จาลาลุดดิน รูมี เป็นกวีทางจิตวิญญาณ เขาเป็นชาวเปอร์เซียผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1207-73 เกิดในดินแดนที่ปัจจุบันอยู่แถวอัฟกานิสถานหรือตาจิกิสถาน แต่มาเสียชีวิตที่ประเทศตุรกีปัจจุบัน เขาเป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนในประเทศอิหร่านและตุรกีอยู่ไม่น้อย เขาเขียนบทกวีที่มีชื่อเสียงมากเล่มหนึ่งชื่อ มัษนาวี เขาเป็นมุสลิมในนิกายซูฟี ซึ่งหลายคนจัดว่าเป็นนิกายรหัสยนิยม (mysticism) หลายคนมองว่าเป็นนิกายทางจิตวิญญาณที่ให้ความสำคัญแก่ความพยายามติดต่อกับพระเจ้าโดยตรง ผมถามนักวิชาการมุสลิมคนหนึ่งถึงเรื่องซูฟี เขาบอกว่า ชาวจีนหลัก ๆ แล้วเชื่อในลัทธิขงจื้อหรือเต๋า ซูฟีคล้ายกับเต๋า ส่วนนิกายอื่น ๆ ของอิสลามคล้ายกับลัทธิขงจื้อในแง่ที่เป็นกระแสหลัก เราอาจรู้จักกวีชาวเปอร์เซียอีกคนหนึ่งมากกว่า คือโอมาร์ คัยยาม (ค.ศ. 1591-1674) ผู้เขียนหนังสือที่ลือชื่อคือ รุไบยาต ซึ่งอาจจัดอยู่ในแนวซูฟีเช่นกัน อันที่จริงคำว่า ซูฟี เพิ่งจะใช้กันไม่นานนี้เอง ในสมัยของกวีทั้งสองยังไม่ได้ใช้คำคำนี้ด้วยซ้ำ
ขอยกคติสอนใจของรูมีสักสองเรื่องมาเป็นตัวอย่างดังนี้
เธอไม่ได้เห็นโลกตามที่มันเป็น เธอเห็นโลกตามที่เธอเป็นต่างหาก
และบนหลุมฝังศพของรูมี มีคำจารึกว่า
เมื่อเราตาย อย่าค้นหลุมศพของเราบนพื้นโลกนี้เลย แต่จงมองหาภายในดวงจิตของคนทั้งหลายเถิด
คำจารึกนี้ชวนให้คิดถึงคำสอนขอ
พุทธวัชรยานที่กล่าวว่า เราต่างมีพุทธะในตัวเรา แต่จะขอเดินเรื่องของซูฟีต่อไปก่อนที่จะเสริมด้วยเรื่องเล่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางวัชรยาน
บทกวีของโอมาร์ คัยยามในรุไบยาตเป็นโคลงบทละสี่บาท มีตัวอย่างที่ได้จากหนังสือ วิถีแห่งซูฟี ที่แปลโดยอาจารย์ปรีชา ช่อปทุมมา ดังนี้
ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว
ยิ้มเยาะเล่นหัว เต้นยั่วเหมือนฝัน
อาจารย์ปรีชาเขียนวิจารณ์ว่า เวลาโอมาร์เขียนกวีบทนี้ เป็นเวลาที่มีใจปลอดโปร่งเป็นสุข อันที่จริง ศาสนาใด ๆ น่าจะสอนให้เราเป็นสุขและลดทุกข์นั่นแหละ ในบทกวีที่ขอเสนอต่อไป โอมาร์วิจารณ์คนส่วนใหญ่ที่ทำกุศลด้วยเจตนาจะได้เสพสุขในสวรรค์ เขาตำหนิความใฝ่ฝันเช่นนี้
เมาเหล้า, เมาหญิง เมาหยิ่ง, เมายอ
เมาครู่, รู้พอ ไม่เหมือน, เมาสวรรค์
ในหนังสือ วิถีแห่งซูฟี อาจารย์ปรีชาคัดเลือกอุทาหรณ์พึงคิดมาแปล 112 อุทาหรณ์ และมีสุภาษิตพึงตรองอีก 100 บท นับเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาญาณที่ควรแก่การไตร่ตรอง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยึดติดในทรัพย์สินและอำนาจ เผื่อจะคลายการยึดติดลงบ้าง อุทาหรณ์แรกที่ขอนำเสนอมีชื่อว่า โลกทัศน์ของหมา
ขณะเดินไปตามทาง อาจารย์ชิบลีเห็นยามใช้ท่อนไม้ตีหมาอย่างเต็มแรง หมาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด อาจารย์ถามว่า
โอ้หมาเอ๋ย ทำไมเขาตีเจ้าอย่างนั้น
หมาตอบ เขาทนไม่ได้ที่เห็นข้าพเจ้าดีกว่าเขา
ผมทราบมาว่า มุสลิมบางคนรังเกียจหมา ถือว่าน้ำลายของมันไม่สะอาด ไม่ทราบชัดว่าคำสอนนี้จะเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าที่ไม่มียารักษาหรือไม่ คนไทยจำนวนมากก็รังเกียจ โดยมีสำนวนเปรียบเปรยหรือคำด่าทอที่พาดพิงถึงหมาอยู่ไม่น้อย แต่ในหนังสือ วิถีแห่งซูฟี กลับให้บทที่ดีแก่หมาหลายแห่ง อุทาหรณ์ที่เพิ่งยกมาอ้างคงเจ็บแสบพอสมควรสำหรับคนที่ชอบทารุณหรือรังแกผู้อื่น
อุทาหรณ์ต่อไปที่ขอเสนอเป็นตัวอย่างมีชื่อว่า อำนาจเผด็จการ
รากฐานเผด็จการในโลกมีขนาดเล็กนิดเดียวเมื่อแรกที่ถือกำเนิดขึ้น แล้วทุก ๆ คนร่วมกันขยายขอบเขตของมัน กระทั่งใหญ่โตดังภาวะในปัจจุบัน
ถ้าเห็นว่าการฉกฉวยไข่ครึ่งฟองด้วยอำเภอใจจากสุลต่านเป็นความชอบธรรม อีกไม่นาน เมื่อทรงลั่นวาจาออกมาเพียงคำเดียว ไพร่พลของพระองค์จะไปกะเกณฑ์เอาเป็ดไก่มาถวายตั้งพัน
ดูเหมือนพวกสอพลอจะมีมาก ที่ช่วยกันค้ำจุนรากฐานเผด็จการให้ขยายใหญ่โต
อุทาหรณ์ชื่อ กินเร็ว-กินลึก ต่อไปนี้จะยาวสักนิด แต่ก็น่ารับฟัง
ครั้งหนึ่ง ชายผู้หนึ่งพเนจรไปทั่ว จากบ้านเกิดตัวเองเข้าสู่โลกซึ่งรู้จักในนามว่า แผ่นดินคนโง่ ในไม่ช้า เขาเห็นคนจำนวนมากวิ่งพล่านด้วยความกลัวจากทุ่งนาซึ่งพวกตนกำลังเก็บเกี่ยวข้าวสาลี มีปีศาจในทุ่งนาโน่น ฝูงคนร้องบอก
ชายพเนจรไปสำรวจก็พบแตงโมผลหนึ่ง เขาอาสาเป็นผู้ปราบ ปีศาจ แทนฝูงคน เมื่อตัดแตงโมจากเถาแล้ว เขาเฉือนออกมาชิ้นหนึ่งและเริ่มต้นกิน ฝูงคนแตกตื่นในชายพเนจรยิ่งกว่าที่รู้สึกต่อผลแตงโม ช่วยกันขับไล่ด้วยไม้สงฟาง อีกหน่อยมันต้องฆ่าพวกเราแน่ ถ้าไม่รีบกำจัดมันเสียก่อน
ต่อมาชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่งเข้ามายัง แผ่นดินคนโง่ และเหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่แทนที่จะเสนอตัวช่วยปราบ ปีศาจ เขาแสร้งทำเป็นเห็นด้วยกับฝูงคนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นอันตรายแน่ เขารีบเขย่งเท้าจากไปพร้อมกับคนทั้งหลาย เพื่อให้เกิดความไว้วางใจชั้นหนึ่งก่อน
ชายแปลกหน้าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านคนโง่เป็นเวลานาน แล้วค่อย ๆ สอนความรู้พื้นฐานครั้งละเล็กละน้อย ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้หายกลัวแตงโม ซ้ำยังรู้จักวิธีปลูกแตงโมกินอีกด้วย
ผมเป็นห่วงเยาวชน โดยเฉพาะผู้นำ เช่น เพนกวิน ซึ่งสู้ยิบตาเพื่อการแปลงเปลี่ยนที่น่าจะช่วยลดความโลภและความหลง น่าเสียดายที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับความโกรธ รวมถึงปฏิบัติการข่าวสารที่กำลั
ใช้ช่องทางวิทยุ/โทรทัศน์ของทางการบางช่องทาง เพื่อชวนวิวาท อุทาหรณ์ข้างต้นอาจช่วยเตือนใจให้เยาวชนเหล่านี้ ถนอมกาย-ถนอมใจ ไว้ต่อสู้ในระยะยาวได้บ้างไหม
เล่าเรื่องซูฟีมาพอควรแก่กรณีแล้ว ขอเล่าเรื่องของวัชรยานสักเล็กน้อย ซึ่งได้จากหนังสือชื่อ แมวขององค์ทะไลลามะ หนังสือเล่มนี้มีคำโปรยในหน้าแรกว่า ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุขและพบเหตุที่แท้ของความสุข ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงปราศจากความทุกข์ และพบเหตุที่แท้ของความทุกข์ ในคำนำผู้แปลให้ข้อคิดเห็นว่า พุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทเน้นเรื่องการพ้นทุกข์ ส่วนฝ่ายวัชรยานยังเพิ่มเติมในเรื่อง โพธิจิต นั่นคือ เมื่อบรรลุถึงความกระจ่างแจ้งแล้ว ยังจะต้องช่วยนำพาผู้อื่นให้ไปถึงสภาวะนั้นด้วย พื้นฐานของ โพธิจิต คือมหากรุณาอันบริสุทธิ์
หนังสือเรื่องแมวเล่มนี้อาศัยแมวพันธุ์หิมาลัยตัวหนึ่งที่มีตาสีฟ้าเป็นตัวนำเรื่อง แมวตัวนี้มีหลายชื่อ ชื่อหนึ่งที่องค์ทะไลลามะตั้งให้คือ โพธิวิฬาร์ ดูเหมือนจะล้อคำจากคำว่าโพธิสัตว์ก็เป็นได้ บางคนเรียกมันว่า ม.ส.ส. ย่อมาจากคำว่าแมวของสมเด็จพระสังฆราช เจ้าวิฬาร์ตัวนี้เล่าประวัติของตัวเองไว้ในหนังสือว่า ในวันที่องค์ทะไลลามะเสด็จกลับจากสหรัฐอเมริกาและเดินทางโดยรถจากสนามบิน รถเกิดติดเพราะมีวัวตัวหนึ่งมาเดินอย่างสบายอารมณ์บนถนนหลวง เด็ก ๆ ในบริเวณนั้นพบแมวครอกหนึ่งลักษณะไม่ใช่แมวพื้นบ้าน คือมีขนสีน้ำตาลอ่อนและตาสีฟ้า จึงพรากลูกแมวจากแม่มาเร่ขายตามรถที่ติดอยู่ ลูกแมวตัวที่แข็งแรงขายได้ก่อน เหลือตัวที่อ่อนแอ มีตัวหนึ่งตกลงบนถนน ทำท่าไม่ดี เด็กจึงห่อมันด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เตรียมจะนำไปทิ้งอยู่แล้ว พอเห็นเข้าองค์ทะไลลามะใช้ผู้ติดตามให้ลงจากรถไปซื้อด้วยเงินหนึ่งหรือสองดอลลาร์ที่บังเอิญเหน็บจีวรมา
ครั้งหนึ่ง มีศาสตราจารย์ชาวอังกฤษคนหนึ่งมาสัมภาษณ์องค์ทะไลลามะ เพื่อไปเขียนตำราประวัติศาสตร์อินเดีย-ทิเบต เขาไม่พอใจที่ไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับความสนใจจากพระองค์ จึงถามอย่างเคือง ๆ ว่า แมวจรจัดรึ พระองค์ตอบว่า ใช่ แล้วกล่าวต่อว่า คุณรู้ไหม ท่านศาสตราจารย์ แมวตัวนี้กับคุณมีสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน ศาตราจารย์ตอบว่า ผมนึกไม่ออกเลยครับ ชีวิตคุณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับคุณ พระองค์พูด กับแมวตัวนี้ก็เช่นเดียวกัน … สำหรับเราทุกคนที่มีสัมผัสรู้ ชีวิตเรามีค่ามาก ดังนั้น เราจึงต้องปกป้องสิ่งมีชีวิตที่มีสัมผัสรู้ทั้งหมดอย่างเต็มที่ จากพื้นฐานแห่งมหากรุณาอันบริสุทธิ์ โพธิจิตขององค์ทะไลลามะได้แผ่ไปถึงสรรพสัตว์ที่มีสัมผัสรู้ทั้งหมด
ในกรณีของเยาวชนที่ต่อสู้กับรัฐบาล เราอาจไม่ชอบการแสดงออกหรือความคิดอ่านของพวกเขา แต่จากอุทาหรณ์ของซูฟีก็ดี คำสอนของวัชรยานก็ดี เป็นไปได้ไหมที่เราจะมองพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย มากกว่ามองว่าเป็นศัตรูที่ต้องดำเนินการตาม กฎหมาย
โคทม อารียา

