หน้าแรก คอลัมนิสต์ เล่นมุขก็ผิด ...

เล่นมุขก็ผิด มุขตลกกับข้อมูลเท็จบนอินเตอร์เน็ต โดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

22.08.16 | 12:00 น.

ปีที่แล้วมีภาพหนึ่งล่องลอยอยู่บนอินเตอร์เน็ต เป็นภาพที่เรียกกระแสได้หลายรูปแบบจนไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี!

มันเป็นภาพชายผิวขาวสูงอายุคนหนึ่ง เขาแต่งตัวปอนๆ เหมือนกับไปบุกป่าฝ่าดงที่ไหนมาก็ไม่รู้ ร่างเขานั่งกอดเข่าอยู่ข้างหน้าสัตว์ใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่ง มันไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไป นอนแอ้งแม้งอยู่อย่างนั้น บนใบหน้าของชายแก่มีรอยยิ้มกว้าง แสดงความภาคภูมิใจ

บนเฟซบุ๊ก มีคำอธิบายถูกเขียนประกอบไว้ “ชายผิวขาวกับสัตว์ที่เขาล่ามาได้”

โอ้โห! ให้ผมอธิบายด้วยตัวหนังสือคงจะอธิบายไม่ถูกว่ามีฟีดแบ๊กต่อรูปนี้มากมายขนาดไหน คอมเมนต์ส่วนหนึ่ง (น่าจะเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ) ก่นด่าชายชราคนที่ว่า “อีกคนแล้วที่ทำลายชีวิตสัตว์” “พวกคนผิวขาว” “น่าจะเรียกหน่วยงานไหนมาจับเขาไปนะ” คือคอมเมนต์บางส่วนจากคอมเมนต์นับหมื่นที่ล่องลอยอยู่ในกล่องข้างรูปนี้

ชายคนนี้สมควรโดนประณามอย่างที่โดนไหม – อย่าเพิ่งด่วนตัดสินครับ – เรื่องนี้มีจุดหักมุม!

Advertisement

จุดหักมุมแรกก็คือ ชายคนที่ว่าคือ สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับชื่อดัง และอีกจุดก็คือสัตว์ป่าที่เขาถ่ายรูปด้วยนั้นหาใช่สัตว์จริงๆ ไม่ แต่เป็นหุ่นยนต์ที่เขาใช้ถ่ายทำในภาพยนตร์จูราสสิก พาร์ค มันเป็นหุ่นไทรเซอราท็อป ไดโนเสาร์ที่มีชีวิตบนผืนโลกเมื่อ 68 ล้านปีก่อน

อ้าว! แล้วคนที่เห็นภาพนี้ไม่รู้เหรอว่านี่คือสปีลเบิร์ก และยิ่งกว่านั้น ไม่รู้เหรอว่าเจ้าตัวข้างหลังมันไม่ใช่สัตว์ที่มีจริงๆ บนโลกนี้ในตอนนี้

คนรู้ก็คงมีบ้างนั่นแหละครับ – แต่คนที่ไม่รู้ก็มีอยู่

คนแรกที่เขียนบรรยายภาพนี้ไว้ว่า “ชาวผิวขาวกับสัตว์ที่เขาล่ามาได้” เขาตั้งใจที่จะเล่นมุขตลกขำๆ ล้อเลียนภาพที่เขาเคยเห็นมาเท่านั้นเอง เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงใครเลย เขาคิดว่าโดยคอมมอนเซนส์แล้วทุกคนควรจะรู้ว่าไดโนเสาร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว หรืออย่างน้อยก็น่าจะจำหน้าของสปีลเบิร์กได้ แต่เขาก็ประเมินผิด เขาประเมิน “คอมมอนเซนส์” ของคนสูงเกินไป

คำถามก็คือ การที่เขาเล่นมุขตลกแบบนี้ ถือว่าเขาเผยแพร่ข้อมูลเท็จไหม

การเล่นมุขตลกบนอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน มีความซับซ้อนกว่าเดิมมากนะครับ ผมคิดว่า มุขตลกที่ดีนั้นต้องเป็นการ “มอบความไว้เนื้อเชื่อใจ” ให้กับผู้ฟัง ผู้เล่นมุขต้องสมมุติว่าผู้ฟังจะรู้ในสิ่งที่มุขตลกนั้นต้องการ แล้วเจียนรายละเอียดออกทีละน้อย เหลือเล่าเพียงแต่ส่วนที่พอเหมาะพอดี มุขตลกจึงจะขำที่สุด จะว่าไป มุขตลกก็คือการพูดถึงสิ่งที่ไม่พูดถึง (ด้วยตั้งสมมติฐานว่าทุกคนจะรู้เท่าๆ กัน รู้พอๆ กัน อยู่แล้ว) นั่นเอง

ทำไมผมจึงบอกว่าบนอินเตอร์เน็ต มุขตลกมีความซับซ้อนมากขึ้น? ก็เพราะเมื่อก่อนเวลาที่เราเล่นมุข สมมุติว่าพูดกันในหมู่เพื่อน เราก็มักจะรู้ (หรืออย่างน้อยก็ประเมิน ประมาณ) ได้เองว่าเพื่อนน่าจะรู้ข้อมูลอะไรบ้าง น่าจะรู้ประมาณนี้ การเล่นมุขตลกแบบ “Inside Joke” นั้นไม่ขำสำหรับบุคคลภายนอก ปัญหาก็คือ บนอินเตอร์เน็ตมีคนที่เป็น “บุคคลภายนอก” อยู่มาก สิ่งที่เราต้องการแชร์ให้คนไม่กี่คน หรือแชร์ให้คนที่ “เก็ต” ได้อ่าน อาจแพร่กระจายไปสู่ใครที่ไหนก็ได้ จำนวนมากแค่ไหนก็ไม่รู้ เราก็ไม่อาจตั้งความหวังไว้ว่าเขาจะต้องรู้ข้อมูลในแบบเดียวกับที่เรารู้ได้ แม้เราจะคิดว่าข้อมูลที่เราใช้ในการสรรค์สร้างมุขตลกนั้นเป็นคอมมอนเซนส์เพียงไรก็ตาม มุขตลกจึงกลายเป็นเรื่องไม่ตลกได้อย่างง่ายดาย

เอาที่ใกล้ตัวเข้ามาหน่อยละกัน – ผมเอง

ไม่นานมานี้ผมเกิดความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านกับข้อมูลเกมโปเกมอน โก เท็จๆ ที่เขาแชร์กัน (หรืออย่างน้อยผมก็คิดว่าเท็จ) เช่นบอกว่าโปเกมอน โก เป็นแผนลับของ CIA ของสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการมาสอดแนมชาติอื่นๆ ทั่วโลก – เอาล่ะ ความเชื่อแบบนี้ก็มีอยู่จริง แต่มันก็เป็นความเชื่อที่ห่างไกลจากความจริงเหลือเกิน เมื่อเห็นว่ามีคนแชร์ข้อความเท็จแบบนี้มากๆ ผมจึงตั้งสเตตัสเพื่อเล่นมุขตลกซ้อนกับความเชื่อแบบนี้เข้าไปอีกที โดยไม่คิดว่าใครจะถือเป็นจริงเป็นจังเลย

ผมตั้งข้อความเช่นว่า “การพัฒนาโปเกมอนแต่ละตัวนั้นจะดึงพลังงานจากกริดไฟฟ้าของไทยทำให้เกิดวิกฤตพลังงานครั้งใหม่” “โปเกมอนเป็นแผนการสอดแนมศาลพระภูมิของไทย” “ที่ย่อคำว่า Combat Power ว่า CP นั้นเพราะว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือเจริญโภคภัณฑ์” ซึ่งทั้งหมดนี้ผมเข้าใจว่าผู้อ่านจะเข้าใจอยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องกุขึ้นมาทั้งสิ้น เป็นเรื่องตลกที่เหนือจริงเหนือธรรมชาติ จนแทบจะไม่ตลก (ไม่เนียน) เสียด้วยซ้ำ

แต่ผมก็คิดผิด

สเตตัสดังกล่าวถูกแชร์ไปมากกว่า 5,000 ครั้ง มีคนเชื่อบ้างเล็กน้อย แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ มีคนคิดว่าผมเชื่อในสิ่งที่เขียนจริงๆ (คือเข้าใจว่าผมเชื่อว่าโปเกมอนเป็นแผนการสอดแนมศาลพระภูมิของไทยจริงๆ) จึงแชร์ไปวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่า ดมกาวมากไปแล้ว เอ็งบ้าคลั่งไปแล้ว โง่ ฯลฯ ต่างๆ ทั้งที่ไม่เข้าใจเจตนาของผู้เขียน (ซึ่งก็อาจเป็นการมากเกินไปที่ผมจะขอให้เข้าใจ)

หากพิจารณาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผมคงจะทำผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จไปเต็มๆ (แต่ พ.ร.บ.บอกว่าต้องเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนได้ด้วย มุขตลกของผมอาจไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรือเสียหายขนาดนั้น จึงอาจไม่ผิดในข้อนี้) แต่มันก็ทำให้ผมเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วเราจะเล่นมุขตลกอะไรได้บ้าง

ถ้าบอกว่าเล่าเรื่องเท็จแบบนี้อาจทำให้คนเข้าใจผิด แปลว่าบนอินเตอร์เน็ต เราจะพูดได้เฉพาะเรื่องจริงเท่านั้นใช่ไหม เราจะเล่นมุขตลกได้ไหม เราจะเล่าเรื่องแต่งได้ไหม

หรือเราต้องขึ้น Disclaimer เหมือนซีรีส์อเมริกันทุกครั้งว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่จริง ทุกๆ ครั้ง เพื่อเป็นการเตือนให้ผู้อ่านระลึกว่า โปเกมอน โก ไม่ใช่แผนสอดแนมศาลพระภูมิ ไทรเซอราท็อปสูญพันธุ์ไปนานแล้ว และดวงอาทิตย์ไม่ได้หมุนรอบโลก