ป๋าเปรม โดย ปราปต์ บุนปาน

แฟ้มภาพ

“ตู่ เดี๋ยวนี้ป๋าอายุมากแล้ว ก็อยากจะช่วยตู่เท่าที่สามารถจะช่วยได้ ซึ่งสิ่งที่ผมช่วย คือเวลาคุยกับใครก็จะไปบอกเขาว่าทำไมตู่ต้องมาเป็นนายกรัฐมนตรีให้มันเหนื่อยเปล่า ทำไมป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ต้องมาช่วยน้องชาย และเจี๊ยบ (พล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร) ต้องมาช่วยเพื่อน

“พวกเราทุกคนเห็นว่ามีความจำเป็นในการเข้ามาในสถานการณ์เช่นนี้ ที่พูดไม่ได้หมายความว่าเรามาทำเพื่อใคร แต่เราทำเพื่อคนไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ขอให้ตู่มั่นใจว่าทหารแก่อย่างเราจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ตู่สามารถทำงานบรรลุภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของชาติ ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำต่อไปจนกว่าจะได้ หากมีอุปสรรคก็ต้องแก้ไข

“หวังว่าพวกเราทุกคนจะเข้าใจว่ามันเป็นโอกาสที่ดี ซึ่งไม่ใช่โอกาสที่ดีของตู่หรือใคร แต่เป็นโอกาสที่ดีของคนไทย ที่พวกเราทุกคนจะช่วยทำให้เกิดความรักความสามัคคีในชาติบ้านเมืองให้ได้

“อย่างที่พูด ป๋าแก่แล้ว คงจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แต่จะเป็นกำลังใจว่าตู่ต้องทำให้สำเร็จ หวังว่าพวกเราทุกคนจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจได้สำเร็จ และมีความรักความสามัคคีกลับมา ขอให้ตู่สบายใจ พวกเราจะเชียร์และเป็นกำลังใจ จะทำทุกอย่างที่ทำให้ตู่นำความผาสุกมาสู่ประชาชนคนไทย ขอให้โชคดีและมีความสุข”

นี่คือคำกล่าวที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวอวยพรกลับแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ

เนื่องในโอกาสที่คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร และตำรวจ เข้าอวยพรวันเกิดอายุครบรอบ 96 ปีของ “ป๋าเปรม” ณ บ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม

ถือเป็นคำกล่าวที่มีความหนักแน่นทางการเมืองเป็นอย่างสูง

เมื่อพิจารณาว่า พล.อ.เปรม คือ “ผู้ใหญ่” ซึ่งมีประสบการณ์และมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองมาอย่างต่อเนื่องยาวนานมากที่สุดท่านหนึ่ง ในยุคสมัยปัจจุบัน

คำกล่าวนี้ยังสื่อแสดงถึงความเป็นปึกแผ่นในกองทัพ ซึ่งประกอบขึ้นด้วยทหารทุกนาย-ทุกกลุ่ม

สอดคล้องกับกระแสข่าว ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท นายทหารที่เติบโตมาในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จะก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป

ภายหลังร่างรัฐธรรมนูญ 2559 และคำถามพ่วงว่าด้วยเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี ได้รับความเห็นชอบในกระบวนการออกเสียงประชามติ

สังคม-การเมืองไทยก็คล้ายจะเคลื่อนหน้าไปสู่ภาวะที่กองทัพต้องทำงานสืบสาน “ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของชาติ” ให้เป็นผลสำเร็จ

เหมือนดังที่ “ป๋าเปรม” เคยทำได้สำเร็จมาก่อน

ในหนังสือ “นายพลของแผ่นดิน” จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก

มีการนำจดหมายสี่ฉบับที่ พล.อ.อาทิตย์เขียนถึง พล.อ.เปรม ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งประธานองคมนตรีได้จัดเก็บไว้เป็นอย่างดี มาตีพิมพ์เผยแพร่

ในจดหมายฉบับแรกที่ พล.อ.อาทิตย์เขียนขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2527 เพื่ออวยพรปีใหม่แด่ พล.อ.เปรม มีเนื้อหาน่าสนใจส่วนหนึ่ง ระบุว่า

“ท่านเป็นหลักของบ้านเมือง ท่านได้กระทำคุณงามความดีมามาก จะหาใครที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เช่นท่านก็คงหาได้ยากมากในปัจจุบันนี้ ท่านบริหารบ้านเมืองโดยไม่มีพรรคการเมือง แต่ท่านก็มีพวกเราที่เคยร่วมรบ ร่วมความลำบากฝ่าฟันอันตรายมาด้วยกัน

“เพราะฉะนั้น การร่วมกันต่อสู้จึงเป็นวิสัยของนักรบ เราต้องอยู่ร่วมกัน เพื่อปกป้องประเทศชาติตามปณิธานที่มุ่งมั่น…”

หากพิจารณาจากเนื้อหาส่วนนี้

คงกล่าวได้ว่า “ป๋าเปรม” น่าจะถือเป็น “ต้นแบบสำคัญ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ คสช. กองทัพ หรืออาจรวมถึงผู้นำประเทศภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า

นี่แสดงให้เห็นถึง “บารมี” ที่ยังสูงยิ่งของ พล.อ.เปรม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ช็อก กระหน่ำยิงเจ้าอาวาสวัดเมืองชลบุรี อาการสาหัส คาดฝีมืออดีตพระถูกบังคับสึก!
บทความถัดไปเจทีซี’ไทย-ภูฏาน’ครั้งแรกราบรื่น วางเป้าเพิ่มการค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว