ไม่ว่า “นักการเมือง” ไม่ว่า “นักรัฐประหาร” ไม่ว่าบรรดาไอ้ห้อย ไอ้โหน ที่จะแสวงหาประโยชน์จากสถานการณ์อันไม่เป็นปกติในทางการเมือง
ขอให้ศึกษา 1 รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2511
ขอให้ศึกษา 1 รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521
รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2511 เป็นผลิตผลจากรัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2501 ผ่านกระบวนการ “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” ตามธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.2502
ต่อเนื่องจากยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถึงยุคจอมพลถนอม กิตติขจร
รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 เป็นผลิตผลจากรัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2520 ผ่านคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญตามธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.2520
ต่อเนื่องจากยุคนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ถึงยุค พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
ถามว่าเจตนารมณ์และความต้องการพื้นฐานในการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2511 และในการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 คืออะไร
ตอบได้เลยว่า คือ การสืบทอด “อำนาจ”
ถามว่าแล้วผลแห่งการสืบทอดอำนาจของจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นอย่างไร แล้วผลแห่งการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นอย่างไร
ตอบได้เลยว่า “ล้มเหลว”
ที่น่าสนใจก็คือ ความล้มเหลวในที่สุดไม่ว่าจะเป็นของจอมพลถนอม กิตติขจร ไม่ว่าจะเป็นของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ มิได้มาจากปัจจัย “ภายนอก”
หากแต่มาจากปัจจัย “ภายใน”
เหมือนกับว่า จอมพลถนอม กิตติขจร จะไม่คุ้นกับการเมืองในระบบรัฐสภา แต่ในที่สุด ความอดทนของจอมพลถนอม กิตติขจร ก็ขาดผึง
เป็นการขาดผึงจาก “บทบาท” ของ ส.ส.แห่งพรรคสหประชาไทย
เหมือนกับว่า พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จะถูกกระแสจากวิกฤตน้ำมันโลกปลายปี 2522 บีบรัดและกดดันอย่างรุนแรง
แต่ที่ทำให้ต้องตัดสินใจ “ถอย” ในทาง “การเมือง” มาจากปัจจัย 2 ปัจจัย
1 เป็นปัจจัยที่พรรคการเมืองไม่ยอมรับต่อการดำรงอยู่ และ 1 ซึ่งสำคัญเป็นปัจจัยที่กลุ่มการเมืองในสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ยอมรับต่ออำนาจของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ รูปธรรมคือ การเคลื่อนไหวของสมาชิกรัฐสภาในกลุ่มทหารหนุ่ม
นั่นก็คือ การประสานของทหารอย่าง พ.อ.จำลอง ศรีเมือง เข้าไปยังพรรคกิจสังคม พรรคประชาธิปัตย์
ระดับ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ย่อมจับ “อุณหภูมิ” ออก
มีความแตกต่างอย่างแน่นอนระหว่างหนทางเลือกของจอมพลถนอม กิตติขจร กับหนทางเลือกของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
จอมพลถนอม กิตติขจร เลือกทำรัฐประหารในเดือนพฤศจิกายน 2514
เป็นการรัฐประหารที่จอมพลถนอม กิตติขจร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกระทำต่อ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
รัฐประหารแล้วก็ฉีกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2511
เมื่อมาถึงยุคของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ทางเลือกมิได้เป็นกระบวนการรัฐประหาร หากเป็นการยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง
แล้ว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็เข้าไปแทนที่ในเดือนมีนาคม 2523
ที่จอมพลถนอม กิตติขจร เลือกกระบวนการรัฐประหาร เพราะอำนาจทางการทหารอยู่ในมือของจอมพลถนอม กิตติขจร อย่างเบ็ดเสร็จ
แต่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ทำไม่ได้
เพราะ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ พ้นจากตำแหน่งทางการทหารโดยสิ้นเชิง ยิ่งกว่านั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
อำนาจทางการทหารอยู่ในมือของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ทางเลือกของจอมพลถนอม กิตติขจร กับทางเลือกของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จึงมีความแตกต่างกัน
สถานการณ์ที่ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 อยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงไปตาม “คำถามพ่วง”
เส้นทางของนายกรัฐมนตรี “คนนอก” ฉายชัดออกมามากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ แต่อนาคตจะเป็นอย่างจอมพลถนอม กิตติขจร หรือจะเป็นอย่าง พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
“คำตอบ” จะเห็นได้จากความจริงหลัง “การเลือกตั้ง”

