หน้าแรก คอลัมนิสต์ จัดกลุ่มศึกษา...

จัดกลุ่มศึกษา ตามความต้องการพัฒนาประเทศ

2.04.21 | 13:00 น.

 

เมื่อวันก่อน (25 มีนาคม 2564) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2564 สาระสำคัญคือ กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาทั้งหมด หรือบางส่วนออกเป็นกลุ่ม ดังต่อไปนี้

– กลุ่มพัฒนาการวิจัยระดับแนวหน้าของโลก

– กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม

– กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนอื่น

Advertisement

– กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา

– กลุ่มผลิตและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะ

– กลุ่มอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ทั้งนี้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้ประกาศด้วยเหตุผลการบัญญัติให้การจัดสถาบันอุดมศึกษาเป็นกลุ่มและการกำหนดมาตรการส่งเสริม สนับสนุน ประเมินคุณภาพ กำกับดูแล และจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับการจัดกลุ่มดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษา และการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ รวมทั้งการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง

การจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษานี้ น่าจะเป็นผลให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปพิจารณาจัดการเรียนการสอนนักเรียนนับแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายเพื่อส่งนักเรียนให้ขึ้นไปรับการศึกษาในสองระดับ คืออาชีวศึกษาและอุดมศึกษา โดยในระดับอุดมศึกษา ควรจัดประเมินนักเรียนที่จะเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาเป็นไปตามกลุ่มทั้ง 6 กลุ่ม ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด

แต่เดิม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนได้ก้าวขึ้นไปเรียนในระดับอุดมศึกษาปริญญาตรี ทั้งสายวิทยาศาสตร์ สายสังคมศึกษา สายภาษาซึ่งระดับอุดมศึกษาจัดการศึกษารองรับอยู่แล้ว ทั้งกระทรวงศึกษาธิการยังจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนได้ก้าวขึ้นไปเรียนหลักสูตรอาชีพคือ อาชีวศึกษา ซึ่งสำนักงานการอาชีวศึกษามีหลักสูตรรองรับทั้งด้านการพาณิชย์ ด้านการเกษตรกรรม ด้านบริการ และด้านอื่น ดังนั้น ในการเรียนการสอนการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายน่าจะปรับเนื้อหาของหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถาบันอุดมศึกษาที่จัดแบ่งกลุ่มเพื่อให้นักเรียนเลือกเรียนตามกลุ่มดังกล่าวได้ในทางตรง

กลุ่มอุดมศึกษาสองกลุ่มที่ควรจะดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายแบ่งกลุ่มคือมหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยราชมงคล กล่าวคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ควรเน้นกลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ต้องการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยตรง และการฝึกหัดครูซึ่งมีพื้นฐานมาแต่เดิม

ส่วนมหาวิทยาลัยราชมงคลคือกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งมีพื้นฐานจากการอาชีวศึกษาทุกแขนงทั้งพณิชยกรรม เกษตรกรรม และเทคโนโลยี

วันนี้กระทรวงศึกษาธิการบริหารโดย สาว สาว สาว ทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการอาวุโสสูงสุดบอกไม่มีปัญหา สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามภาระหน้าที่ด้วยความร่วมมืออยู่แล้ว

ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการควรทำความเข้าใจกับนักเรียนด้วยการ “แนะแนว” ว่านักเรียนคนนั้นคนนี้ควรจะเรียนวิชาอะไรเพื่อจะมีโอกาสขึ้นไปเรียนในระดับอุดมศึกษาตามเส้นทางวิชาที่ร่ำเรียนในระดับมัธยม ศึกษาตอนต้นและตอนปลาย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนสาขาการเรียนเมื่อขึ้นไปศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทั้งยังมีโอกาสประกอบหน้าที่การงานตามสาขาวิชาที่ได้เรียนในกลุ่มทั้งหกกลุ่ม

เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการคทำงานของประเทศ ไม่ต้อง “ตกงาน” เหมือนวันนี้

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์