ที่จะทำให้คนได้วัคซีนอย่างถ้วนหน้าและเป็นธรรม

คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลได้นำเสนอประเด็นนี้ไปแล้วว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทนั้น ควรจะต้องตั้งเอาไว้เลย 6.7 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดสรรวัคซีนให้กับคนไทย จนเพียงพอที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นในประเทศ เสียดายที่รัฐบาลไม่เคยกันงบประมาณส่วนนี้ไว้

จนถึงวันนี้จึงยังไม่เคยเห็นว่ารัฐบาลจะมีตัวเลขประชากร
เป้าหมายที่จะต้องได้รับวัคซีนเท่าไหร่ ใช้งบประมาณเท่าไหร่ จะไปหาจากบริษัทไหน และจะแจกจ่ายให้ประชาชนเมื่อไหร่

ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำทันที คือ สร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ ว่าวัคซีนในประเทศไทยจะเข้าถึงคนทุกคน จนทำให้เกิดภูมิต้านทานหมู่ขึ้นในประเทศไทยได้ เพราะประชาชนไม่ใช่ภาระของประเทศ ประชาชนคือประเทศ

สิ่งที่สำคัญคือการจัดสรรต้องเป็นธรรมด้วย ถ้าเราไม่ตั้งเงื่อนไขกติกาให้ชัดเจนว่ากลุ่มคนกลุ่มใดควรจะได้ก่อน
ถ้าไม่ตั้งกติกาให้ชัดเจน ตนเกรงว่าวัคซีนจะไปถึงมือคนที่มีเงินและมีอำนาจก่อน

รัฐบาลอย่ารีรอ การฉีดให้คนเป็นล้านๆ คนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ วันนี้ต้องเริ่มต้นลงทะเบียน เปิดเผยวิธีการจัดสรร ตั้งเงื่อนไขกติกาด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใสด้วย

โกนจา