เดินหน้าชน : วันครอบครัว

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2532 คณะรัฐมนตรี โดย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้วันที่ 14 เมษายนของทุกปีเป็นวันแห่งครอบครัว

ถือว่าอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นวันที่ต้องการให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวให้มากขึ้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีโอกาสได้พบปะสังสรรค์กัน

การกำหนดให้วันที่ 14 เมษายนของทุกปีเป็น “วันครอบครัว” ก็เพื่อมุ่งหวังให้มีการฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยแต่ดั้งเดิม

แม้ว่าปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมยุคดิจิทัล รวมทั้งสถานการณ์ของเศรษฐกิจการเมืองก็
เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

แต่เราก็ยังรักษาสิ่งดีๆ เอาไว้ เพื่อสะท้อนความเป็นไทย ไม่เหมือนใครในโลกต่างก็อิจฉาเรา ที่มีความผูกพันในสังคมและครอบครัวมากกว่าวัฒนธรรมต่างชาติ

อีกทั้งยังถือเป็นวันดีที่สืบทอดประเพณี พิธีรดน้ำดำหัว ขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครูบาอาจารย์ และผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ

รวมไปถึงการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บุพการีหรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว

เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ สร้างความอบอุ่นให้แก่คนในครอบครัว

ตามประเพณีไทยที่เคยปฏิบัติสืบต่อกันมา เราควรทำให้ลูกหลานได้เห็นเป็นแบบอย่าง ให้เขาได้ซึมซับวัฒนธรรมที่ดี และส่งต่อสู่รุ่นถัดไป

อย่างไรก็ตาม การสร้างความรักและความผูกพันกันในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะในวันครอบครัว

แต่สามารถทำได้ทุกวัน ด้วยการมอบความรัก ความห่วงใย ใช้ถ้อยคำนุ่มนวล หมั่นให้กำลังใจกัน

จะช่วยสร้างความผูกพันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น

ทั้งยังส่งผลดีต่อการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย

ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญต่อครอบครัว

ไม่ใช่เพียงแต่ในวันครอบครัวเท่านั้น

แต่ควรทำเป็นประจำทุกวัน หรือทุกวันที่มีโอกาส

เพื่อครอบครัวที่แข็งแรงและมีความสุขนั่นเอง

สำหรับในวันครอบครัว 2564 นี้ ยังคงอยู่ในช่วงที่
เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดหนักอีกระลอก

ถือเป็นช่วงเวลาจะได้อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากันกับครอบครัว

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และหากิจกรรมดีๆ ทำร่วมกัน

หากใครไม่ได้กลับบ้านในช่วงนี้ ก็ไม่ต้องคิดมาก

ถือซะว่าเราได้เลือกทางที่ถูกต้องแล้ว

เพราะหากยังฝืนเดินทาง ปัญหาจะตามมาหนักหนาสาหัสในภายหลัง

เราอาจใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารกันไปก่อน

รอให้สถานการณ์คลี่คลายลงไปก่อนค่อยเดินทาง

สิ่งสำคัญตอนนี้คือทุกคนต้องใส่ใจรักษาสุขภาพ

ใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือเป็นประจำ

ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด

เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

สิ่งสำคัญตอนนี้คือ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

โดยเฉพาะคนใกล้ตัว คนในครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด

ก่อนจะไปยุ่งเรื่องของคนอื่น

ลองหันมามองดูคนใกล้ตัว คนในครอบครัวมีความสุขดีแล้วหรือยัง

แม้ว่าช่วงนี้ตัวจะใกล้กันไม่ได้ แต่ยัง ส่งใจ ส่งเสียง ส่งภาพ ถามไถ่กัน

ในรูปแบบ “ห่วงอย่างห่างๆ” กันไปก่อนในสถานการณ์โควิดระบาดเช่นนี้

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กเม่น” ยันไม่เอี่ยว ‘คริสตัลคลับ’ มีหุ้นส่วน ร้านอาหารญี่ปุ่น ฝั่งตรงข้ามเท่านั้น
บทความถัดไปเข้าใจและเท่าเทียม “ครอบครัวสีรุ้ง” แอลจีบีทีคิวเอ็นพลัส ที่ไม่นิยามเพียง “พ่อ แม่ ลูก”