วิถี ปกติใหม่ ในที่นี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่เป็นวิถี ปกติใหม่ ทางการเมืองในปี 2564 ที่จะเริ่มปรากฏภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในสัปดาห์นี้
ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ในสภาผู้แทนราษฎร
ผ่านการหวนกลับมาชุมนุมบนท้องถนนของคณะราษฎร
ด้านหนึ่ง ทั้งสองสถานการณ์ข้างต้นอาจเป็นคล้ายสภาวะปกติธรรมดา
เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปีก่อน
การชุมนุมที่นำโดยคนรุ่นใหม่ก็ก่อตัวอย่างร้อนแรงมาตั้งแต่ปี 2563
แต่สุดท้าย รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังสามารถยืนหยัดท้าทายกระแสต่อต้านมาได้ เช่นเดียวกับองคาพยพอื่นๆ ของรัฐไทย
ทว่าอีกด้านหนึ่ง สังคมก็สามารถตั้งคำถามหรือตั้งความหวังได้ว่าในความเป็นปกติคล้ายๆ เดิมเหล่านั้น จะมีอะไรใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมาบ้างหรือไม่?
สำหรับสถานการณ์ที่ดำเนินไปในรัฐสภา หลายคนคงคาดหวังข้อมูลใหม่ๆ ที่พุ่งเป้าไปยังจุดเปราะบางของรัฐบาลอย่างจะแจ้ง ของเหล่า ส.ส. ฝ่ายค้าน
ซึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบก่อน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปเยอะเรื่องประสิทธิภาพอันย่อหย่อน และถูกสงสัยว่าจงใจไม่เล่นงาน เป้าใหญ่ๆ ในรัฐบาลหรือไม่?
นอกจากนี้ น่าจับตาว่าเสถียรภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะยังเป็นปึกแผ่นเหมือนเดิมมากน้อยแค่ไหน? ท่ามกลางวิกฤตการณ์-ความเห็นไม่ลงรอยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ เช่น ภาพความเป็นก๊กเป็นเหล่าในพรรคพลังประชารัฐ และ การลงเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชแบบแข่งกันเอง
ถ้าภาพลักษณ์หลังศึกอภิปรายของรัฐมนตรีบางคนออกมาย่ำแย่จริงๆ ผลคะแนนไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจที่ปรากฏ จะมีลักษณะอย่างไร?
สำหรับสถานการณ์ด้านนอกสภา
โจทย์ใหญ่ที่ คณะราษฎร 2563 ต้องเผชิญ หลังผ่านการแจ้งเกิดไปเมื่อปีที่แล้ว คือพวกเขาจะยกระดับ เนื้อหา และกำหนด วาระ ในการชุมนุมอย่างไรให้เหมาะสมกับบริบทและแสวงหาแนวร่วมได้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ?
มากกว่าจะทำแค่การนัดรวมพลแสดงความไม่พอใจต่ออำนาจรัฐ
นอกจากนี้ แม้ ม็อบคนรุ่นใหม่ จะมีลักษณะโดดเด่นด้วย ความหลากหลาย ภายในขบวนการ ภายใต้ เป้าหมายร่วม ที่พวกเขายึดมั่น
แต่อาจถึงคราวต้องตั้งคำถามว่า วิธีการ-หลักการร่วม ที่ทุกฝ่ายยึดถือคืออะไร?
ถ้านิยามสิ่งสำคัญข้อหลังได้ชัดเจน ความชุลมุนสับสนและอาการเสียกระบวนก็จะไม่เกิดขึ้น
เรื่องน่ากังวลอีกประการที่เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน ก็คือ เหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในที่ชุมนุม
ประเด็นนี้ ฝ่ายจัดการชุมนุมต้องไม่สร้างเงื่อนไขที่จะเปิดกว้างต่อการใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่รัฐ ก็ไม่ควรฉวยโอกาสหรือ
มีส่วนในการสร้างสถานการณ์ อันจะนำไปสู่การปราบปราม-สลายการชุมนุม
ดังที่บอกไปแล้วว่าในวิถี ปกติ ทางการเมืองที่กำลังดำเนินไป มีความ ใหม่ ซ่อนแฝงอยู่
สิ่งที่ผู้คนจำนวนมากในสังคมคาดหวัง คือ ความใหม่ในเชิงคุณภาพ
ซึ่งจะสามารถยกระดับเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น มิใช่การผลักทุกคนไปสู่ภาวะล่มสลาย
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เข้มข้น-แหลมคม
ปราปต์ บุนปาน

