หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน ‘เอราวัณ’สะดุ...

‘เอราวัณ’สะดุด

9.03.21 | 13:00 น.

อยู่ดีๆ เรื่องความมั่นคงด้านพลังงานของไทยก็เกิดสุ่มเสี่ยงจะมีปัญหาอีกรอบ หากการผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งเอราวัณต้องสะดุด ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง ในช่วงรอยต่อสัมปทานปัจจุบันกับสัญญาสัมปทานใหม่

เป็นเพราะอะไร…ก็ต้องย้อนไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2562 ที่บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ “ปตท.สผ. อีดี” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ “ปตท.สผ.” ที่ร่วมทุนกับบริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด ในสัดส่วนการลงทุน 60% และ 40% เป็นผู้ชนะการประมูลรูปแบบระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ในโครงการ G1/61 หรือแหล่งเอราวัณ

เป็นแหล่งเอราวัณ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นสัมปทานปิโตรเลียมของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แต่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานในวันที่ 23 เมษายน 2565

แม้จะเหลือเวลาอีก 1 ปี แต่ใช่ว่าจะต้องรอให้หมดอายุสัมปทานแล้วถึงจะให้ผู้ที่ชนะการประมูลรายใหม่เข้าพื้นที่ไปดำเนินการได้ เพราะต้องมีการเตรียมการต่างๆ มากมายก่อนจะหมดอายุสัมปทาน เพื่อที่จะให้การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หลังหมดอายุสัมปทาน

ดังนั้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน จึงเป็นห้วงเวลาที่สำคัญ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับสัญญาสัมปทานรายใหม่คือ “ปตท.สผ. อีดี” จะต้องเข้าพื้นที่ก่อนที่สัมปทานปัจจุบันจะหมดอายุ

Advertisement

จึงจำเป็นที่ “ปตท.สผ. อีดี” ซึ่งเป็นผู้รับสัญญาสัมปทานรายใหม่กับผู้รับสัมปทานปัจจุบันคือบริษัท เชฟรอนประเทศไทยฯ จะต้องมีการเจรจากันในเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการผลิตก๊าซธรรมชาติให้มีความต่อเนื่องได้ตามเป้าหมายนั่นคือวันละ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุต

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายก็มีการเจรจามาต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อสิงหาคม 2562 จึงมีการลงนามข้อตกลงเข้าพื้นที่ระยะที่ 1 ให้ “ปตท.สผ. อีดี” เข้าสำรวจพื้นที่ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่เมื่อมีการเจรจาในข้อตกลงในการเข้าพื้นที่ระยะที่ 2 เพื่อให้ “ปตท.สผ. อีดี” เข้าไปติดตั้งแท่นหลุมผลิตและเจาะหลุมผลิต ซึ่งมีความจำเป็นในการเตรียมการผลิต แต่ทางบริษัทเชฟรอนประเทศไทยฯ กลับไม่ยินยอมให้เข้าพื้นที่ไปดำเนินการ

แม้ว่าทาง “ปตท.สผ. อีดี” รับประกันและยืนยันว่าการเข้าพื้นที่ในระยะที่ 2 นี้ จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยฯ โดยยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของบริษัทเชฟรอนประเทศไทยฯ เช่น รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของ “ปตท.สผ. อีดี” ก็ตาม แต่ผู้ที่ถือสัมปทานปัจจุบันก็ยังไม่ยอม

หากไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้ “ปตท.สผ.อีดี” ไม่สามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้ตามแผนที่วางไว้ จะส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของประเทศได้ตามแผน

นั่นหมายความว่า ถ้าการผลิตในแหล่งเอราวัณสะดุด ปริมาณก๊าซธรรมชาติมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ผลที่จะตามมาคือ ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวนมากที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต ก็จะมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบมาถึงประชาชนตาดำๆ ด้วยที่ต้องใช้ก๊าซหุงต้มในราคาที่แพงขึ้น

ดังนั้น อยู่ที่ว่าบริษัท เชฟรอนประเทศไทยฯ จะเล็งเห็นแก่ประโยชน์โดยรวมต่อประเทศและประชาชนคนไทยหรือไม่ โดยยอมให้ “ปตท.สผ.อีดี” เข้าพื้นที่ไปติดตั้งแท่นหลุมผลิตและเจาะหลุมผลิตเพื่อไม่ให้การผลิตก๊าซธรรมชาติสะดุดในช่วงรอยต่อนี้

ขณะที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และกระทรวงพลังงาน จะต้องประสานทำความเข้าใจกับทั้งสองฝ่ายโดยให้ยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

เพื่อให้การบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศเดินไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดผลกระทบมาซ้ำเติมวิกฤตต่อภาคเศรษฐกิจ และประชาชนคนไทยอีก

วุฒิ สรา