คอลัมน์หน้า 3 : ละเอียด คมแหลม ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในมือ ‘ฝ่ายค้าน’

29.01.21 | 18:00 น.
คอลัมน์หน้า 3 : ละเอียด คมแหลม ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในมือ ‘ฝ่ายค้าน’

ละเอียด คมแหลม
ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในมือ ‘ฝ่ายค้าน’

ภายหลังการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจต่อ นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ว่าพรรคเสรีรวมไทย

ก็อยู่ ณ ที่ตั้งด้วยความสงบ

อาจจะมีแถวหน้าอย่าง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ออกมาพูด อาจจะมีระดับเลขาธิการอย่าง นายชัยธวัช ตุลาธน ออกมาชี้แจง

แต่บรรดา “ดาว” ทั้งหลาย “เงียบ”

Advertisement

เป็นความเงียบทั้งในด้านของพรรคเพื่อไทย เป็นความเงียบในด้านของพรรคก้าวไกล เป็นความเงียบทั้งในด้านของพรรคเสรีรวมไทย

ตรงกันข้าม ที่ออกมาเอะอะโวยวายกลับเป็นฝ่าย “รัฐบาล”

สัมผัสได้จากอาการของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ สัมผัสได้จากความพยายามจะขยายประเด็นของ นายสิระ เจนจาคะ

ต่างปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

มิได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย หากบรรดาแต่ละคนภายในพรรคพลังประชารัฐจะออกมาแวดล้อมอยู่โดยรอบเงาร่างของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

หากอ่าน “คำฟ้อง” ก็จะต้องเอามือ “ทาบอก”

ไม่ว่าจะเป็น “บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม จริยธรรม

ไร้ภาวะผู้นำ ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ”

เท่านั้นไม่พอยังเน้น “มีพฤติการณ์ฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับตนเองและพวกพ้อง

ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก

ทั้งหมดเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดของตนเอง มีการใช้อำนาจแลกผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตแพร่กระจายไม่ต่างจากโรคระบาด

จนได้ชื่อว่าเป็นยุคที่การทุจริตเฟื่องฟู เบ่งบานมากที่สุด”

กระนั้น หากจับจาก “ปฏิกิริยา” อันมาจากภายในพรรคพลังประชารัฐ และเชื่อว่าหากมีการอภิปรายทั่วไปในทางเป็นจริงก็จะก่อให้เกิดสภาพโกลาหล

นั่นก็จับได้จาก “เนื้อความ”

“ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน

นำสถาบันเป็นข้ออ้าง เพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน

ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน”

เห็นได้จากมีความพยายามเรียกร้องจากวิปรัฐบาล จากพรรคพลังประชารัฐให้มีการทบทวน “เนื้อความ” ภายในญัตติใหม่

แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ “ประธาน”

ถามว่าความน่ากลัวเป็นอย่างมากอยู่ตรงไหน ตอบได้เลยว่า ความน่ากลัวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการอภิปรายทั่วไปที่เป็นจริงในที่ประชุมสภา

พลันที่มีการยก “รูปธรรม” ขึ้น

เพราะเป็นรูปธรรมไม่เพียงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 หากแต่ยังเป็นรูปธรรมในห้วงหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562

ปลายหอกล้วนพุ่งเข้าใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา