หน้าแรก คอลัมนิสต์ เฉลิมฉลองวันช...

เฉลิมฉลองวันชาติอิสราเอล การฉีดวัคซีนโควิดและปีแห่งความหวัง

15.04.21 | 11:03 น.
เฉลิมฉลองวันชาติอิสราเอล การฉีดวัคซีนโควิดและปีแห่งความหวัง
ฯพณฯ ดร.เมเอียร์ ชโลโม เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

เฉลิมฉลองวันชาติอิสราเอล การฉีดวัคซีนโควิดและปีแห่งความหวัง

วันนี้ 15 เมษายน อิสราเอลเฉลิมฉลองวันชาติในช่วงเวลาที่พิเศษกว่าที่เคย กล่าวคือ นอกจากจะเป็นการฉลองวันชาติครบรอบปีที่ 73 แห่งการสถาปนารัฐอธิปไตยบนแผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษชาวยิวแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่พวกเราได้ร่วมฉลองด้วยความหวังว่า ปีแห่งความยากลำบากกำลังจะสิ้นสุดลง

หลังจากการบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างและล็อกดาวน์เป็นเวลานาน เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า ณ เวลานี้ “อิสราเอลกลับมาแล้ว” ชาวอิสราเอลต่างร่วมเฉลิมฉลองวันชาติทั้งในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและตามท้องถนนด้วยความระมัดระวังและสนุกสนาน ด้วยเหตุที่ว่า อิสราเอลสามารถลดอัตราการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากการดำเนินภารกิจ “คืนสู่ชีวิตปกติ-Back to Life” ที่มีขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา กล่าวคือ อิสราเอลเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดจำนวนมากทั่วประเทศ ให้ประชากรจำนวนกว่า 9 ล้านคน

ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ล้าน Credit GPO-Haim Zac

ปัจจุบันอิสราเอลเป็นประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนที่เร็วที่สุดในโลก จนถึงขณะนี้ ประชากรกว่าร้อยละ 55 ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนทั้งสองเข็มแล้ว ดังนั้น ประชาชนกลุ่มนี้จึงสามารถพบปะสังสรรค์และเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ได้

สำหรับอิสราเอลแล้ว ปฏิบัติการการฉีดวัคซีนในครั้งนี้จึงถือเป็น “จุดเริ่มต้นของจุดจบ” ของโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก

Advertisement

ด้วยเหตุที่อิสราเอลมีระบบข้อมูลทางการแพทย์แบบดิจิทัล จึงทำให้อิสราเอลสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลทางการแพทย์ และความรู้จากปฏิบัติการฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็วของอิสราเอล กับประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ อิสราเอลยังได้ให้บริการฉีดวัคซีนแก่ชาวต่างชาติทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในอิสราเอล

ดังนั้น แรงงานไทยที่ทำงานในภาคการเกษตร นักศึกษา และนักการทูตชาวไทยต่างก็ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว

ในช่วงปีที่ผ่านมา อิสราเอลประสบความสำเร็จสำคัญยิ่งอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงสำหรับชาวอิสราเอล นั่นคือการลงนามข้อตกลงสันติภาพฉบับใหม่ กล่าวคือ นับตั้งแต่การก่อตั้งประเทศอิสราเอลเมื่อ พ.ศ.2491 เป็นต้นมา ความมั่นคงแห่งชาติเป็นความท้าทายที่สำคัญอย่างมากต่อรัฐที่สถาปนาใหม่ของชาวยิวซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร ทั้งนี้ ในคำประกาศอิสรภาพของรัฐอิสราเอลระบุไว้ว่า “เรายื่นมือไปยังรัฐเพื่อนบ้านและประชาชนของพวกเขา เพื่อสร้างสันติภาพและมิตรไมตรี” ดังนั้นแล้ว การแสวงหาสันติภาพและความปรองดองกับประเทศอาหรับจึงเป็น และจะยังคงเป็น หมุดหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนของอิสราเอล

เราได้ประจักษ์เห็นการบรรลุ “ข้อตกลงอับราฮัม” (Abraham Accords) อันเป็นข้อตกลงสันติภาพ ฉบับประวัติศาสตร์ ที่นำมาซึ่งยุคใหม่แห่งความหวังและความรุ่งเรืองในภูมิภาคตะวันออกกลาง อิสราเอลบรรลุข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์นี้กับอาหรับสี่ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ราชอาณาจักรบาห์เรน สาธารณรัฐซูดาน และราชอาณาจักรโมร็อกโก ข้อตกลงเหล่านี้ครอบคลุมถึงการส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างประชาชนต่อประชาชน

สำหรับชาวอิสราเอลจำนวนมากนั้น การบรรลุข้อตกลงสันติภาพนี้ ทำให้ความฝันที่มีมาอย่างยาวนานของชาวอิสราเอลกลายเป็นจริง ผลของข้อตกลงสันติภาพฉบับประวัติศาสตร์นี้ นำมาสู่การปฏิบัติจริง ทั้งการเปิดสถานเอกอัครราชทูต การเพิ่มมูลค่าทางการค้าและส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเปิดเส้นทางการบินไปยังจุดหมายใหม่ๆ การส่งเสริมการท่องเที่ยว

การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน และกิจกรรมอื่นๆ กิจกรรมเหล่านี้นำมาซึ่งความหวังแห่งการเปลี่ยนแปลง สันติภาพ และความหวังแห่งอนาคต

ในขณะเดียวกัน ปีที่ผ่านมายังเป็นปีแห่งความสุขและความหวังของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิสราเอลถึงแม้ว่า เราต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แต่อิสราเอลก็ได้ต้อนรับแรงงานไทยนับพันคนที่เดินทางไปทำงานในภาคการเกษตร และในปีที่ผ่านมาเช่นกันอิสราเอลได้ดำเนินการติดตั้งโรงเรือนการเกษตรสามแห่งในจังหวัดต่างๆ ของไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ทั้งนี้ อิสราเอลยังคงดำเนินโครงการฝึกอบรม การบรรยาย กิจกรรมด้านวัฒนธรรม และการจัดกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่า เมื่อได้เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนแล้ว อีกไม่นานเราจะสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้มากยิ่งขึ้น

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังมุ่งเร่งฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิดข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อใดที่ประเทศไทยและอิสราเอลเปิดรับผู้โดยสารจากต่างประเทศ เราจะได้เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุน คณะผู้แทนรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ และศิลปิน กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ชาวอิสราเอลล้วนรอคอยที่จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย และข้าพเจ้ามั่นใจว่าประเทศไทยจะต้อนรับชาวอิสราเอลอย่างอบอุ่นอย่างเช่นที่เคยเป็น

ในระหว่างนี้ ชาวอิสราเอลจะยังคงมุ่งพัฒนาประเทศ เพื่อที่จะมีวันชาติที่เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป