วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra, TPO) เรียกกันสั้นๆ ว่า “ทีพีโอ” ได้ตกลงรับคำเชิญของสถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน-พม่า ซึ่งร่วมกับสถานทูตไทยในพม่า และวงดุริยางค์ของสถานีโทรทัศน์พม่า (Myanmar TV) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เชิญให้วงทีพีโอไปแสดงเนื่องในโอกาสฉลองรัฐบาลใหม่ของพม่า ระหว่างวันที่ 25-30 สิงหาคม 2559 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแสดงความยินดีต่อกัน
ความสัมพันธ์ไทย-พม่า ระหว่างประชาชนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นนัก เพราะคนไทยก็มีความจดจำอดีตที่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์บาดหมางอยู่ เข้าใจถูกหรือเข้าใจผิดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คนพม่านั้นก็มีความรู้สึกที่ไม่ดีและเข้าใจว่าคนไทยเป็นคนที่เอาเปรียบ แถมไม่น่าคบอีกต่างหาก ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-พม่าไม่ค่อยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเท่าใดนัก พม่าก็เห็นว่าจีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และยุโรป มีบทบาทที่ดีมีประโยชน์ต่อพม่า และน่ารักกว่าคนไทยเป็นไหนๆ ทั้งๆ ที่ไทย-พม่ามีดินแดนต่อกันยาวหลายร้อยกิโลเมตร
ในฐานะที่เป็นครูสอนดนตรี ประเทศไทยเป็นประเทศที่มียุทธภูมิที่ดีมาก อยู่ใจกลางของอาเซียน แต่ไทยก็ไม่ได้เป็นที่น่าเชื่อถือหรือน่ารักต่อเพื่อนบ้านอาเซียนด้วยกัน มองจากการศึกษาดนตรีของไทย ก็มีความแข็งแรงกว่าเพื่อนบ้านรอบๆ ทั้งหมด แต่ไทยก็เป็นประเทศที่เพื่อนบ้านไม่ค่อยชอบนัก เพื่อนบ้านส่งนักเรียนดนตรีไปเรียนที่ประเทศอื่นๆ อาทิ สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เป็นต้น ไม่มีใครส่งนักเรียนดนตรีมาเรียนในประเทศไทย แม้จะให้ทุนการศึกษาก็ตาม จึงถึงเวลาที่ต้องคิดใหม่กัน
เมื่อ พ.ศ.2542 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดกิจกรรมวงดนตรีเยาวชนอาเซียนขึ้น โดยไทยเราเป็นเจ้าภาพ คัดเลือกนักเรียนดนตรีมาเข้าค่าย และที่สำคัญคือ ไทยเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้ทั้งหมด เพื่อจะสร้างมิติใหม่ด้านความสัมพันธ์ และจัดต่อเนื่องมาอีกหลายปี ต่อมาได้จัดตั้งเป็นสมาคมคณบดีดนตรีแห่งอาเซียนขึ้น (SEADOM, 2008) ปัจจุบันก็มีสมาชิกที่ลงทะเบียน 29 สถาบันด้วยกัน ได้จัดประชุมกันทุกปี (9 ปี) ซึ่งในปีหน้า พ.ศ.2560 พม่าก็จะเป็นเจ้าภาพ
กิจกรรมดนตรีเหล่านี้ทำให้สถาบันดนตรีในภูมิภาคอาเซียนหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือและพูดคุยกันมากขึ้น ทำกิจกรรมดนตรีร่วมกัน โดยไม่มีใครใหญ่กว่าใคร
ความเป็นเพื่อนกันเริ่มมีมิติการยอมรับมากขึ้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ นักเรียนดนตรีในอาเซียนสมัครเข้ามาเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลมากขึ้น ตั้งแต่ชั้นเตรียมอุดมดนตรี ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก มีการยอมรับเรื่องมาตรฐานการศึกษา ยอมรับในฝีมือดนตรี และยอมรับในกิจกรรมดนตรีที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งสมาคมคณบดีดนตรีอาเซียนนั้น วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นเจ้าภาพให้การสนับสนุน (เงิน) อยู่เบื้องหลัง เพื่อไม่ให้องค์กรมีปัญหาเรื่องเงินแล้วทำงานไม่ได้
วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยเดินทางไปแสดงในครั้งนี้ เป็นอีกมิติหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาคมอาเซียนได้ยอมรับไทยมากขึ้น การนำวงดนตรีขนาดใหญ่ไปแสดงในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน การเล่นเพลงของอาเซียน ความลำบากอยู่ที่การเคลื่อนย้ายวงดนตรี (120 คน) พร้อมเครื่องดนตรีทั้งวง เป็นเรื่องยากมาก และมีค่าใช้จ่ายที่สูง แม้จะเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ๆ เพราะการคมนาคมยังลำบากอยู่ เครื่องบินลำเล็กเพราะสนามบินเล็ก การขนส่งผ่านทางบกถนนก็เล็กยากลำบาก และระบบตรวจสอบของแต่ละประเทศต้องใช้เอกสารและใช้เวลานาน การผ่านด่านยังไม่มีความคล่องตัวนัก ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เสียเวลามากขึ้น จนทำได้ยาก
วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยได้ไปแสดงที่ประเทศลาวมา 2 ครั้งแล้ว คราวนี้ก็จะไปแสดงที่สหภาพพม่า ซึ่งเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก หลังจากพม่าปิดประเทศมา 60 ปี เสมือนเอาประเทศใส่ตู้เย็นเอาไว้ เมื่อมีการเปิดประเทศ ทำให้ทุกคนตื่นเต้นที่จะดูว่า เมื่อดอง (แช่แข็ง) ประเทศไว้ในตู้เย็น 60 ปีแล้ว เปิดออกมาจะเป็นอย่างไร เพราะทุกคนก็อยากดูสิ่งที่ย้อนยุค สิ่งที่เป็นวิถีชีวิตโบราณ แต่ก็ต้องรีบๆ ไปดู เพราะเมื่อเวลาได้ผ่านไป 10-20 ปีข้างหน้า ก็จะไม่เห็นร่องรอยสิ่งที่แช่แข็งไว้ในตู้เย็น ซึ่งมีให้ดูในเยอรมนีตะวันออก ในเวียดนามเหนือ ซึ่งวันนี้ไม่มีร่องรอยของสิ่งที่แช่ไว้ในตู้เย็นอีกต่อไป
เมื่อสหภาพพม่าเปิดประเทศก็จะเนื้อหอมมาก หากว่าสหภาพพม่าสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้เร็ว ไทยก็จะเป็นประเทศที่ลำบากที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะมีแรงงานพม่า 1 ล้านคน หากคนเหล่านั้นกลับพม่า เขากลับไปพร้อมๆ กับประสบการณ์ทำงาน พม่าก็จะพัฒนาเปลี่ยนแปลงประเทศได้เร็วขึ้นมาก ฝ่ายไทยเองก็จะขาดช่างฝีมือก่อสร้าง ขาดคนหาปลา ขาดคนขายน้ำมัน ขาดคนทำสวน ขาดแม่บ้าน ขาดคนทำงานที่ร้านอาหาร ขาดคนเย็บเสื้อผ้า ขาดคนทำงานในโรงงาน ฯลฯ ประเทศไทยก็จะสะดุดทันที นักธุรกิจไทยก็จะหันไปลงทุนในพม่า นักธุรกิจต่างชาติก็หันไปลงทุนในพม่า เพราะพม่ามีทรัพยากรทั้งคนและมีวัตถุดิบมากกว่า และถูกกว่าด้วย
แต่นักธุรกิจไทยจะให้การสนับสนุนงานดนตรีน้อยมาก เพราะนักธุรกิจจะคิดว่าเขาให้การสนับสนุนแล้วเขาจะได้อะไร ซึ่งต่างไปจากนักธุรกิจชาวตะวันตก เขาให้การสนับสนุนศิลปะดนตรีหรือกิจกรรมสังคม เพราะเขารู้สึกว่าต้องมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสังคม หากมองไปที่ภาครัฐที่จะสนับสนุนงบประมาณด้านศิลปะดนตรี ซึ่งหน่วยงานของรัฐส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญต่องานพิธีกรรม งานศิลปวัฒนธรรมที่โหยหาอดีต ฟูมฟายวัฒนธรรม ไม่ค่อยมีวัฒนธรรมในโลกอนาคตนัก สรุปว่าได้รับการสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน
ทำให้การยกวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยไปต่างประเทศแต่ละครั้ง ลำบากมาก เพราะต้องใช้งบประมาณสูง ซึ่งการทำวงดนตรีให้ดีอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องหาเงินเพื่อให้ดนตรีได้แสดงด้วย นักดนตรีนั้น เสียงดังตังค์มา เมื่อเสียงดังแล้วตังค์ไม่มา นักดนตรีก็จะเล่นไม่ไพเราะ ดนตรีจึงตกอยู่ในช่องว่าง ไม่รู้ว่าใครจะเป็นเจ้าภาพที่จะจ่ายเงินให้นักดนตรี องค์กรของรัฐ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการต่างประเทศ ต่างก็มองไม่เห็นความสำคัญ ธุระไม่ใช่ จะทำก็แต่เฉพาะงานประเพณีและงานพิธีกรรม (เก่า) เอกชนก็มองไม่เห็นประโยชน์ของดนตรี ว่าเมื่อเขาให้การสนับสนุนไปแล้ว เขาจะได้อะไรตอบแทน
ในที่สุด คนดนตรีจึงต้องคิดงานเอง ลงมือทำเอง หาเงินเอง และไปแสดงเอง
วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย จะเดินทางไปพม่าในวันที่ 25 สิงหาคม 2559 ก็จะต้องแบ่งวงขนาดเล็กไปเล่นที่สถานทูตไทยประจำพม่า แสดงที่มหาวิทยาลัยพม่า และที่สถานีโทรทัศน์พม่า เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ สำหรับรายการ
แสดงหลักๆ วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย มี 4 ครั้ง ดังนี้
วันที่ 25 สิงหาคม 2559 แสดงที่สถานทูตไทย เมืองย่างกุ้ง
วันที่ 26 สิงหาคม 2559 แสดงที่ศูนย์วัฒนธรรม เมืองย่างกุ้ง
วันที่ 27 สิงหาคม 2559 แสดงที่โรงละครแห่งชาติ เมืองมัณฑะเลย์
วันที่ 29 สิงหาคม 2559 แสดงที่โรงละครแห่งชาติ กรุงเนปิดอว์
การนำวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยเดินทางไปแสดงที่พม่าครั้งนี้ เพื่อจะช่วยชาติให้มีหน้าตาที่ดีขึ้นในสายตาของชาวโลก รู้ว่าไทยเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ช่วยให้นักธุรกิจชาวไทยที่ประกอบอาชีพทำธุรกิจในพม่า ได้รับอานิสงส์ อยู่อย่างมีรสนิยมและมีเสน่ห์ ทำให้คนพม่ารู้สึกดีกับคนไทย ทำให้สถาบันการศึกษาไทยทำงานอย่างมืออาชีพมากขึ้น เพราะการมีวงดนตรีอาชีพอยู่ในมหาวิทยาลัย ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่ก็มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย
ดนตรีเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องใช้ล่าม อาจจะได้ผลลัพธ์แห่งความไพเราะไม่ตรงกัน ที่สำคัญก็คือ ทุกคนก็จะได้รับความสุขกันถ้วนหน้า ครั้งนี้ วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ได้เตรียมเพลงพม่า เพลงไทย และเพลงคลาสสิก (เปียโนคอนแชร์โตของเบโธเฟน และซิมโฟนีหมายเลข 5 ของไชคอฟสกี) ซึ่งจะเป็นวงดนตรีวงใหญ่วงแรกที่เข้าไปแสดงในประเทศพม่า หลังจากที่เปิดประเทศแล้ว
เชื่อว่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ไทย-พม่า) ได้เป็นอย่างดี แถมยังได้อวดให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศไทยก็เจริญแล้ว

