‘สมุนไพรไทย ก้าวไกลทั่วโลก ในยุคโควิด-19’

ในอดีตถึงปัจจุบัน วงการแพทย์และสาธารณสุขหรือผู้คนที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศจีน เราจะได้พบได้เห็นได้ยินว่า “ยาจีน” ซึ่งเป็นยาสมุนไพรตำรับต่างๆ มีการใช้เป็นอาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และรักษาด้วย ผู้เขียนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงเรียนแพทย์แผนจีน และเยี่ยมจุดบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของโรงพยาบาลในเมืองปักกิ่ง เมืองเทียนสิน โดยเฉพาะได้ไปยืนเฝ้าสังเกตที่ตึกผู้ป่วยนอก (OPD) จะเห็นว่าผู้ป่วยที่โรงพยาบาลไม่ว่าหญิงหรือชาย อายุวัยต่างๆ ตรวจเสร็จแล้วจะรับยาจากห้องเภสัชกรรมจะได้ยาเป็นถุงๆ สีน้ำตาล 3-5 ถุง ถุงละประมาน 1-2 กก. ซึ่งเป็นยา “สมุนไพร” ล้วนๆ จากการสอบถามอาจารย์แพทย์ที่เป็นไกด์แนะนำเยี่ยมชมได้ความว่า ผู้ป่วยทุกคนที่มา “โรงพยาบาล” จะเจ็บป่วยโดยโรคทางอายุรแพทย์ กุมารแพทย์ สูติแพทย์ เวชกรรมทั่วไป โรคกล้ามเนื้อกระดูก ทั้งหมดที่ไม่ใช่ผู้ป่วยที่เข้าข่ายศัลยกรรม (ต้องผ่าตัด) เขาจะจ่าย “ยาสมุนไพรจีน” หรือเรียกว่า “ยาจีน” ผลิตภัณฑ์ที่จ่ายให้ส่วนใหญ่ผู้ป่วยรับไปแล้วยาต้องไปต้ม, บด, ตำ ก่อนทาน หรือบางผลิตภัณฑ์อาจจะเป็นยาทำเป็นรูปแบบแคปซูล เม็ด ผง น้ำ ก็แล้วแต่เขาจะจ่ายยาจีนเป็นลำดับแรก (First line drug) ถ้าผู้ป่วยรักษาแล้วไม่หายก็จะส่งไปปรึกษาแพทย์ทางตะวันตก (คือ แพทย์ศาสตร์ทั่วไป แล้วแต่เชี่ยวชาญด้านใด เช่น ศัลยกรรม, กระดูก, สูติศาสตร์ เป็นต้น) ซึ่งเขาใช้ “ยาจีน” เป็นลำดับแรก มาตั้งแต่โบราณกาล จนถึงปัจจุบัน และ
ผู้เขียนก็ยังคิดว่าเขาก็ยังคงรักษาวัฒนธรรม การบริโภคยาจีนเป็นวิถีชีวิตของเขาอยู่ แม้แต่เลือกการฝังเข็ม การครอบแก้ว เป็นต้น

ผู้เขียนเองมีความฝันในขณะนั้นว่า ต้นทุนประเทศไทยเรามีสมุนไพรหลากหลายมากมาย อยากเห็นวงการแพทย์ของเราได้มีการใช้ “สมุนไพรไทย” เป็นอาหารกินเป็นยา และหรือกินเป็นยาบำบัดรักษาโรค เป็น First line drug ตามวิถีไทยๆ ของเราเหมือนประเทศจีนซึ่งราคาถูกเป็นธรรมชาติ มีประสิทธิภาพดีมาก ไม่ต้องใช้สารเคมีปรุงแต่ง เกิดผลข้างเคียงตามมาก็มีมาก และยังอยากเห็นว่าโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน รพ.สต.ทุกแห่ง มีการใช้ “สมุนไพรไทย” เป็นลำดับแรก (First line drug) เช่นกัน และมีห้องตรวจแพทย์แผนไทย หรือแพทย์ของเรา “ยาสมุนไพร” ให้มีการใช้จนเป็นวัฒนธรรม

ปีใหม่ “วันที่ 3 มกราคม 2564” ผู้เขียนได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กับแพทย์รุ่นน้องที่น่ารัก คือ นพ.นพพร ปลื้มพงศ์ปิติกุล อดีตนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดสระบุรี พญ.วนิดา สาดตระกูลวัฒนา อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี และ นพ.ศิริชัย ลิ้มศิริกุล ซึ่งเป็นผู้อำนวยการบริษัทผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด สนทนากัน “เรื่องสมุนไพรไทย” โดยเฉพาะ “บริษัทผลิตสมุนไพรไทย จำกัด” มีส่วนช่วยเหลือสมุนไพรประเทศไทยเราอย่างไรให้ไปสู่ “สากล” ท่านได้สรุปโดยสังเขปว่า…

องค์การเภสัชกรรม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในการกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข หลังจากที่ได้ประสบความสำเร็จในการผลิตยาแผนปัจจุบันมาแล้ว ยังได้ทำการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรเพื่อใช้เป็นยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างต่อเนื่องและขยายผลการวิจัยและพัฒนาไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม โดยมุ่งหวังลดการใช้สารเคมีที่มีในยาแผนปัจจุบันและการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และเพื่อให้เพียงพอกับปริมาณการใช้ของประชาชน จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือการก่อตั้งโรงงานผลิตยาสมุนไพร ในนาม บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพร จำกัด ขึ้นในปี 2538 ตั้งอยู่ ณ ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด (Thai Herbal Products Co., Ltd.) จึงเป็นบริษัทร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม (GPO) ร่วมกับภาคเอกชนโดยมีองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากองค์การเภสัชกรรม ปัจจุบันก่อนตั้งมาแล้วเป็นเวลา 25 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม, สนับสนุนการนำสมุนไพรมาแปรรูปผ่านกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ, มาตรฐาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน, เกษตรกร, สังคมและประเทศชาติ ปัจจุบันมีนายแพทย์ศิริชัย ลิ้มสกุล เป็นผู้อำนวยการบริษัท

เป็นการเพิ่มโอกาสในการพัฒนา, การผลิต ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน IOS 14001&ISO 9001, PIC/SGMP และ FOOK GMP ตลอดจนผลิตภัณฑ์ได้รับรางวัลคุณภาพและมาตรฐานต่างๆ อีกมากมาย ได้แก่ 1.รางวัล อย.ควอลิตี้อวอร์ด ปี 2554, 2557 และ ปี 2561-2563 2.รางวัลคุณภาพสมุนไพรไทยระดับทอง ตั้งแต่ปี 2554-2557 3.โรงงานสีขาว 4.Green Industry ระดับ 3 5.รางวัลผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ ปี 2562 และ 2563 6.การรับรองมาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001 และมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากองค์การเภสัชกรรม เช่น ขมิ้นชัน, ฟ้าทะลายโจร ยาอมมะแว้ง บริษัทยังได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนายาฟ้าทะลายโจรในรูปแบบสารสกัดเป็นสารสกัดฟ้าทะลายโจรแคปซูล ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ แอนโดรกราโฟไลด์ไม่ต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ซึ่งล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับองค์การเภสัชกรรม ทำการวิจัยยาสมุนไพร ฟ้าทะลายโจรกับไวรัสโควิด-19
เพื่อศึกษาวิจัยประสิทธิผลของยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยใช้สารสกัดฟ้าทะลายโจรของบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด ทำการทดลองในครั้งนี้ด้วย ผลการศึกษาเบื้องต้นในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่รับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจรขนาด 180 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับการรักษาตามมาตรฐานการรักษาโรคด้วยยา ปัจจุบันตามมาตรฐานการแพทย์จากโรงพยาบาล หลังจากประเมินอาการทุกวัน พบว่าอาการดีขึ้น ตั้งแต่ 3 วันแรกของการได้รับสารสกัดดังกล่าว อาการไอ เจ็บคอ มีเสมหะ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ มีอาการดีขึ้น ไม่มีอาการข้างเคียง ซึ่งการวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกในผู้ป่วย ซึ่งได้รับการตรวจยืนยันว่า ติดเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง หลังมีอาการ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และกำลังขยายการวิจัยต่อเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ยาสมุนไพรมากขึ้น

นพ.ศิริชัยยังได้เสริมตอนท้ายว่า ขณะนี้บริษัทมีการโปรโมตยาสมุนไพรตัวใหม่ๆ ซึ่งขณะกำลังเป็นที่นิยมอยู่มากในยุคไวรัสโควิด-19 ระบาด และเราต้องมีชีวิตหันกลับมาสู่ความเป็นดั้งเดิมที่เรียกว่า Back to the basic หรือภาษาใหม่ๆ ของเราไว้ “New Normal” มีอยู่ 5 ตัว คือ

1.สารสกัดฟ้าทะลายโจรแคปซูล มีไว้ติดบ้าน ทานทันทีที่เริ่มมีอาการไข้ หวัด และอาการเจ็บคอ โดยใน 1 แคปซูลของผลิตภัณฑ์สารสกัดฟ้าทะลายโจร ประกอบด้วย สารสกัดฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีแอนโดรกราโฟไลด์ไม่ต่ำกว่า 20 มิลลิกรัม มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการเจ็บคอ รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง

2.ไทยเฮิร์บ นฤมิต เครื่องดื่มสารสกัดขิง เห็ดหูหนู และพุทราจีน เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยป้องกัน และดูแลระบบไหลเวียนของเลือด ไทยเฮิร์บนฤมิตใน 1 กล่องบรรจุ 10 ซอง ของสารสกัดจากขิง เห็ดหูหนู และพุทราจีน (ชนิดผง) ปราศจากน้ำตาล, วัตถุกันเสีย, สารแต่งกลิ่นและสีสังเคราะห์ ชงน้ำร้อนดื่มได้เป็นประจำทุกวันเพื่อบำรุงร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูง ผู้ที่เป็น
โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง

3.ฟลาวาซอยแคปซูล สารสกัดจากถั่วเหลือง ช่วยบรรเทาอาการอันเนื่องมาจากภาวะการหมดประจำเดือน ถั่วเหลืองมีสรรพคุณช่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยเพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย ลดอาการแปรปรวนในอาการของวัยหมดประจำเดือน ช่วยให้นอนหลับและผ่อนคลาย ผลิตภัณฑ์ฟลาวาซอย ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย สารสกัดของถั่วเหลืองซึ่งมี isoflavones ไม่ต่ำกว่า 25 มก.

4.พลูจีนอล ผลิตภัณฑ์ผลิตจากพลูสมุนไพรพื้นบ้าน ในรูปแบบเจล สรรพคุณของพลู แก้อาการคันตามผิวหนัง ด้านการอักเสบ รักษากลาก รักษาฮ่องกงฟุต และลมพิษ ในเจลของผลิตภัณฑ์พลูจินอลประกอบด้วยน้ำมันพลู 4 กรัม ใช้ทาบางๆ บริเวณที่มีอาการคัน วันละ 2-3 ครั้ง หรือตามแพทย์สั่ง ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ ปี 2562 (PMHA Award 2562)

5.ไพลจีซาล ผลิตภัณฑ์จากไพล ในรูปแบบครีม สรรพคุณของไพล ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดบวมจากกล้ามเนื้ออักเสบ เคล็ด ขัดยอก ฟกช้ำ เส้นตึง กล้ามเนื้อกระตุก และเหน็บชา ไพลจีซาล 1 หลอดบรรจุ 30 กรัม มีส่วนประกอบใน 1 กรัม ประกอบด้วย น้ำมันไพลกลั่น 140 มิลลิกรัม ใช้ทาและถูเบาๆ บริเวณที่มีอาการวันละ 2-3 ครั้ง

อนึ่ง ด้านการส่งเสริมการใช้สมุนไพร บริษัทมีโครงการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนตระหนักรู้ในการมีและใช้สมุนไพรในครัวเรือน รู้จักพืชสมุนไพร การปลูก การใช้เพื่อการดูแลรักษาเบื้องต้นในครอบครัว รู้คุณค่า และเพิ่มมูลค่าสมุนไพร นอกจากใช้เองในครอบครัวและชุมชนแล้ว ยังผลิตจำหน่ายเป็นรายได้เพื่อพึ่งพาตนเอง

บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อเพิ่มโอกาสการใช้สมุนไพรในมิติการส่งเสริมสุขภาพ, การป้องกันโรค, การรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพร่วมกับเวชภัณฑ์, การแพทย์แผนปัจจุบัน ลดโอกาสความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากเวชภัณฑ์ที่มีสารเคมี จึงเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านเวชภัณฑ์ของประเทศชาติอีกทั้งการส่งเสริมภาคเกษตรกรรมภายในประเทศ

ในความมุ่งมั่นที่จะให้สมุนไพรไทย “มีใช้ทั่วไทย ก้าวไกลไปทั่วโลก”

ในมิติสมุนไพรไทย “คุณภาพยอด เพื่อสุขภาพเยี่ยม”

บนแนวทาง “Thai Herb for You” มุ่งสู่ “Thai Herb the First” และ “Thai Herb for All” ในที่สุดไงเล่าครับ

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร
อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กป้อม ไม่รู้ใครทำเพจ ‘FC ลุงป้อม ประวิตร’ โพสต์หนุน ‘บิ๊กแป๊ะ’ ชิงผู้ว่าฯกทม.
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่ 12 : สูญเสีย