โบราณนานโพ้น…2 ชนเผ่า ที่ปรารถนาจะสร้างสันติ ไม่หวาดระแวงต่อกัน จะให้ลูกชาย-ลูกสาว มาแต่งงานกัน เพื่อสร้างไมตรี ไม่ต้องรบกัน
“กุศโลบาย” ในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ …ถูกปรับเปลี่ยนเป็นการค้า การลงทุน ทางรถไฟ ไฟฟ้า ถนน ระบบท่อขนส่ง ลงทุนแหล่งพลังงานร่วมกัน ท่อส่งก๊าซ ส่งน้ำมัน …สารพัดรูปแบบ
แผ่นดินเมียนมา กว้างใหญ่สุดหล้าฟ้าเขียว พื้นที่ใหญ่กว่าไทย มีประวัติศาสตร์ที่สลับซับซ้อน ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาหลายศตวรรษ สู้ยิบตา…อังกฤษเคยปกครองดินแดนแห่งนี้นานราว 124 ปี

พระสงฆ์ ชาวพุทธ ที่เป็นปึกแผ่น ในรูปยุวพุทธิกสมาคม YMBA (ก่อตั้งเลียนแบบ YMCA องค์กรทางศาสนาที่ก่อตั้งโดยอังกฤษ) เป็นผู้นำในการเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ…การต่อสู้บรรลุ-ทะลุความสำเร็จ
ปลาย พ.ศ.2484…กองทัพลูกพระอาทิตย์…ยกกองทัพนับหมื่นบุกพม่าเพื่อ “ขับไล่อังกฤษ” แล้วเข้าปกครองในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา
กองทัพอังกฤษพร้อมด้วยเหล่าพ่อค้าวานิช..หนีไปตั้งหลักในอินเดีย
ญี่ปุ่นเข้าปกครองแผ่นดินพม่า..ตั้ง “กองทัพพม่า” ให้โค่นอังกฤษ
บุรุษ 1 นาย ใน “กองทัพพม่า” ที่จัดตั้งขึ้น คือ ออง ซาน มาประชุมพร้อมเพื่อน 29 คน แถวๆ ซอยสวนพลู ในกรุงเทพฯ ตั้ง “กลุ่ม 30 สหาย”
และแล้ว… “ชาวพม่า” ที่มีลักษณะนิสัยชาตินิยมรุนแรง ก็ต้องลุกขึ้นจับอาวุธขับไล่กองทัพญี่ปุ่นออกไป ทหารญี่ปุ่นตายเยอะ..ลูกซามูไรหลายพันคนหนีตายเข้ามา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษแสนจะคิดถึงแผ่นดินพม่า…ขอหวนกลับมาปกครองพม่าอีกครั้ง ..ชาวพม่าดิ้นรน ต่อสู้ไม่ลดละ
4 มกราคม 2491 อังกฤษยอมมอบเอกราชให้พม่า
ประชากรในแผ่นดินพม่า มีราว 135 เผ่าพันธุ์ พูดกันคนละภาษา แยกกันอยู่เป็นอาณาเขตของตน …มี 8 เผ่าหลัก
วันดี-คืนดีก็จับมือกัน.. วันไม่ดี-คืนไม่ดี ก็จับอาวุธลุกขึ้นมาสู้รบกันเองระหว่างชนเผ่า…มีกลุ่มติดอาวุธมาก-หลากหลาย จำแทบไม่หวาดไหว
ประเทศพม่า….อยู่ภายใต้ “การต่อสู้ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์” ที่รุนแรง มีสงครามกลางเมืองที่ดำเนินอยู่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
พม่า มีพรมแดนติดกับ 5 ประเทศ คือ บังกลาเทศ อินเดีย จีน ไทย และลาว
แผ่นดินนี้ ร่ำรวย มั่งคั่งด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อุดมด้วย หยก อัญมณี น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ที่ยังอุดมสมบูรณ์ อู้ฟู่ …ยังขุด-สูบ ขึ้นมาขายได้อีกหลายสิบปี…
ทะเลอาณาเขตของพม่า มั่งคั่ง ด้วยสัตว์น้ำที่แสนจะมีค่า ใต้ทะเลลึก คือ ขุมทรัพย์มหาสมบัติล้ำค่าที่พระเจ้าประทาน
มาให้.. “ก๊าซและน้ำมัน”
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ….พ.ศ.2429 (ตรงกับห้วงกลางรัชสมัยในหลวง ร.5) เป็นช่วงที่อังกฤษปกครองพม่า อังกฤษมีความรู้ด้านเทคโนโลยีการสำรวจหาน้ำมันเก่งที่สุดชาติหนึ่งในโลก เล็งเห็นพื้นที่ของอาณานิคมแห่งนี้ที่น่าจะมี “น้ำมัน”
ฝรั่งอังกฤษจัดตั้งบริษัท Burmah Oil Company (BOC) เพื่อสำรวจ เจาะ ขุด หาน้ำมันในพม่า…ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง
ประธานบริษัทฯเป็นนักธุรกิจชาวสก๊อต ตื่นเต้นสุดขีด เมื่อพบน้ำมัน 2 แหล่ง คือ พ.ศ.2430 พบที่แหล่ง เยนังยอง (Yenangyaung) ที่อยู่ตอนกลางของแผ่นดิน และก็โชคดีซ้ำสอง ใน พ.ศ.2445 พบน้ำมันในลุ่มแอ่ง ช็อว์ก (Chauk)
แหล่งน้ำมันที่พบคุ้มค่าต่อการลงทุน…เกิดธุรกิจส่งออกน้ำมัน…อังกฤษบันทึกไว้ว่า…พม่า เป็นประเทศแรกๆ ในโลกที่ส่งน้ำมันออกขาย
BOC คือ บริษัทเดียวที่ผูกขาดธุรกิจน้ำมันในพม่าโดยไร้คู่แข่ง เป็น 1 ใน 10 บริษัทเอกชนของอังกฤษที่ทำกำไรมากที่สุด
ชาวพม่าที่ทำงานในกิจการน้ำมัน ได้รับเงินค่าจ้างน้อยนิด สภาพความเป็นอยู่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน …เก็บสะสมความไม่พอใจ
การเอารัดเอาเปรียบ ผสมโรงกับรังเกียจลัทธิอาณานิคม…ปะทุ
ในช่วงที่เกิดการเรียกร้องเอกราช คนงานชาวพม่านับพันคนผละงาน เดินขบวนจากเมืองช็อว์ก เป็นระยะทางราว 650 กิโลเมตร มุ่งหน้าเข้ากรุงย่างกุ้ง ตลอดเส้นทาง มีประชาชนชาวพม่าเข้าร่วมสมทบอีกนับพันคน
เมื่อเดินเท้าถึงสำนักงานใหญ่ในย่างกุ้ง คนงานแยกกันปิดล้อมที่ทำการ พักค้างแรม ขับไล่อังกฤษ…. ตำรวจเข้าสลายการชุมนุม
สงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น…ประธานบริษัทฯของอังกฤษ สั่งเผาทำลายเครื่องมือขุดเจาะน้ำมัน เผาเอกสาร ทำลายระบบการทำงาน…
เกิดสภาวะขาดแคลนน้ำมันทุกชนิดในพม่า …แต่แหล่งน้ำมันยังอยู่
พ.ศ.2505 นายพล เนวิน ก่อการปฏิวัติ ประกาศใช้ระบบสังคมนิยมปกครองประเทศ โอนกิจการน้ำมันมาเป็นของรัฐ
รัฐบาลทหารจัดตั้งหน่วยงานก๊าซและน้ำมัน โดยรัฐเป็นเจ้าของ ตั้งใจจะสำรวจ ขุดเจาะ และค้าเอง
ไม่ง่ายอย่างที่คิด…กฎระเบียบที่แสนจะหยุมหยิมของภาครัฐ การคอร์รัปชั่นของผู้มีอำนาจ ทำให้ภาคเอกชนหันหลัง….กิจการน้ำมันและก๊าซของชาติ พังลงไม่เป็นท่า…
การเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ …สงครามในประเทศ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ตลอดหลายสิบปี ทำให้พม่าเสียโอกาสมหาศาล
รัฐบาลพยายามให้โอกาสนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาพูดคุย แต่ก็ไม่ราบรื่น ไม่สะดวก ไม่เชื่อมั่น
โลกตื่นตัว หิวน้ำมัน รถยนต์ เรือ เครื่องบิน โรงงาน โรงไฟฟ้า ..คนทั้งโลกต้องการน้ำมัน โลกอาหรับและประเทศอื่นๆ ที่มีแหล่งน้ำมัน โกยเงิน กลายเป็นประเทศร่ำรวย ประชาชนกินอิ่ม นอนอุ่น
ชาวพม่าที่มีการศึกษา ทราบข้อมูลดีว่า… ประเทศของตน ครอบครองขุมทรัพย์ทางพลังงานไว้อื้อซ่า แต่การลงทุนสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันและก๊าซยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ
“ขุมทรัพย์ล้ำค่าทั้งบนบก ในทะเลพม่า” มันช่างเย้ายวนใจ ใครๆ อยากเข้ามาลงทุน บริหารแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พม่ามีอยู่….แต่อุปสรรคนี้ใหญ่หลวงนัก
ประเทศพม่าโดนแซงก์ชั่นในหลายมิติ พลาดโอกาสในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ
แหล่งก๊าซ น้ำมัน ในทะเล คือ ขุมทรัพย์ที่ทุกฝ่ายหมายปอง รัฐบาลทหารพยายามแก้ไขกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ
พ.ศ.2531 รัฐบาลผ่านกฎหมายเพื่อการลงทุนแหล่งพลังงาน
พ.ศ.2532 ปตท.สผ. ของไทยไม่รอช้า….เริ่มเข้าไปลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเมียนมา …ไม่นานนัก…ก็ได้เฮเสียงดังเมื่อประสบผลสำเร็จ
ปตท.ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทน้ำมันนานาชาติในโครงการ “ยาดานา” และโครงการ “เยตากุน” หลังจากนั้น ปตท.สผ.ได้ขยายการลงทุนและเข้าเป็นผู้ดำเนินการเองในหลายๆ โครงการ ได้แก่ โครงการซอติก้า และอีกหลายโครงการ…. มีมูลค่ารวมประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
มีการเดินท่อก๊าซในทะเลยาวเหยียด นำก๊าซเข้าสู่ประเทศไทยที่กาญจนบุรี เดินท่อก๊าซอีกนับร้อยกิโลเมตรใต้ดินในไทย….
หลายประเทศ หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ทยอยเรียงหน้ากันเข้าไป ซื้อมา-ขายไป ธุรกิจน้ำมันและก๊าซใน
เมียนมา (ขอไม่กล่าวถึง)
พี่จีน ที่อยู่ทางเหนือของเมียนมา กำลังสร้างชาติยิ่งใหญ่… กลายเป็นมหาอำนาจไม่ขอพลาดโอกาสทอง…
มุมมองทางภูมิรัฐศาสตร์….เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะ เมียนมา ลาว ไทย คือ ระเบียงหลังบ้านของจีนที่แสนอุดมสมบูรณ์
จีน…ที่เคยห่างเหิน มีปัญหาพรมแดน มีปัญหาชนกลุ่มน้อยปรับทิศทางเข้าหา พูดจากับรัฐบาลทหารเมียนมาแบบแนบแน่น…จีนคิดการใหญ่
พ.ศ.2547 จีนเริ่มเจรจา เสนอแผนการก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติพม่า-จีน ยาวนับพันกิโลเมตร
พ.ศ.2552 ทั้ง 2 ประเทศ บรรลุข้อตกลงโครงการมหึมา
เมียนมา …เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก มีปริมาณก๊าซธรรมชาติสะสมที่ได้รับการยืนยันแล้วสูงถึง 2.54 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณสะสมของน้ำมันที่ได้รับการยืนยันแล้วราว 438 ล้านตัน
ที่ผ่านมา…เมียนมา ผลิตน้ำมันปีละกว่า 5.5 ล้านตัน และก๊าซธรรมชาติอีกกว่า 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และส่งออกก๊าซธรรมชาติกว่า 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ตลาดที่สำคัญของพม่า ได้แก่ ไทย และอินเดีย
บริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติจีน (China National Petroleum Corp : CNPC) “ขาใหญ่” ดีใจสุดขีด เมื่อได้รับสัมปทานจากเมียนมา
แหล่งพลังงานในพม่า คือ ขุมทรัพย์ระดับโลก (ดูภาพ)
เมียนมา-จีน มีพรมแดนติดต่อกันยาวราว 2,129 กม. เรื่องของผลประโยชน์ หมูไป-ไก่มา…ท่อส่งก๊าซ-น้ำมัน คือ สัมพันธภาพแบบพิเศษ
ท่อส่งก๊าซ และน้ำมัน ที่มีความยาวมากกว่า 2,500 กม. จากภาคตะวันตกของเมียนมา ผ่านป่าเขา ผ่านที่ดินของประชาชน เข้าไปยังนครคุนหมิง ภาคใต้ของจีนก็เริ่มขึ้น
ที่เคยห่างเหิน…กลับมาชิดใกล้ ไปมาหาสู่จู๋จี๋กัน
การวางท่อใช้เวลา 3 ปี มีอุปสรรคขวากหนามสารพัด ขัดใจชาวท้องถิ่น แนวท่อพาดผ่านพื้นที่เขตอิทธิพลกองกำลังกะฉิ่น ซึ่งยังสู้รบประปรายกับรัฐบาลพม่าบริเวณใกล้ชายแดนจีน
กลุ่มนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ชาวพม่าที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ประท้วงหนักแน่น ส่งเสียงต่อต้านกันระงมว่า จะส่งผลให้มีชาวพม่าหลายหมื่นคนต้องย้ายถิ่นฐาน….
ในที่สุด…การวางท่อก๊าซ สำเร็จลุล่วงลงได้…
โครงการท่อส่งก๊าซและน้ำมันที่วางคู่ขนานกันไป เส้นนี้เริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกในเดือน ก.ค.2556
เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่าง 6 บริษัทใน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า เกาหลีใต้ และอินเดีย
จุดเริ่มต้นที่เมืองจ้อกพยู (Kyaukpyu) ในรัฐยะไข่ ผ่านเขตมะกวย เขตมัณฑะเลย์ ลากผ่านไปทางตะวันออก ผ่านรัฐฉาน (Shan State) และเข้าสู่เขตเมืองหรุยลี่ ในมณฑลยูนนาน กุ้ยโจว ฉงชิ่ง และกวางสี ของจีน
ท่อก๊าซเฉพาะในเขตพม่าความยาว 793 กิโลเมตร พร้อมสถานีแปรรูป 6 แห่ง ลำเลียงน้ำมันได้ปีละ 22 ล้านตัน ช่วงในจีนท่อยาว 1,727 กิโลเมตร
โครงการดังกล่าวมีบริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติจีน (CNPN) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองโครงการ โดยมีการก่อตั้งบริษัท 2 แห่ง เพื่อบริหารท่อส่งก๊าซและน้ำมันดิบ
ท่อก๊าซดังกล่าวสามารถลำเลียงก๊าซได้ปีละ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนท่อน้ำมันดิบจะลำเลียงได้ปีละ 22 ล้านตันต่อปี
จีนยังไปสร้างท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันยักษ์ ที่สามารถเก็บกักน้ำมันได้ 300,000 ตัน ที่ริมทะเลในพม่า
ท่าเรือดังกล่าว ถูกออกแบบให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ถึง 8 ริกเตอร์ นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงกันยังได้มีการก่อสร้างคลังเก็บน้ำมันขนาด 600,000 ลูกบาศก์เมตร
ตามแผนงาน…โครงการนี้…จะมีน้ำมันดิบกว่า 2 ล้านตัน และราวร้อยละ 20 ของก๊าซถูกลำเลียงผ่านพม่า และสร้างงานกว่า 6,000 ตำแหน่ง โดยมีบริษัทของพม่ากว่า 22 แห่ง มีส่วนเกี่ยวข้อง
ประชาชน ภาคอุตสาหกรรมในภาคใต้ของจีนจะ มี “ความมั่นคงทางพลังงาน” และหากมีสถานการณ์ในช่องแคบมะละกา…ท่อนี้ คือ ทางเลือก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เพื่อประโยชน์ต่อชุมชนที่วางท่อผ่าน… มีการสร้างและพัฒนาโรงเรียน 45 แห่ง สถานีอนามัย 24 แห่ง ให้แก่นักเรียน 19,000 คน รวมถึงประชาชนกว่า 800,000 คน
จีนยังเสนอเงินช่วยเหลือ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการซ่อมแซมสายไฟฟ้าแรงสูงจากเมืองจ้อกพยู
สัญญาดำเนินการเป็นเวลา 30 ปี ส่วน “น้ำมันดิบ” จะส่งมาจากตะวันออกกลางและแอฟริกา แล้วส่งทางท่อไปถึงคุนหมิง
ต้องยอมรับว่า…แผนงาน โครงการนี้ เฉียบขาดบาดใจ นี่คือ เส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานของจีน…
เรื่องทำมาค้าขายข้ามชาติโครงการเป็นแสนล้านยาวนาน 30 ปี คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ เรื่องขัดข้องหมองใจใหญ่ๆ จะกลายเป็นเรื่องเล็ก
ท่อจะส่งน้ำมันดิบได้วันละ 400,000 บาร์เรล หรือประมาณ 5% ของปริมาณความต้องการนำเข้ารายวันของจีน
10 เมษายน 2560 เรือบรรทุกน้ำมันยูไนเต็ด ไดนามิค บรรทุกน้ำมันดิบ 140,000 ตัน จากอาเซอร์ไบจาน เข้าเทียบท่าเรือเกาะมาเด (Maday Island) เมืองจ้อกพยู เพื่อขนถ่ายที่จุดเริ่มต้นส่งไปจีน
ดินแดนเมียนมา “เนื้อหอม” เป็นความสำเร็จทั้งทางการเมืองและการทูตครั้งใหญ่ของมหาอำนาจปักกิ่ง
เรื่องอภิมหาท่อ เป็นเพียง “น้ำจิ้ม” ที่ผูกมัดจีน-เมียนมา นะครับ
ในวันที่ 17 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา….ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนเมียนมาเป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำจีน มีการเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าอีกหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
…..เส้นทางรถไฟความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึก โครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (CMEC) ก่อร่างสร้างตัวขึ้นแล้ว….
มหาอำนาจจีน จะมีทางออกไปสู่มหาสมุทรอินเดียตามแนวคิดเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21
1 กุมภาพันธุ์ 2564 ทหารเข้ายึดอำนาจ… ชาวพม่านับหมื่นในเมืองใหญ่ลุกฮือขึ้น โดยเชื่อว่าจีนสนับสนุน เกิดการขู่ทางโซเชียลมีเดียว่า…จะเผาทำลายท่อก๊าซและท่อน้ำมันที่ส่งไปจีน…
ขณะเขียนต้นฉบับ …เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ สื่อจีน รายงานข่าวว่า คณะกรรมการกำกับตรวจสอบและบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) มีคำสั่งให้รัฐวิสาหกิจสัญชาติจีนในเมียนมา อพยพพนักงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการกลับเมืองจีน…. โรงงานที่ลงทุนโดยคนจีน 32 แห่ง ในย่างกุ้ง และเมืองอื่นๆ ถูกชาวพม่าผู้ประท้วงโจมตี จุดไฟเผา
ท่อก๊าซ ท่อน้ำมัน ไปจีน มาไทย คือ โซ่ทองคล้องใจที่มีค่าอนันต์ ในท่อมีเงิน …เงินไหลอยู่ในท่อ
เราจะไม่มีวันพรากจากกัน…

แปลและเรียบเรียงโดย
พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

