ในสถานการณ์ที่ร่างรัฐธรรมนูญของคณะมีชัย ฤชุพันธุ์ กำลังโดนรุมถล่มอย่างหนักหน่วงหลายทิศหลายทาง ได้มีความพยายามตอบโต้เพื่อกู้คะแนนนิยมให้กับร่างรัฐธรรมนูญฟื้นคืนมา ด้วยการชูประเด็นว่านี่คือรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง
เพราะคำว่าปราบโกง เป็นสูตรสำเร็จที่เคยใช้ได้ผลมาหลายยุคหลายสมัย หากจะมีการปิดซ่อมประชาธิปไตย และทำลายนักการเมืองและพรรคการเมือง
ไปย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทยดูได้ เมื่อถึงสถานการณ์ที่จะล้มกระดานกันเมื่อไร มักเริ่มต้นปูกระแส ด้วยการโหมเรื่องการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น กินตามน้ำทวนน้ำ โจมตีนโยบายใหญ่ของรัฐบาลเลือกตั้งว่าโกงกันมโหฬาร
ถ้ากระแสถล่มนักการเมืองติดลมเมื่อไร ประชาชนทั่วไปเห็นด้วยและขานรับ มักลงเอยด้วยการเข้าสู่ช่วงพักยาวของนักการเมืองทุกที
แต่สำคัญสุด เท่ากับประชาชนคนไทยหมดสิ้นสิทธิทางการเมือง หมดการมีส่วนร่วมและสูญเสียอำนาจตัดสินใจทางการเมืองไปด้วยเช่นกัน
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย กำลังโหมจุดขายว่า เป็นฉบับปราบโกง แน่นอนว่าเพื่อพุ่งเป้าเข้าใส่นักการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักหน่วงในขณะนี้
คล้ายกับว่า เมื่อมุ่งปราบการคอร์รัปชั่น เหล่านักการเมืองก็เลยดิ้นกันพล่าน
พูดไปพูดมา เท่ากับจะสรุปรวบรัดว่า ประเทศนี้มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่โกงกิน
ในสังคมไทย ไม่มีใครอื่นใดเลยที่โกง ข้าราชการหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ไม่เคยมีการทุจริตเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่มากอำนาจและแตะต้องตรวจสอบไม่ได้ ก็ไม่เคยมีการคอร์รัปชั่นอะไรเลย
ในประเทศนี้มีแต่นักการเมืองเพียงอาชีพเดียวเท่านั้นจริงๆ ที่เลวที่แย่
ดังนั้นข้อหาโกงกิน สามารถนำมาใช้เพื่อหยุดรัฐบาลจากพรรคการเมืองได้ทันที
เช่นเดียวกันกับการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็มีเป้าหมายเพื่อสลายระบบพรรคการเมือง ทำให้ผลการเลือกตั้งครั้งต่อไป ออกมาในลักษณะที่ไม่มีพรรคใหญ่กวาดที่นั่งในสภาได้มากๆ ต้องการให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งหนหน้า กลายเป็นรัฐบาลผสมหลายๆ พรรค
แล้วถ้าอ่อนแอกันมากๆ ก็ไปเชิญผู้มีบารมีที่เป็นคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีคุมทิศทางรัฐบาลได้อีก
ด้วยเพราะทิศทางของร่างรัฐธรรมนูญเป็นเช่นนี้ จึงทำให้นักการเมืองต่างออกมาโจมตีกันยกใหญ่
แต่มีเฉพาะนักการเมืองเท่านั้นหรือที่ดิ้นกันพราดๆ คงไม่แค่นั้น เราจะพบว่านักคิดนักวิชาการ กลุ่มองค์กรประชาชน มีปฏิกิริยาด้วยเช่นกัน
เพราะคนในส่วนที่เชื่อในหลักเสรีประชาธิปไตย ย่อมถือว่า นักการเมืองและพรรคการเมือง ไม่ว่าจะดีเลวเช่นไร ล้วนเชื่อมโยงกับประชาชนโดยตรง
นักการเมืองจะเข้าสภาได้ ต้องผ่านการอนุมัติจากประชาชนที่เข้าคูหาหย่อนบัตร
ดังนั้นระบบพรรคการเมืองเท่านั้น ที่ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิและอำนาจทางการเมืองได้
ร่างรัฐธรรมนูญที่ริดรอนอำนาจนักการเมือง ก็เท่ากับลิดรอนอำนาจประชาชนเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น คนจำนวนไม่น้อย ไม่เชื่อว่าประเทศนี้มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่โกง
แต่แน่นอน ยังมีคนอีกส่วนที่ยังเคลิบเคลิ้มไปกับคาถาล้มประชาธิปไตย ด้วยเชื่อในคำโหมประโคมว่านักการเมืองขี้โกง
ดูง่ายๆ ถ้าสังคมเรายังมีคนอุ้มลูกเทพ บูชาลูกเทพอยู่ ยังมีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์อยู่
ตราบนั้นก็ยังมีคนเชื่อว่า สามารถหยุดประชาธิปไตย หยุดสิทธิทางการเมืองของประชาชนทั้งหมดได้ ถ้านักการเมืองโกง

