ส.ว.กอบกู้‘กสทช.’

9.02.21 | 13:00 น.

เจอกระหน่ำซัมเมอร์เซลแทบหมดราคาความน่าเชื่อถือ เมื่อคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือก 14 คนจากทั้งหมด 80 คน ก่อนส่งให้วุฒิสภาพิจารณาโหวตเหลือ “7 อรหันต์ กสทช.”

แม้คณะกรรมการสรรหาฯ จะออกมาแจง 3 ปมที่ถูกถล่มว่า เหตุที่ให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์และสัมภาษณ์ทั้งหมด โดยไม่ตัดคนที่ขาดคุณสมบัติออกก่อน เพราะกฎหมาย กสทช.ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาไว้ จึงต้องไปอิงกับ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เพราะเกรงว่าผลการสรรหา อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกฟ้องร้องได้

ส่วนเหตุที่ให้ผู้สมัครแต่ละคนแสดงวิสัยทัศน์ 5 นาที และสัมภาษณ์ 5 นาที เพราะเวลากระชั้นชิด และกรรมการสรรหาฯ พิจารณาข้อมูลผู้สมัครแต่ละคนล่วงหน้ามาแล้ว จึงมีข้อมูลต่างๆ เพียงพอที่จะคัดเลือก

แล้วที่ประกาศรายชื่อผู้ผ่าน 14 คนทันทีหลังแสดงวิสัยทัศน์และสัมภาษณ์ เพื่อป้องกันการวิ่งเต้น

เป็นเหตุผลแมวๆ ฟังแล้วเหมียวๆ หง่าว…

Advertisement

ทั้งที่เบื้องต้นควรตรวจคัดกรองคุณสมบัติผู้สมัครก่อนว่าคนไหนไม่ครบและต้องห้าม กลับปล่อยให้ทุกคนมาแสดงวิสัยทัศน์และสัมภาษณ์แล้วไปตีตกทีหลัง

ที่ระบุว่า ในการพิจารณาคัดเลือกไม่ได้ดูแค่วิสัยทัศน์และการสัมภาษณ์ แต่พิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการ…มีอะไรบ้างเหรอ ที่ว่าหลายประการ

แล้วที่เร่งประกาศรายชื่อ โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันวิ่งเต้น หรือว่ามีโผล็อกไว้อยู่แล้ว เพราะก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการ ก็มีรายชื่อเล็ดลอดออกมาก่อน

แต่ที่สำคัญคือ ใน 14 คนนั้น หลายคนน่าจะขาดคุณสมบัติ และไม่มีประสบการณ์ด้านนั้นๆ ถึง 10 ปี

บางคนเคยกระทำความผิดถูกให้พ้นจากหน้าที่เดิมมาก่อน บางคนเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่โยงใยกับรัฐวิสาหกิจ แล้วพัวพันเรื่องเงินชดเชยกับ “กสทช.” ก็น่าจะเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ยังผ่านได้ จึงมีคำถามดังๆ ว่าใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน

อย่างที่ พล.ต.สุพิชาติ เสนานุรักษ์ หนึ่งในผู้สมัคร ที่ไปยื่นหนังสือถึงประธานวุฒิสภาระบุว่า มี 10 ราย จาก 14 ราย อาจขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้าม ทั้งเคยเป็นกรรมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียง บางรายไม่มีความรู้ ไร้ความเชี่ยวชาญ อีกทั้งประสบการณ์ก็ไม่ถึง 10 ปี

นอกจากนี้กรณี พล.ต.ท.เกียรติพงศ์ ขาวสำอาง 1 ใน 2 คนที่ผ่านการพิจารณา ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ก็เพิ่งลาออกจากกรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ และกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนของบริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7UP เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บริษัท 7UP ถือหุ้นในบริษัท เอ็ม โซลูชั่น จํากัด และบริษัท อินฟอร์เมติกส์พลัส จํากัด ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการสื่อสารโทรคมนาคม และ Internet of Things (IoT) เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน หรือไม่

ต้องรอดูด่านของวุฒิสภา จะเป็นอย่างไร หลังตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และจริยธรรมทั้ง 14 คน ใช้เวลา 15 วัน ก่อนจะโหวตเหลือ 7 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 23 กุมภาพันธ์

หวังว่าตะแกรงของวุฒิสภาจะได้มาตรฐานที่น่าเชื่อถือ หากเห็นว่าการสรรหาไม่ชอบธรรม ไม่เหมาะสม ต้องกล้าตัดสินใจ อย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2561 ที่ สนช.มีมติ ไม่เลือกบุคคลตามบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาฯ กสทช.เสนอชื่อทั้งหมด เนื่องจากมีผู้ขาดคุณสมบัติ และมีความประพฤติไม่เหมาะสม

คงต้องฝากความหวังที่วุฒิสภา ที่จะช่วยกอบกู้ “กสทช.” ให้เกิดความน่าเชื่อถือ และมีศักยภาพ

ด้วยเพราะบอร์ด “กสทช.” มีความสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศในการก้าวสู่ยุคดิจิทัล ควรมีบุคคลที่เหมาะสม ทั้งความรู้ และประสบการณ์อย่างแท้จริง

หากต้องล้มเพื่อลุกใหม่ ให้ได้คนดี-เก่ง-เจ๋งกว่า ก็จำเป็น

วุฒิ สรา