นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเอาไว้ “ไม่ผิด”
ที่มีการสอบสวนในต่างประเทศของบริษัทโตโยต้าเกี่ยวกับคดีภาษีนำเข้ารถยนต์พรีอุสและพาดพิงถึงบุคลากร (ผู้พิพากษาศาลฎีกาและอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา) นั้น พฤติการณ์แอบอ้างหรือกล่าวหาว่าอาจจ่ายสินบนให้ผู้พิพากษาเกิดขึ้นอยู่เสมอซึ่งอาจไม่มีมูลความจริงอยู่เลย แต่ก็สร้างความเสียหายและความคลางแคลงใจในหมู่ประชาชนและสังคมโดยรวมทันทีที่มีการออกข่าว ควรมีการตรวจสอบให้แน่ชัดในระดับหนึ่งก่อน
ในแง่มุมหนึ่ง น่าเห็นใจทั้งตำรวจ อัยการ และศาล ซึ่งเป็นองค์กรในกระบวนการยุติธรรม
แต่โลกทุกวันนี้เล็กนัก ข้อมูลข่าวสารไหลถึงกันทันที คำกล่าวที่ว่า อย่าคิดปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ จึงยิ่งสมจริง การควบคุมกำกับดูแลคนหมู่มากให้อยู่ในกรอบระเบียบวินัยศีลธรรมจรรยากฎหมายข้อบังคับไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่ว่าในองค์กรภาครัฐหรือเอกชน ในคนหมู่มากย่อมต้องมี แตกแถว
โตโยต้า องค์กรธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ค้าขายไปทั่วโลกจึงต้องมีสิ่งที่เรียกว่า วินัยเหล็ก หรือมาตรฐานทางศีลธรรมจรรยากำกับบริษัทในเครือไม่ให้แตกแถว
ที่สหรัฐอเมริกา โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป. ได้แสดงออกให้เห็นว่า เมื่อพบพิรุธ หรือได้กลิ่นไม่สู้ดีว่า บริษัทโตโยต้า ประเทศไทย อาจประพฤติผิดไปจากมาตรฐานทางจริยธรรม ทางบริษัทแม่ก็ลงมือสืบสวนสอบสวน ค้นหาความจริง ในทันที
และเพื่อให้การค้นหาความจริงนั้น น่าเชื่อถือ โตโยต้าคอร์ปก็เลือกใช้บริษัท คนกลาง เข้าทำการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการจ่ายสินบนในประเทศไทย การลงมือสืบสวนสอบสวนเพื่อค้นหาความจริงภายในองค์กรของ ตัวเองนี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่องเป็น แบบอย่าง
เมื่อมีมูลเหม็นขึ้น อย่ามัวแต่นั่งรอให้คนอื่นมาประเคนข้อมูล !
อย่าเอาแต่ชี้นิ้วเรียกร้องจากผู้อื่นว่า ควรตรวจสอบให้แน่ชัดในระดับหนึ่งก่อน
เมื่อทราบว่า มาตรฐานทางจริยธรรม อาจถูกทำลายด้วยมือของคนในองค์กร ถึงแม้เหตุจะเกิดขึ้นในอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งระดับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นไม่เข้มข้น แต่ผู้นำองค์กร โตโยต้าก็ต้องลงมือ จัดการ ค้นหาความจริงในทันที
กล่าวอย่างตรงไปตรงมา อย่ามัวแต่คิดว่าใครจะมุ่งร้ายทำลายองค์กรตำรวจ อัยการ และศาล
หากควรลงมือทำความกระจ่าง เช่นเดียวกับ โตโยต้าหน้าบาง ที่อเมริกา !?!!

