หน้าแรก คอลัมนิสต์ วินาศกรรมในภา...

วินาศกรรมในภาคใต้ โดย วสิษฐ เดชกุญชร

16.08.16 | 11:00 น.
แฟ้มภาพ

เหตุระเบิดและเพลิงไหม้หลายจังหวัดในภาคใต้ในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 และศุกร์ที่ 12 เดือนนี้มีลักษณะของประทุษกรรมที่ใกล้เคียงกัน จนยากที่จะทำให้เชื่อเป็นอย่างอื่น นอกจากว่าเป็นแผนของคนคนเดียวหรือกลุ่มเดียวกัน

ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 11 นั้น ลูกระเบิดลูกแรกระเบิดขึ้นที่หน้าร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บคนหนึ่งและยานพาหนะเสียหายจำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่นั้นเอง ลูกระเบิดลูกที่สองก็ระเบิดขึ้นที่หน้าโรงแรมห่างจากที่เกิดเหตุแห่งแรกไปประมาณไม่ถึง 100 เมตร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนถึง 22 คน หญิงไทยคนหนึ่งไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

เป็นที่น่าเสียใจที่ปรากฏว่าในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น (ศุกร์ที่ 12 สิงหาคม) แทนที่จะมีการปรับเปลี่ยนสถานที่และเวลาจัดงานทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ทางราชการอำเภอหัวหินกลับจัดงานทำบุญตักบาตร ณ สถานที่และเวลาที่กำหนดไว้เดิมคือที่ใกล้หอนาฬิกา (ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุเมื่อคืนก่อน 50 เมตร) เวลา 07.00 น. งานเริ่มตามกำหนดและมีผู้ไปร่วมงานประมาณ 500 คน เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดระเบิดขึ้นสองครั้งซ้อนๆ กันเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน นักท่องเที่ยวหญิงไทยคนหนึ่งไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเป็นคนที่สอง

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่ามีวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นลูกระเบิดวางแยกกันอยู่ที่อื่นอีก 3 แห่ง แต่เมื่อตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นลูกระเบิดปลอม

ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในคืนวันพฤหัสบดีที่ 11 ที่ร้านขายพลาสติกแห่งหนึ่งกลางเมือง เป็นเหตุให้ร้านได้รับความเสียหาย ต่อมาตอนเช้าวันศุกร์ที่ 12 เวลาประมาณ 08.00 น. หลังจากที่เสร็จงานทำบุญตักบาตรที่หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด เกิดระเบิดขึ้นที่หน้าสถานีตำรวจน้ำใกล้กับจวน เป็นเหตุให้พนักงานของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีได้รับบาดเจ็บ 4 คน คนหนึ่งมีอาการสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ครึ่งชั่วโมงต่อมาเกิดระเบิดขึ้นอีกที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี แต่คราวนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

Advertisement

นอกจากที่หัวหินและสุราษฎร์ธานีแล้ว เหตุร้ายยังเกิดขึ้นในอีก 5 จังหวัด คือนครศรีธรรมราช ตรัง พังงา กระบี่ และภูเก็ต ใน 5 จังหวัดนี้ที่ร้ายแรงใกล้เคียงกับหัวหินและสุราษฎร์ธานีคือเหตุระเบิดที่จังหวัดตรังในตอนบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตคนหนึ่งและได้รับบาดเจ็บ 7 คน รถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน ต่อมาในคืนเดียวกัน เวลาประมาณ 3 นาฬิกา เกิดเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางเมืองตรัง ไฟลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียง และไหม้อยู่นานประมาณ 4 ชั่วโมงก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงได้ ประเมิณค่าเสียหาย 100  ล้านบาท

เหตุระเบิดที่ภูเก็ตเกิดขึ้นครั้งแรกในตอนบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 11 ที่เกิดเหตุคือตู้ยามตำรวจ มีผู้ได้รับบาดเจ็บคนหนึ่ง ครั้งที่สองเกิดขึ้นในตอนเช้าวันศุกร์ที่ 12 ที่เกิดเหตุคือเต็นท์ซึ่งเตรียมไว้สำหรับใช้ในงานวันแม่ ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

ส่วนที่กระบี่และพังงามีเหตุเพลิงไหม้ร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวในตอนดึกของวันพฤหัสบดีในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ 2 และ 3 นาฬิกา แต่ที่พังงาในตอนเช้าวันศุกร์ที่ 12 มีเหตุระเบิดสองครั้งในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจพบโทรศัพท์มือถือที่สันนิษฐานว่าใช้ในการจุดระเบิด

สื่อสังคมลงข่าวว่ามีการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้วางระเบิดที่หัวหินและวางเพลิงที่นครศรีธรรมราช แต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธว่ายังจับกุมคนร้ายไม่ได้

เหตุร้ายเกิดขึ้นหลังจากที่มีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ และเกิดขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม อันเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แสดงว่าคนร้ายกระทำเพื่อปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญและลบหลู่พระเกียรติพระบารมีในขณะเดียวกัน

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดอยู่นี้ สิ่งที่เราคนไทยควรทำก็คือควบคุมอารมณ์ของตนไว้ ไม่ให้ตกเป็นทาสของโทสะและความกลัว ช่วยเหลือสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และแสดงให้โลกเห็นว่าคนไทยไม่หวาดหวั่น และจะร่วมกันยืนหยัดเผชิญกับการคุกคาม ไม่ว่าการคุกคามนั้นจะมาจากภายในหรือภายนอกประเทศ และไม่ว่าการคุกคามนั้นจะรุนแรงหรือใหญ่หลวงเพียงใด