หน้าแรก คอลัมนิสต์ สู่ยุคยุทธศาส...

สู่ยุคยุทธศาสตร์ชาติ โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

18.08.16 | 12:00 น.

ภายหลังการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) ประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรี กรณีที่พรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งตกลงกันไม่ได้จะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี

ฟังคำประกาศด้วยท่าทีที่แสดงความมั่นอกมั่นใจ ทำให้อดคิดถึงหลักการการแข่งขันที่เป็นธรรมไม่ได้ นอกจากจะใช้ไม่ได้ผลกับระบบเศรษฐกิจไทยแล้ว คงใช้ไม่ได้ผลกับระบบการเมืองไทยเช่นกัน

ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านใดที่เคยสมาทานความคิด ความเป็นกลางไม่มีจริง คราวนี้ก็คงประจักษ์อีกครั้งว่าในทางการเมืองแล้วความเป็นธรรมก็ไม่มีจริงเช่นเดียวกัน

เพราะขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งอาสาตัวเองมาเป็นผู้แทนปวงชนเพื่อเป็นฝ่ายบริหาร ไม่มีสิทธิอำนาจเสนอแต่งตั้งใครเข้ามาเป็นตัวช่วย เป็นไม้ค้ำยัน ฐานรองรับอำนาจ แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับฉันทามติให้มีโอกาสและทรงอำนาจนั้นอย่างเต็มภาคภูมิ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจตจำนงของประชาชนผู้ลงประชามติฝ่ายข้างมากเห็นเช่นนั้น หลักการแข่งขันเสรีที่เป็นธรรมก็ต้องเป็นข้อยกเว้น ไม่อาจยกขึ้นมาเรียกร้องความเท่าเทียมถามหาความสง่างาม และความเป็นธรรมทางการเมือง เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานระหว่างผู้ที่มาจากการเลือกตั้งกับแต่งตั้งได้

Advertisement

การยอมรับชะตากรรมร่วมกันต่อไปจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ต่อจากนี้ไปเป็นการรอคอยการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามคำถามพ่วง และการร่างกฎหมายประกอบอีกกว่า 10 ฉบับ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ ตามหลักการในรัฐธรรมนูญหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้นำเสนอให้สภาขับเคลื่อนมีมติเห็นชอบส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว

ตามรัฐธรรมนูญหมวด 16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ระบุไว้อย่างต่ำ 6 ด้าน ได้แก่ การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การศึกษา เศรษฐกิจ และด้านอื่นๆ

การจัดทำกฎหมายฉบับนี้คณะรัฐมนตรีจะเอาฉบับที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นหลักเพื่อนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือมอบให้หน่วยงาน องค์กรใดรับผิดชอบก็ตาม มีเส้นตายต้องประกาศใช้บังคับภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ต่อจากนั้นจะเป็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติภายใน 1 ปี

โดยโครงสร้างของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ตามร่างของสภาขับเคลื่อน ประกอบด้วยผู้นำฝ่ายการเมือง นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้ทรงคุณวุฒิด้านยุทธศาสตร์กลุ่มภารกิจต่างๆ จำนวน 25 คน

ถัดลงไปเป็นคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ ไม่เกิน 29 คน ประกอบด้วย ภาครัฐ ได้แก่ เลขาฯสมช. เลขาฯสศช. ผอ.สำนักงบประมาณ เลขาฯก.พ. เลขาฯก.พ.ร. เลขาฯกฤษฎีกา เลขาฯครม. ผอ.สขช. เสนาธิการทหาร อัยการสูงสุด

ภาคเอกชนได้แก่ ประธานสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมธนาคาร สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาคประชาชน ได้แก่ ผู้แทนประชาชนที่เสนอโดยสภาองค์กรชุมชน 2 คน ภาควิชาการ ได้แก่ ประธานที่ประชุมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยของรัฐ กับผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ

ใครจะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการทั้งสองระดับยังไม่มีข้อยุติในขณะนี้

ประเด็นมีว่า รัฐบาลแม่น้ำ 5 สาย ยังยืนยันใช้โครงสร้างตามนี้ หรือปรับใหม่ภายในเวลาที่กำหนด 120 วัน กับรัฐบาลใหม่ภายหลังการเลือกตั้งยังจะใช้บริการตามที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปออกแบบไว้ หรือจะแก้ไข พ.ร.บ.ยุทธศาตร์ชาติ กำหนดโครงสร้างองค์ประกอบขึ้นมาใหม่

ระดับคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ จะใช้ชุดเดียวบริหารจัดการทั้งหมดทุกยุทธศาสตร์ จำนวนเท่าไรก็ตาม หรือยุทธศาสตร์แต่ละด้านจะมีคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ด้านนั้นๆขึ้นมาอีก

ถ้าใช้ชุดเดียวจะบริหารจัดการทุกยุทธศาสตร์ไหวหรือ แต่หากใช้หลายชุดจะเกิดการทับซ้อน ทำซ้ำกับคณะกรรมการประจำตามกฎหมายหลักอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในขณะนี้หรือไม่ อาทิ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ กรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ ด้านการศึกษา ซึ่งกำลังขะมักเขม้นร่างแผนพัฒนาการศึกษาชาติฉบับที่ 12 ปี 2560-2564 อยู่เวลานี้

ครับ นับจากนี้ไปก่อนและหลังการเลือกตั้ง เรื่องราว ข้ออภิปรายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ 5 ปี 20 ปี คงทำให้บรรยากาศการเมืองไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเขียนไว้ว่า ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน และให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระปราศจากการครอบงำไม่ว่าทางใด

และมีกลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธีจริงๆ เสียที ไชโย