การตั้งโต๊ะแถลงข่าวของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ในหัวข้อเรื่อง ความคืบหน้าคดียาเสพติดในพื้นที่ภาค 6 เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ท่วงทำนอง ของแต่ละท่านที่มาร่วมวงแตกต่างกัน
สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พรรณนาการทำงานของ ป.ป.ส. ได้อย่างหนักแน่นโดดเด่น ทั้งยังประกาศท่าทีมุ่งมั่นไล่ล่านักค้ายาเสพติดเบอร์ใหญ่ เช่น นายฐปนันทน์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือตี๋ หรือเฮีย หรือหนู หรือเฉิน และพวกอย่างชัดแจ้ง
พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. แม้จะมีสถานะเป็น ผอ.ศอ.ปส.ตร. (ศูนย์ปราบปรามยาเสพติด) และรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม แต่งานนั้นก็ ยกเว้น การกำกับดูแลกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจนครบาล และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1-9
เมื่อไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในวันแถลงข่าว มนู เมฆหมอก จึงพูดน้อย ใช้ถ้อยคำกระชับที่สุด
พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. เฉกเช่นเป็นพระอันดับ
พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สืบสวนสอบสวน ภาค 6 รู้อยู่แก่ใจ จำกัดขอบเขตเน้นไปที่เนื้อของงาน
มีแต่ ผบ.ตร. ที่พยายามเคลียร์ ประเด็นวิพากษ์พาดพิงตำรวจ
จะว่าไปแล้ว การรับผลประโยชน์ของตำรวจต้องไม่มีร่องรอย
สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผ่านร้อนผ่านหนาวในเส้นทางตำรวจมาจนถึงวันนี้ย่อมรู้ดีว่า อาชญากร ต้องทิ้งร่องรอย
มีร่องรอยเส้นทางการเงินเคลียร์ เส้นทางลำเลียงยาเสพติด ซื้อกล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถลำเลียงยาเสพติด ซื้อหลักฐานดีเอ็นเอ วิ่งเต้นล้มคดี
อยากจะให้กำลังใจกับตำรวจทุกคนที่ตั้งใจทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในภาวะฝุ่นตลบ หลายคนในคณะที่ถูกเชื้อเชิญมาร่วมวงแถลงข่าวจึงได้แต่พากันงุนงง
แทนที่ เป้าหมาย ของการตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนับร้อยคนจะให้ความสำคัญกับ คำทักท้วง จากสำนักงานอัยการภาค 6 จากสำนักงานอัยการคดียาเสพติด และจาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ที่ควบคุมกำกับดูแลงานสืบสวนทั่วประเทศ
ผบ.ตร. กลับออกมานั่งเทศนาสาธารณชนด้วยหน้าตาขึงขังว่า จะฟังอะไรต้องชั่งน้ำหนัก
ไม่มีเลยสักคำที่ประกาศว่า จะทำสงครามกับนักค้ายาเสพติด และจะไล่ล่ากวาดล้างตำรวจทุจริตทุกระดับ !?!!

