หน้าแรก คอลัมนิสต์ ขอเป็นกำลังใจ...

ขอเป็นกำลังใจให้เยาวชน

1.03.21 | 13:00 น.

นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า อย่าเรียกร้องรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐประหาร เพราะจะเกิดการกดทับทางอำนาจมากขึ้น ในระบอบรัฐสภา หากถึงทางตันก็มีทางออก เช่น สภาไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี (เพิ่งผ่านไปโดยมีเพียงผลสะเทือน) นายกรัฐมนตรียุบสภา หรือลาออก หรือสภาไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ จึงอย่าเรียกร้องรัฐประหาร เพราะเป็นยาแรงที่ทำให้ประเทศแคระแกร็น รัฐประหารคือความรุนแรง สันติวิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

ผมสนใจคำว่า “ประเทศแคระแกร็น” ผมเห็นภาพความรุนแรงและการใช้อำนาจเพื่อทำให้เยาวชนถูก “บอนไซ” ถ้าเป็นในทางความคิดคือการกำกับความคิดของคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในกระถางอันคับแคบ ถ้าเป็นทางกายภาพคือไม่หล่อเลี้ยงร่างกายและสติปัญญาให้เติบโตเต็มศักยภาพ

ที่ยิ่งกว่าการบอนไชคือการทำลาย ตัวอย่างหนึ่งคือนายโกมล คีมทอง เขาจบปริญญาตรีที่คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ ต่อมาในปี 2514-15 เขาไปสร้างโรงเรียนเหมืองห้วยที่อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยอุดมการณ์ที่จะทำประโยชน์แก่สังคมและการศึกษา เขาและคุณรัตนา สกุลไทย รุ่นพี่ที่เดินทางไปช่วยสอนหนังสือ ถูกสังหารด้วยฝีมือของคนในป่า ที่สำคัญผิดว่าทั้งสองเป็นสายให้ทางการ ก็ยังดีที่มีการสืบทอดอุดมการณ์ของเขาโดยมูลนิธิโกมล คีมทอง

มูลนิธิฯ จัดให้มีการปาฐกถาโกมล คีมทอง (เกือบ) ทุกปี ปีนี้เป็นปาฐกถาครั้งที่ 47 ในวาระครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิฯ และได้เชิญนางทิชา ณ นคร หรือป้ามล เป็นองค์ปาฐกที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 หัวข้อคือ “ผู้แพ้ของสังคม : จุดบอดการเยียวยา” ย้อนไปเมื่อปี 2519 เธอทำงานที่สหทัยมูลนิธิ ทำหน้าที่ดูแลเด็กที่เกิดจากแม่ท้องไม่พร้อม หาครอบครัวบุญธรรมให้แก่เด็ก เสมือนการเยียวยาผู้ถูกกระทำ เมื่อปี 2546 ป้ามลข้ามมาทำงานให้รัฐ เป็นผู้อำนวยการ “ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนภิเษก” ด้วยอุดมการณ์ที่จะให้ความรักและความไว้วางใจแก่เด็กและเยาวชนที่ถูกลงโทษทางอาญา พร้อมทั้งเยียวยาด้วยพิธีกรรมการขออภัยแก่เหยื่อ และจัดโครงการ empower (ส่งเสริมศักยภาพ)ให้เด็กและเยาวชนได้คืนดีกับครอบครัว แปลงเปลี่ยนพวกเขาจากการเป็น “ผู้แพ้ของสังคม” ให้เป็นผู้ที่เชื่อว่าตนเองสามารถทำประโยชน์แก่ตนเองและสังคมได้

ในตอนแรกที่เริ่มทำงานที่บ้านกาญจนาภิเษก ป้ามลต้องขอความร่วมมือและสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ผู้ร่วมงานที่เคยชินกับการใช้อำนาจ บางคนใช้ความรุนแรงเพื่อลงโทษเด็กและเยาวชนให้เชื่อฟัง ถึงกับย้อนว่า ถ้าเกิดเหตุรุนแรง ป้ามลจะรับผิดชอบได้ไหม ศูนย์ฝึกฯแห่งอื่น ๆ มีรั้ว มีการตรวจตรามิให้เด็กและเยาวชนหลบหนี แต่บ้านกาญจนภิเษกที่ป้ามลดูแล ไม่มีรั้ว มีแต่ความอบอุ่นและความไว้วางใจ ป้ามลบอกว่า ถ้าเราให้ความไว้วางใจ เขาจะไม่หลบหนี ไม่กลับไปสู่วังวนที่ต้องคอยหลบหนีการจับกุม ป้ามลเล่าถึงเยาวชนคนหนึ่ง ที่เวียนเข้าออกศูนย์ฝึกฯ ถึง 6 ครั้ง ครั้งล่าสุดมาที่บ้านกาญจนาฯ ด้วยถูกลงโทษในฐานะเยาวชน แต่มีโทษติดตัวอีกโทษหนึ่งสำหรับความผิดที่ได้กระทำเมื่ออายุเกิน 18 ปี หลังออกจากบ้านกาญจนาฯ เขาต้องไปถูกจองจำที่เรือนจำอีกนับสิบปี โอกาสวัดใจคือวันที่บ้านกาญจนาฯ จัดให้เด็กและเยาวชนไปกินหมูกระทะนอกบ้านฯ (โดยใช้เงินบริจาคไม่ใช่เงินหลวง) โอกาสหลบหนีมีมาก ไม่ใช่หนีจากบ้านกาญจนาฯ แต่จะเป็นการหนีจากเรือนจำที่รออยู่ ในที่สุดเขาตัดสินใจไม่หนี เพราะไม่อยากทำให้ผู้ที่ให้ความไว้วางใจเขาต้องผิดหวัง (ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://m.facebook.com/profile.php?ref=bookmarks#!/story.php?story_fbid=420778568990485&id=196515257109239&refid=17&ref=bookmarks&__tn__=%2As%2AsH-R)

Advertisement

ในงานปาฐกถาครั้งนี้ มูลนิธิฯได้มอบรางวัลบุคคลเกียรติยศมูลนิธิโกมลคีมทอง ประจำปี 2564 เพื่อกระตุ้นเตือนให้เกิดการสนับสนุนบุคคลที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ในปีนี้ผู้ได้รับรางวัลประกอบด้วย เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น, กลุ่มเยาวชนบ้านดอยช้างป่าแป๋ จ.ลำพูน และ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นก่อตั้งในปี 2547 เพื่อติดตามโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย และปกป้องฐานทรัพยากรชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้คัดค้านโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ซึ่งมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 เพื่อใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของ อ.จะนะ รวม 3 ตำบล คือ นาทับ ตลิ่งชัน และสะกอม เนื้อที่กว่า 16,753 ไร่ เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ เครือข่ายฯได้มอบให้ คุณสุภาภรณ์ มาลัยลอย  ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (Enlaw) เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลฯ

บ้านดอยป่าแป๋เป็นบ้านชาวปกาเกอะญอที่อาศัยอยู่ในป่า มีตำนานเล่าว่าชุมชนนี้ตั้งขึ้นมากว่า 200 ปี แต่สังคมไทยมีมายาคติว่ากลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง หรือปกาเกอะญอ เป็นผู้ที่อพยพมาจากพื้นที่อื่น และเป็นผู้ที่ทำลายป่า ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลตอกย้ำมายาคติดังกล่าวโดยมีปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเห็นว่าชาติพันธุ์ปกาเกอะญอเป็นผู้บุกรุกป่า ทั้งที่จากงานศึกษาวิจัยจำนวนไม่น้อย พบว่าวิถีชีวิต ความเชื่อ ภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ มีความพยายามรักษาผืนป่าควบคู่กับการดำรงชีวิต เพราะพวกเขาเชื่อว่า “ป่า” คือต้นกำเนิดของชีวิต และเป็นพื้นที่จิตวิญญาณ  ชุมชนมีหน้าที่ดูแลป่าต่อจากบรรพชน การทำไร่หมุนเวียนใช้พื้นที่เพียงร้อยละ 2 ของพื้นที่ชุมชนทั้งหมด โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกระยะสั้น และปล่อยให้พื้นที่ได้พักฟื้นในระยะยาว หมุนเวียนแบบนี้ไปเพื่อให้สภาพดินได้ฟื้นฟู และเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ วิธีนี้จึงเป็นวิธีการรักษาระบบนิเวศของป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน บ้านดอยช้างป่าแป๋ จ.ลำพูน ได้ส่งตัวแทนเยาวชน ขึ้นรับรางวัล

โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิทางการเมืองและระบบยุติธรรมที่เป็นธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ iLaw ได้รณรงค์ให้ยกเลิกการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ความมั่นคง นอกจากนี้ยังรณรงค์ต่อต้านการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ ต่อต้านการออก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับที่ 2 ล่าสุดได้รวบรวมรายชื่อพลเมืองหนึ่งแสนรายชื่อที่สนับสนุนญัตติขอให้รัฐสภาพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 แม้จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เห็นความตื่นตัวของประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล

สังเกตได้ว่าผู้เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลทั้งสามคน เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ พวกเขาคือผู้ที่มีความคิดและแนวทางที่จะสร้างสรรค์สังคมของพวกเขา ที่แตกต่างจากแนวทางของผู้มีอำนาจ โดยไม่ยอมรับการบอนไซทางความคิด รางวัลที่พวกเขาได้รับถือว่าเป็นสัญญะแห่งการยอมรับของมูลนิธิฯและของส่วนหนึ่งของสังคม
แต่น่าเสียดายที่ในขณะนี้ มีเยาวชนคนรุ่นใหม่ 3 คน คือ นายอานนท์ นำพา นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้มและนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนักกิจกรรม 1 คน คือ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ต้องถูกคุมขังโดยไม่ได้รับการประกันตัว จากคดี มาตรา 112 มาตรา 116 และมาตราอื่นของกฎหมายอาญา อีกทั้งมีข่าวว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่อีกประมาณ 30 คน กำลังรอพนักงานสอบสวนที่จะส่งสำนวนให้อัยการ ว่าจะมีการอายัดตัวและไม่ให้ประกันหรือไม่

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นส่วนของการบอนไซ แต่ก็มีเยาวชนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงให้ร่างกายและสติปัญญาได้เติบโตเต็มศักยภาพ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟประมาณว่า มีเด็กและเยาวชน 1.3 ล้านคนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ทั้งอยู่นอกการศึกษาในโรงเรียนและอยู่นอกการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แม้ว่ากระทรวงศึกษาจะมีงบประมาณสูงกว่าทุกกระทรวง แม้ว่ากระทรวงศึกษารับดูแลเด็กและเยาวชนในจำนวนที่ลดลงเพราะจำนวนประชากรกลุ่มนี้ลดลง แต่ก็ไม่สามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงวิธีการเพื่อไม่ให้มีใครถูกผลักไสไปอยู่นอกกระบบ

แต่ก็ยังดีที่รัฐบาลริเริ่มและจัดให้มี “กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” หรือ กสศ. ที่จัดทำโครงการที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบ ได้มีโอกาสฟื้นความภาคภูมิใจในตนเอง สร้างฝันถึงอนาคตที่ดีกว่า และได้รับโอกาสที่จะมีอาชีพและมีรายได้ แต่ก็ยังทำได้แก่ส่วนเสี้ยวเดียวของกลุ่มเป้าหมายนี้

มีการประมาณการว่าในปัจจุบัน ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน 5 คน ดูแลผู้สูงอายุ 1 คน แต่ในอีกหนึ่งถึงสองทศวรรษ ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนประชากร จำนวนผู้ทำงานเพื่อดูแลผู้สูงอายุจะลดลงเหลือ 2 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน ถึงตอนนั้น เราต้องเพิ่มผลิตภาพของผู้อยู่ในวัยทำงานทุกคน รวมถึงผู้ที่เป็นเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในปัจจุบัน

ผมเชื่อว่าความรุนแรงทางตรง ความรุนแรงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ความรุนแรงอันเนื่องมาแต่กรอบจารีตและประเพณีที่ไม่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ ล้วนแต่จะทำให้ประเทศแคระแกร็น ผู้นำที่เนื่องมาแต่การรัฐประหารจะมีวิสัยทัศน์เพื่อก้าวพ้นความแคระแกร็นได้หรือไม่ อย่างไร กระนั้น เราจะหวังแต่ผู้มีอำนาจไม่ได้ ต้องหวังว่าเยาวชนจะได้รับแรงบันดาลใจ จากโกมล คีมทอง จากเยาวชนที่มูลนิธิโกมล คีมทองยกย่อง และจากตัวอย่างของผู้ที่มีอุดมการณ์สร้างสรรค์ทั้งหลาย

โคทม อารียา