หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเจรจาสันติ...

การเจรจาสันติภาพรอบใหม่ในปี 2021

8.01.21 | 13:00 น.

พม่าเพิ่งเฉลิมฉลองวันชาติปีที่ 73 ไปเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ อุปสรรคต่อการพัฒนาพม่าในองค์รวมยังเป็นความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ จากสงครามกลางเมืองที่กินเวลาหลายสิบปี มาจนถึงการเจรจาสันติภาพหลายต่อหลายครั้ง จนรัฐบาลพม่าสามารถลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มได้ แต่ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งไปกว่านั้นคือกลุ่มชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มต่างต้องการรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องสิทธิปกครองตนเอง ไปจนถึงผลประโยชน์ด้านทรัพยากร กองกำลังหลายกลุ่มมีลักษณะเป็น “ขุนศึก” (warfare) หรือหากเรียกว่ากลุ่มมาเฟียก็ไม่น่าจะผิด กองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้เป็นผู้มีอิทธิพลตามแนวชายแดนที่ติดกับจีน ไทย และลาว และมีธุรกิจผิดกฎหมายที่เกี่ยวพันหลายฝ่ายแบบอีนุงตุงนัง ผู้เขียนเชื่อว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์กับรัฐบาลพม่าจะยังตามหลอกหลอนพม่าต่อไป ตราบใดที่กองทัพยังทำตัวเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” (deep state) และยังมีผู้นำฝ่ายบริหารเป็นด่อ ออง ซาน ซูจี และพรรค NLD ที่ไม่ได้เป็นผู้นำสายก้าวหน้าดังที่เข้าใจกัน

ด้วยปัญหาที่รุมเร้า และไม่มีทีท่าว่าจะเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ได้ในเวลาอันใกล้ รัฐบาล NLD ที่เข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2016 จึงต้องงัดกลวิธีหลายอย่างมาเพื่อจัดการประชุมสันติภาพ หรือที่เรียกกันติดหูว่า “การประชุมสันติภาพปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21” แต่ก็ประสบปัญหามากมาย และไม่สามารถจับมือกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มลงนามในข้อตกลงสันติภาพได้ ยิ่งด่อ ออง ซาน ซูจีออกโรงประณามกองกำลังอย่างกองทัพอาระกัน (AA) ว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” ด้วยแล้ว การเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลพม่ากับ AA หรือกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อีกบางกลุ่มคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ อย่างแน่นอน

ท่าทีของรัฐบาลพม่าที่มีต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในชาติรอบใหม่สะท้อนออกมาจากสุนทรพจน์อวยพรปีใหม่ของด่อ ออง ซาน ซูจี ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่าประธานที่ปรึกษาแห่งรัฐผู้นี้ไม่ได้กล่าวสุนทรพจน์ออกสื่อบ่อยนัก ข้อความที่เธอสื่อสารออกมาจึงมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ ด่อ ออง ซาน ซูจีได้กล่าวถึงกระบวนการสร้างสันติภาพแบบใหม่ มีชื่อว่า “สถาปัตยกรรมสันติภาพแบบใหม่” (New Peace Architecture หรือ NPA) ซึ่งเป็นทั้งโครงสร้างการดำเนินงาน กระบวนการ และกรอบคิดแบบใหม่ที่จะนำกลุ่มก้อนทางการเมือง ภาคประชาสังคม และประชาชนเข้ามาเพื่อร่วมกันหาทางออก หลักการของ NPA นี้คือการชักชวนให้ทั้งกลุ่มที่เคยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (Nationwide Ceasefire Agreement หรือ NCA) และกลุ่มอื่นๆ ที่ยังไม่เคยลงนาม มาร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

จุดเน้นของโครงสร้างการเจรจาสันติภาพแบบใหม่นี้จะอยู่ที่การเจรจาแบบทวิพาคี ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และจะใช้กรอบคิดแบบใหม่นี้ไปอีก 5 ปี เธอกล่าวต่อว่า “เรารับรู้บทบาทที่สำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการสร้างสันติภาพ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้างการมีส่วนร่วมนี้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มาเข้าร่วมได้มากเพียงใด” คำกล่าวนี้สะท้อนว่ารัฐบาลและผู้นำในพรรค NLD ต้องการเปลี่ยนการเจรจา ให้มีภาคส่วนอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น เพราะที่ผ่านมารัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่รับฟังความเห็นของประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ ในปี 2022 พม่าจะเฉลิมฉลองข้อตกลงปางหลวงครบรอบ 75 ปี ด่อ ออง ซาน ซูจีคาดหวังว่าในอีกปีเศษต่อจากนี้ พม่าจะมีพัฒนาการทางการสร้างสันติภาพที่ดี และจะสามารถก้าวสู่การสถาปนาสหพันธรัฐ (federal union) ได้ เหนือสิ่งอื่นใด การสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ รัฐบาลจะต้องเร่งผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญก่อน เพื่อสร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตย เธอมองว่ารัฐธรรมนูญควรจะล้อกับข้อตกลงสันติภาพที่รัฐบาลลงนามร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มไปแล้ว ตลอดจนความต้องการของประชาชนในประเทศด้วย

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของ NLD ลงนามในข้อตกลงสหภาพ (Union Accord) ไปแล้วบางส่วน กับกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด 10 กลุ่ม เช่น KNU ของกะเหรี่ยง NMSP ของมอญ และอีก 8 กลุ่ม แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ กับกองกำลังที่ “แอ๊กทีฟ” ที่สุด ได้แก่ AA ของอาระกัน SSA หรือกองทัพรัฐฉาน หรือ UWSA ของว้า ได้เลย อย่างไรก็ดี รัฐบาลกำลังพยายามเจรจากับกลุ่มกองกำลังภาคเหนือ หรือ Northern Alliance ซึ่งรวมกองกำลัง 3 กลุ่ม ได้แก่ KIA ของกะฉิ่น MNDAA ของโกก้าง TNLA ของตะอาง และ AA ของอาระกัน เพื่อให้มาร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงแบบทวิภาคีกับรัฐบาล
การเปลี่ยนแผนการเจรจาสันติภาพของรัฐบาลพม่าอาจมาจากท่าทีของกองทัพที่เปลี่ยนไป และดูเหมือนว่ากองทัพพม่า ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ไร้การประนีประนอม จะทำแต้มเหนือรัฐบาลพม่าอยู่ในขณะนี้ ในด้านการเดินหน้าเจรจากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ กองทัพเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่เป็นทางการกับ AA หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายสู้รบอย่างต่อเนื่องถึง 2 ปี กินพื้นที่ทั้งในรัฐอาระกัน และรัฐฉิ่นตอนเหนือ แต่ท่าทีที่ AA มีต่อรัฐบาล NLD กลับไม่เป็นมิตรมากนัก ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2020 กองกำลัง AA ได้จับผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของ NLD 3 คนเป็นตัวประกัน ในวันที่เกิดเหตุ AA เพิ่งปล่อยตัวทหารพม่าที่ถูกจับตัวไป และทั้งสองฝ่ายก็เริ่มการเจรจาเรื่องการทหารและความมั่นคงในพื้นที่รัฐอาระกันและรัฐฉิ่นร่วมกัน เป็นท่าทีที่เป็นมิตรที่สร้างความประหลาดใจให้กับสังคมพม่าเป็นอย่างมาก

Advertisement

แต่ท่าทีของ AA ที่มีต่อ NLD กลับไม่เป็นมิตรอย่างนั้น แต่ก็มีท่าทีที่ดีขึ้น หลังการเลือกตั้งปลายปีที่แล้ว และชัยชนะขาดลอยของพรรค NLD พรรคก็ออกแถลงการณ์เพื่อเชิญพรรคการเมืองตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 48 พรรค มาหารือกันเรื่องการจัดตั้งสหพันธรัฐ ถนนสู่สหพันธรัฐเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงในพม่ามายาวนาน แต่อุปสรรคสำคัญที่สุดคือทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุการเจรจาใดๆ ได้ เพราะต่างมีผลประโยชน์ทับซ้อน และกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มก็ไม่ต้องการยอมรับอำนาจนำของชาวพม่าแท้เลยด้วยซ้ำ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ในปี 2021 นี้จะเป็นอย่างไร และด้วยกรอบคิดที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ระหว่างรัฐบาล NLD กับกองทัพพม่า ละครฉากนี้จะจบลงอย่างไร

ลลิตา หาญวงษ์