สถานีคิดเลขที่ 12 : บท‘พระเอก’!?

13.02.21 | 11:11 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : บท‘พระเอก’!? พลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาลเดินเกม

สถานีคิดเลขที่ 12 : บท‘พระเอก’!?

พลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล

เดินเกมการเมืองอย่างเชื่อมั่นเป็นพิเศษ ไม่ยี่หระ ต่อกระแส เสียงวิพากษ์วิจารณ์ใด

แต่ละย่างก้าว มั่นคงในหลักธงของตน อย่างวิจิตรพิสดาร

จับมือกับ ส.ว.โหวตเห็นชอบ ส่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หน้าที่และอำนาจของสมาชิกรัฐสภาแก้ทั้งฉบับได้หรือไม่

Advertisement

ไม่แต่เพียงเท่านั้น ยังมี ส.ส.พลังประชารัฐ เสนอญัตติต่อสภา ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอีกจ๊อบ

แม้ว่าวิปรัฐบาลจะแสดงบทเมิน ไม่กระตือรือร้น ให้เลื่อนญัตตินี้ขึ้นมา พิจารณาก่อนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แต่ก็สะท้อนตัวตน คนพลังประชารัฐได้เป็นอย่างดี

จริงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ขอให้ตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หรือในรายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ตาม สมาชิกที่เป็น ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ทำตามอำนาจ หน้าที่ สิทธิพึงมี ถูกต้องกฎ กติกา ทุกประการ

แต่ที่เป็นคำถามก็คือ

เหตุใด ขยันขันแข็ง กระตือรือร้นเป็นพิเศษ ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอย่างนี้

ไม่เกรงอก เกรงใจ ประชาชนอย่างนี้

รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชารัฐ เป็นผลิตผล ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ฉบับ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา”

เนื้อหา พร่องมาตรฐาน ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยสากล

ผิดแผกจากฉบับก่อนหน้านี้ ที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อตั้งรัฐบาล ดำเนินการในสภาผู้แทนราษฎร ให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชนเท่านั้นโหวตเลือก

แต่ฉบับที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

ให้ความสำคัญกับการรวบรวมเสียงในรัฐสภาเป็นหลัก ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

เป็นรัฐสภาที่มีองค์ประกอบ ส.ส. 500 คน และ ส.ว.แต่งตั้งจากกลไก คสช. 250 คน

นั่นหมายความว่า ในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ขอเพียงพลังประชารัฐได้ ส.ส.แค่ 126 คน เก้าอี้นายกรัฐมนตรีก็อยู่ในมือแล้ว ได้เปรียบทางการเมืองอย่างเป็นที่ยิ่ง จากการเขียนล็อกเก้าอี้ไว้

แม้พยายามแก้ตัวว่า หาก ส.ส.รวมเสียงกันได้ เสียง ส.ว.ก็ไม่มีความหมาย

แม้อ้างว่า ได้เสียงข้างมากตั้งแต่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

แต่ผู้คนรู้กลเกม ตื้นลึกหนาบาง กติกามันบีบทาง ให้ไม่มีทางเป็นอื่น

เลือกตั้งอีกก็ชนะ-ได้เป็นรัฐบาลอีก

เนื่องจากยังไม่ยุบสภา ออกตัว ก็มีเสียงรองรัง ต้นทุนเบิ้มๆ ถึง 250 เสียง ใหญ่กว่าทุกพรรคการเมือง

พลังประชารัฐจึงหวงแหนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยิ่งนัก

ลึกๆ ไม่อยากให้แก้

หรือแก้ช้าที่สุด เพื่อรักษาความได้เปรียบนี้เอาไว้

จึงไม่แปลกที่พลังประชารัฐจับมือ ส.ว.โหวตส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

และไม่แปลก ที่จะกล้าเล่นบท วิจิตรพิสดาร

ไม่แคร์ประชาชนมากนัก

เนื่องจากมีรัฐธรรมนูญค้ำยัน เป็นหลักประกันการเข้าสู่อำนาจ

เลือกตั้งอีกก็ชนะอีก

โมเดลผนึกเสียง พลังประชารัฐ-สมาชิกวุฒิสภา โหวตหนุนเป็นเสียงข้างมาก ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

ก็คือโมเดลเดียวกันกับการตั้งรัฐบาล ใต้ร่มธงรัฐธรรมนูญ 2560

ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากฉันทานุมัติประชาชนจริงๆ ท่านว่าจะกล้าเล่นบทอย่างนี้ไหม

จำลอง ดอกปิก