ความน่าเชื่อถือ ไม่ได้อยู่ที่ว่าคนพูดใหญ่ มียศสูง มีตำแหน่งสูง แล้วคนจะเชื่อ
สมัยนี้ผู้คนใช้วิจารณญาณจากที่ได้เห็น การปฏิบัติ หรือการทำตัว
หลายปีมาแล้วที่ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิสูจน์ให้เห็นจนเป็นที่ประจักษ์ว่า แม้แต่ตำรวจด้วยกันยังให้ ความยุติธรรม กับพวกเดียวกันไม่ได้
แล้วนับประสาอะไรกับคนทั่วไป !?
ไปถามตำรวจด้วยกันเองก็จะพบว่าไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น
ตามทัศนคติของผู้ใต้บังคับบัญชาในวันนี้ ภาวะผู้นำ ในหน่วยตำรวจกำลังเสื่อม ถึงขั้นทรุดโทรมต่ำทรามอย่างที่สุด
การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเป็นปัญหาใหญ่ !
หลายหน่วยมีแต่พวกนายที่ เหินเวหา ลอยมานั่งเก้าอี้ ไม่มีความรู้ไม่มีความสามารถถึงขนาด ตำรวจชั้นประทวน ต้องสอนงานให้
หัวหน้าสถานี ผู้กำกับการ ผู้บังคับการหลายคนที่ ท่าดี แต่มีอาการเหมือนอดอยากปากแห้งเข้าขั้นน่ารังเกียจ กระเหี้ยนกระหือรือหาผลประโยชน์แบบ กล้าตาย กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบวินัย จริยธรรมทั้งหลายไม่มีความหมายที่จะกำกับควบคุมความประพฤติ
นายได้แต่ รับชอบ ยามคับขันหนีเอาตัวรอด ไม่รับผิด !
ถ้าระหว่างตำรวจด้วยกัน ยังให้ความเป็นธรรมกันไม่ได้ ตำรวจจะอยู่กันอย่างไร ?
ในเรื่องใหญ่ขึ้น ที่ตำรวจต่างก็ได้เห็นเป็นประจักษ์ คำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 ที่ใช้เล่นงานตำรวจซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องพัวพันบ่อนการพนันใน จ.ระยอง กับ จ.ชลบุรีนั้น แตะได้ ก็แต่ ตำรวจภูธร ภาค 2
คำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 ได้สั่งหน่วยปฏิบัติหลักเอาไว้ทั้งหมด ตั้งแต่ ตำรวจเจ้าของพื้นที่ เช่น กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 กับ ตำรวจส่วนกลาง เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
แต่การสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่ทำได้ดีเยี่ยมและขยายผลจนได้ความว่า ยังมีสารวัตรถึงนายพลอีก 53 นาย กับตำรวจชั้นล่างอีก 200 นาย ที่ ต้องรับผิดชอบ และถูกพิจารณา ความบกพร่อง นั้น ทั้งหมดเป็น ตำรวจภูธร ภาค2
ไม่มีใครอีกแล้วหรือที่กินอยู่กับปาก-อยากอยู่กับท้อง ควร ต้องรับผิดชอบ ด้วย
ไม่ทราบกันเลยหรือว่าใครที่ใช้ ลูกน้อง คู่ใจหิ้วเงินให้เป็นล่ำเป็นสันเดือนละหลายล้านบาท
ใครๆ ก็รู้ในระบบตำรวจนั้นแค่จ่ายให้ ตำรวจเจ้าของพื้นที่ บ่อนการพนันหลงจู๊ก็เปิดไม่ได้
ทำไมแตะแค่ ตำรวจภูธร !?!!

