หน้าแรก คอลัมนิสต์ เหยี่ยวถลาลม ...

เหยี่ยวถลาลม : ดุลพินิจสุจริตชน

6.03.21 | 12:05 น.

เดิมทีนั้น นายฐปนันทน์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือเสี่ยเฉิน หรือเสี่ยหนู เป็นจำเลยคดียาบ้า 26,000 เม็ด พอได้ประกันตัวไป นายเกิดชนะ มินา ก็ได้รับบัญชาจาก พ.อ.ยศพล สิทธิกรรณ์ ให้ พาหนี

ไปปล่อยเสือเข้าป่ากันที่ท่าขี้เหล็ก ชายแดนเชียงราย

ตำรวจกับ ป.ป.ส.ทุ่มเทแกะรอยสืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานอยู่นานนับปี ถึงได้รู้ว่า เสี่ยเฉิน นักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่คนนี้เป็นเจ้าของยาไอซ์มูลค่านับหมื่นล้านที่ถูกจับได้

ถึงวันนี้ เสี่ยเฉิน ยังลอยนวล !

ตามกฎหมาย การจับ มีจุดประสงค์เพื่อเอาตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี และเมื่อได้ตัวผู้ต้องหามาแล้วกฎหมายก็ห้ามมิให้ควบคุมตัวเอาไว้เกินความจำเป็น

Advertisement

ส่วน การขัง นั้นถือเป็นการจำกัดเสรีภาพการเคลื่อนไหวของคน ทำให้ไม่ได้พบปะกับพ่อแม่พี่น้องเครือญาติหรือคนที่รัก ไม่ได้ทำมาหากิน ไม่ได้ใช้ชีวิตอิสระเหมือนคนปกติทั่วไป

งานที่ง่ายดายที่สุดคือการจับ คนคิดต่าง มาขัง ซึ่งถ้ากล่าวตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว การขัง ต้องเป็น ข้อยกเว้น

นั่นคือ เว้นแต่ มีเหตุ ให้เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนี หรือ มีเหตุ ให้เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาจะไปทำความยุ่งเหยิงหรือทำลายพยานหลักฐานในคดี จึงจำเป็นต้อง ขัง เช่น ขังระหว่างสอบสวน ขังระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาล หรือขังระหว่างอุทธรณ์ฎีกา

เมื่อผู้ต้องหาถูกจับตัวมาแล้ว จะถูกขังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ดุลพินิจ และ การชั่งน้ำหนัก

คดีดังๆ ในอดีต เช่น กำนันเป๊าะ วัฒนา อัศวเหม บอส กระทิงแดง หลบหนีไปได้เพราะ ไม่ขัง

แต่ความเป็นศาลนั้นใช่แต่ว่าจะออกหมาย ขังคน

ศาลยังมีบทบาทสำคัญในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลด้วยการชั่งน้ำหนักว่า มีความจำเป็น ควรขัง หรือไม่ควรขัง

การใช้ดุลพินิจต้องมี อิสระ ปราศจากคำสั่งหรือถูกแทรกแซง

ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้สุจริตก็ผิดได้ถูกได้

หากแต่ถ้ามี กรณีควรสงสัย ว่าการใช้ดุลพินิจนั้นไม่สุจริต ระบบของศาลยุติธรรมก็ต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอในการ จับผิด

เช่นเดียวกับ การสั่งคดี ของพนักงานอัยการ ที่ในวันนี้มีบางกรณีกำลังได้รับการโจษจันอย่างกว้างขวางว่า ใช้ดุลพินิจ หรือ ตามอำเภอใจ

ไม่ว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในองค์กรใด อย่าปล่อยให้การใช้ดุลพินิจที่ไม่สุจริตลอยนวล !?!!