พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
ประกาศครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ
โดยเฉพาะหลังจากเปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป
แต่ดูเหมือนบริษัทบริวาร และกองเชียร์ผู้ให้การสนับสนุนอย่างออกหน้าออกตาตลอดระยะเวลา 2 ปีหลังการรัฐประหาร
มิได้คิดเช่นนั้น
9 สิงหาคม
สองวันหลังการลงประชามติรับร่างบรัฐธรรมนูญ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ประกาศว่า ได้หารือกับพวกที่มีอุดมการณ์เดียวกันเพื่อจัดตั้งชื่อพรรคประชาชนปฏิรูป
โดยมีเจตนารมณ์ 3 ประการ คือ
1.ปฏิรูปพรรคการเมืองและนักการเมือง ทำให้การเมืองประเทศไทยดีขึ้น
2.ปฏิรูปพระพุทธศาสนาให้มีความบริสุทธิ์และดีงาม
3.เพิ่มอำนาจให้ประชาชน จะมีการจัดตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาชนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
เพราะคำถามพ่วงที่ประชาชนโหวตเห็นชอบกว่า 10 ล้านเสียงคงมีอุดมการณ์เดียวกับที่ตนเคยเสนอ
คือสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธ มองว่ามีนายทหารคนอื่นที่เหมาะสมอีกหรือไม่
นายไพบูลย์กล่าวว่า เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมอยู่คนเดียว
แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ตอบคำถามว่าพร้อมจะรับการสนับสนุนหรือไม่
แต่ขบวนกองเชียร์ไปไกลมากแล้ว
ถึงขั้นแสดง “โรดแมป” ในการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง
นายไพบูลย์ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์คงจะไม่ยอมให้พรรคการเมืองใด นำชื่อไปเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อของบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 88
ที่ต้องประกาศก่อนการเลือกตั้ง
โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ จึงต้องเป็นไปตามกรณีที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272
นั่นคือรายชื่อที่เสนอมาโดยพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ได้รับเสียงข้างมาก
ก็จะต้องดำเนินการตามมาตรา 272 โดย ส.ส.ของพรรคประชาชนปฏิรูป จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี
ควบคู่กันไปกับการสร้างนั่งร้านใหม่
นายไพบูลย์ก็กระทืบนั่งร้านเก่าที่ผุงพังอยู่แล้วให้เป็นฝุ่นผง
โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยและคัดค้านที่จะให้นักการเมืองระบบเก่าร่วมมือกับอดีตนายทหารจัดตั้งพรรคทหาร
เพราะเท่ากับทำให้การต่อสู้ของประชาชนเกิดความเสียเปล่า
และพรรคดังกล่าวอาจจะอ้าง พล.อ.ประยุทธ์ไปหาประโยชน์ในทางลับ
นอกจากกองเชียร์ในระดับนายไพบูลย์ หรือ นายมโน เลาหวณิช ที่ร่วมหัวจมท้ายกันในกรณีธรรมกายอย่างแนบแน่น
กองเชียร์ล่าสุดที่เปิดตัวหนุน “ว่าที่นายกรัฐมนตรี” ภายหลังการเลือกตั้ง ก็คือ พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ จากวัดอ้อน้อย
ที่โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่คุณไพบูลย์และพวกจับมือรวมกลุ่มกันเพื่อจะทำงานให้แก่บ้านเมืองมันจะผิดอะไร
การที่คุณไพบูลย์และพวกเขารีบประกาศตัว หมั้นหมายคุณประยุทธ์ออกมาก่อน ก็ถือว่าเป็นสิทธิของคุณไพบูลย์
เมื่อเห็นคนดีมีฝีมือ แถมยังจิตใจหล่ออีกตะหาก
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้หาไม่ได้ในพรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีอยู่เดิมหรอก
หากจะถามใจพุทธะอิสระว่าการเลือกตั้งที่จะมีต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าพรรคไหนจะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ
พุทธะอิสระและเวทีแจ้งวัฒนะต่างเห็นด้วยทั้งนั้น
นายกฯไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือมาจากทหาร ถ้าสามารถทำให้บ้านเมืองนี้สงบสุขร่มเย็น เจริญรุ่งเรือง และทำหน้าที่อย่างซื่อตรง
“คนไทยทุกคนล้วนชมชอบทั้งนั้น”
อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยพูดแทนคนไทยทุกคนไว้ล่วงหน้า
น่าสนใจว่า เมื่อมี “หน่วยกล้าตาย” ออกมาเต้นเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้ครึกครื้นขนาดนี้แล้ว
จะมีกองเชียร์ท่านใดออกมาให้การสนับสนุน หรือเพิ่มน้ำหนักให้การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนอีกหรือไม่
ปริมาณก็เป็นประเด็นหนึ่ง
คุณภาพก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
จะโยกคลอน “เสาหลัก” ระดับนายกรัฐมนตรีให้หวั่นไหว หรือคล้อยตามได้
ต้องมาทั้งสอง

