สถานีคิดเลขที่ 12 : ใครว่า‘จบ’!?

8.05.21 | 11:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ใครว่า‘จบ’!? คดี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุด

สถานีคิดเลขที่ 12 : ใครว่า‘จบ’!?

คดี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุด ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

แต่เรื่องทางวิชาการ ทางการเมือง ทางสังคม ไม่จบเร็ว จบง่าย

จะจบได้อย่างไรเล่า อย่างน้อย ก็มีความเห็นของ ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อคำตัดสิน

ไม่แปลกใจในผลและเหตุผลที่ยึดการตีความตามตัวอักษร แต่สะท้อนใจ 2 ประเด็น มิได้ถูกเอ่ยถึง

Advertisement

1.เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการจะได้บุคคลที่มือสะอาด ปราศจากมลทินโดยเฉพาะในข้อหาร้ายแรง มาทำหน้าที่ในองค์กรหลักฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารไม่ถูกเอ่ยถึง และ 2.ความผิดนี้เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งเป็น double criminality (เป็นความผิดของทั้งสองประเทศ และไม่ยากในการที่จะพิสูจน์องค์ประกอบความผิดว่าตรงกันหรือไม่) และความผูกพันและพันธกรณีที่ไทยมีต่อนานาประเทศในการต่อต้านยาเสพติดที่ยอมรับว่าเป็นความผิดร้ายแรงข้ามชาติและเป็นภัยต่อความมั่นคงของมนุษย์

ไหนจะความเห็นของ รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อีกล่ะ

ที่ว่า การให้เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ ศาลอ้างอำนาจอธิปไตยทางศาลเป็นเหตุผลหลักในการปฏิเสธคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลต่างประเทศ ทั้งๆ คนทั่วไปต่างก็ทราบว่าประเทศไทยเป็นรัฐอธิปไตยที่มีอิสรภาพทางการศาลที่สมบูรณ์มาตั้งแต่ พ.ศ.2481

ในขณะที่นักกฎหมายต่างก็ทราบดีว่ารัฐอธิปไตยสามารถยอมรับและบังคับกฎหมายต่างประเทศและคำพิพากษาต่างประเทศได้โดยไม่กระทบกระเทือนต่ออำนาจอธิปไตยของชาติ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 ที่ยอมให้มีการพิสูจน์เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศและแนวคำพิพากษาของศาลยุติธรรมที่ยอมให้มีการพิสูจน์เพื่อบังคับคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลต่างประเทศเป็นเครื่องยืนยันข้อความจริงนี้ได้เป็นอย่างดี

รศ.ดร.มุนินทร์ระบุว่า การใช้เหตุผลในเชิงชาตินิยมที่มีน้ำหนักเบาบางเพื่อปิดกั้นคำพิพากษาศาลต่างประเทศ เป็นการละทิ้งโอกาสอย่างน่าเสียดายในการหักล้างข้อสงสัยของสาธารณชนที่มีต่อเจตนารมณ์ที่แท้จริงของบทบัญญัติว่าคนที่เป็น ส.ส.ควรมีคุณสมบัติแบบใด เป็นข้อสงสัยที่ไม่ต้องใช้เหตุผลทางกฎหมายที่ซับซ้อน แต่ใช้เพียงแค่เหตุผลธรรมดาสามัญ ก็สามารถตอบได้

ก่อนทิ้งท้าย ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 4) ซึ่งเป็นกลุ่มนักกฎหมายชั้นนำของประเทศที่ได้วินิจฉัยในประเด็นปัญหาเดียวกันเมื่อเกือบ 40 ปีก่อนว่า “ถ้าต้องห้ามเฉพาะการกระทำผิดในประเทศ ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดในต่างประเทศ ก็จะเกิดการลักลั่นไม่เป็นธรรม และขัดกับเหตุผล” ยิ่งทำให้ความเคลือบแคลงสงสัยที่มีต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก

นี่ว่ากันเฉพาะเรื่องคัดง้าง ทางวิชาการอย่างเดียว

ยังมีเรื่อง-มีปัญหา ‘จริยธรรม’ อีก 1 ที่สำคัญ ซึ่งที่จริงไม่จำเป็นต้องรอฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช. ด้วยซ้ำ

เป็นจริยธรรมที่แปลว่า หลักประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมกับการทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์และสอดคล้องกับมาตรฐานที่ดีงามอันเป็นที่ยอมรับของสังคม

นี่ยังไม่นับรวมความเห็นต่าง ไม่เห็นด้วย ว่าด้วยหลักวิชาการ ของใครต่อใคร อีกมากคน

ที่ตั้งคำถามมากมายต่อคำตัดสินและเรื่องว่าด้วยจริยธรรม พื้นฐานที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย และฝ่ายบริหารประเทศพึงมี

จึงไม่เพียง ธรรมนัส พรหมเผ่า เท่านั้น ได้รับผลสะเทือนโดยตรงจากคำวินิจฉัย ที่รับว่าเคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิดขนยาเสพติด ตามคำพิพากษา ศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย

หากแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เสนอชื่อแต่งตั้ง

ก็ย่อมจะถูกคาดหวัง ยืนหยัด ในสิ่งถูกต้อง

ที่น่าสนใจเป็นที่ยิ่ง ก็คือบิ๊กตู่จะใช้มาตรการทางปกครอง สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต หรืออุ้มกระเตง

รอกระบวนการของ ป.ป.ช.

นั่นคงขึ้นอยู่กับการประเมิน แบกรับอีกปัญหาไหวหรือ

จำลอง ดอกปิก