สถานีคิดเลขที่ 12 : ครูในฝัน

24.03.21 | 11:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ครูในฝัน จุดเกิดเหตุในรั้วสถาบันอุดมศึกษาที่เกรียวกราวที่สุด

สถานีคิดเลขที่ 12 : ครูในฝัน

จุดเกิดเหตุในรั้วสถาบันอุดมศึกษาที่เกรียวกราวที่สุดเวลานี้ ยกให้หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หลังจากคลิปที่อาจารย์ศิลปะ ปะทะคารมและอบรมบรรดาผู้บริหารที่ไปรื้อถอนงานศิลปะของนักศึกษาโดยไม่บอกกล่าวทำความเข้าใจใดๆ แชร์สะพัดไปทั่วโลกโซเชียล

เช่นเดียวกับวาทะเด็ดๆ ของ ผศ.ดร.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ ที่ถูกใจเหล่านักศึกษาและชาวประชาเน็ต ทั้ง “งานศิลปะไม่ใช่นายหรือขี้ข้าของใคร” และ “กระจอกตั้งแต่เด็กยันโตเลยนะพวก-ึงเนี่ย”

นอกจากเรียกเสียงปรบมือตั้งแต่ตอนพูดแล้ว ยังมีคอมเมนต์ชื่นชมตามมาอีก

Advertisement

เฉพาะโพสต์นี้ไม่แปลกใจว่า ทำไมจึงมีนักศึกษาและเยาวชนจำนวนมากที่ชื่นชอบอาจารย์ท่านนี้ รวมไปถึงอาจารย์ท่านอื่นก่อนหน้านี้ที่แสดงท่าทีห่วงใยลูกศิษย์ลูกหาในช่วงเวลาที่ยากลำบากในปัจจุบัน

จะเรียกว่าเป็นอาจารย์ในฝันก็ว่าได้

ไม่เฉพาะไทยแลนด์ วัฒนธรรมของหลายๆ ประเทศ มักมีอาจารย์ที่มีจุดยืนแบบนี้เป็นฮีโร่ในสายตาของลูกศิษย์ นำเสนอหลายรูปแบบ เช่น สารคดี งานเขียน ไปจนถึงนวนิยาย มังงะ ละคร ภาพยนตร์ ฯลฯ

ครูอาจารย์เหล่านี้มักกล้ายืนหยัดอยู่กลางสังคมที่เป็นอำนาจนิยม อนุรักษนิยม เคร่งครัดและครอบงำ

เช่น มังงะเรื่อง GTO คุณครูพันธุ์หายาก สะท้อนถึงสังคมญี่ปุ่นในมุมที่เหล่าผู้ใหญ่ใช้อำนาจกับเด็ก ความไม่เอาใจใส่ของผู้ปกครอง ส่วน Dead Poet Society หนังของฮอลลีวูด ครูพยายามกระตุ้นให้เด็กมีความฝันและใช้ชีวิตในวัยหนุ่มสาวอย่างคุ้มค่า มากกว่ายอมจำนนเป็นเด็กดีตามกรอบของผู้ใหญ่

ดังนั้น สิ่งที่ อ.ทัศนัยออกโรงไปเมื่อวันที่ 21 มี.ค. จึงเท่พอๆ กับตัวละครเหล่านี้ แถมยังเท่ในชีวิตจริงด้วย

เมื่อไปย้อนดูประวัติอาจารย์ถึงเรื่องเสรีภาพกับงานศิลปะ ยิ่งเห็นจุดยืนที่ชัดเจน ตั้งแต่ช่วงเกิดรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 เมื่อครั้งที่นักวิชาการและนักศึกษาถูกจำกัดเสรีภาพ

อาจารย์กล่าวว่า “ถ้าแม้แต่เสรีภาพทางวิชาการยังถูกละเมิด เราก็ไม่มีทางหวังได้ว่าเสรีภาพในการแสดงออกแบบอื่นๆ จะได้รับการเคารพ”

ส่วนเหตุการณ์ล่าสุด อ.ทัศนัยโพสต์ขอบคุณทุกคำชื่นชม ทุกความห่วงใย และทุกดวงใจแห่งเสรีภาพ และระบุถึง “เยาวชนและอนาคตของเราอีกจำนวนมากถูกตั้งข้อหา จำนวนหนึ่งถูกคุมขัง จำนวนมากถูกคุกคาม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจะเกื้อหนุนกำลังกาย กำลังใจและสติปัญญา ช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นด้วย ด้วยเสรีภาพและความนับถือ”

โพสต์นี้สะท้อนว่าสิ่งที่เยาวชนรุ่นนี้กำลังเผชิญอยู่ คือความพยายามที่จะทำให้กลัว ให้เข็ดหลาบ เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวและความคิด ด้วยการใส่ร้าย การใช้กำลัง และใช้อำนาจ

ส่วนสิ่งที่ครูอาจารย์ที่พยายามปกป้องเด็กเหล่านี้ต้องเผชิญ คือข้อกล่าวหาร้ายแรง ว่าเป็นซ้ายตกขอบ ล้มเจ้า หนักแผ่นดิน ล้างสมองเด็ก ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกศิษย์ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะหรือผลงานด้านอื่น มั่นใจว่ามีอาจารย์ที่เข้าใจและพยายามปกป้อง ส่วนอาจารย์ที่มีลูกศิษย์เคารพ ชื่นชม และให้ความไว้วางใจ ย่อมภูมิใจและมีกำลังใจ
วงการการศึกษาไทยต้องมีบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์แบบนี้บ้าง หรือจะมีบ่อยๆ ก็ได้

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์