เรือบรรทุกเครื่องบินของจีน ฝึกซ้อมที่ทะเลจีนใต้และทะเลไต้หวัน ผู้เชี่ยวชาญว่าสมเหตุสมผล

ช่วงเที่ยงวันของวันที่ 2 พฤษภาคมตามเวลาปักกิ่ง เว็บไซต์ทางทหารของประเทศจีนได้ประกาศข่าวว่า ตามที่นาวาเอกเกาซิ่วเฉิง โฆษกประจำกองทัพเรือ ได้แถลงว่า วันก่อนกองทัพเรือได้จัดตั้งกองเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงฝึกซ้อมที่น่านน้ำที่เกี่ยวข้องในบริเวณทะเลจีนใต้นั้นเป็นการฝึกซ้อมประจำ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามโครงการการทำงานประจำปี ซึ่งถูกต้องชอบธรรม เป็นประโยชน์ในการยกระดับความสามารถในการจรรโลงไว้ซึ่งอธิปไตย ความมั่นคงและผลประโยชน์ในการพัฒนาของรัฐและเป็นประโยชน์ต่อการจรรโลงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค หวังว่าผู้อยู่วงนอกจะได้มองและปฏิบัติต่อปัญหานี้อย่างมีเหตุผล ต่อแต่นี้ไป กองทัพเรือประเทศจีนยังคงจะจัดกิจกรรมการฝึกซ้อมทำนองเดียวกันเป็นปกติวิสัยตามโครงการที่ได้วางไว้

เท่าที่ทราบ เรือรบซานตงเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกซึ่งประเทศจีนผลิตเอง ซึ่งมีการส่งมอบให้แก่กองทัพเรือ ณ ท่าเรือทหารแห่งหนึ่งที่ซานย่าเกาะไห่หนาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2019 ตามคำแนะนำของโฆษกกองทัพเรือได้ระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินซานตงได้ต่อขึ้นมาโดยการออกแบบเองภายในประเทศจีน โดยได้แก้ปัญหาเองในเรื่องการออกแบบโดยรวม การสร้างโครงร่างของเรือ อุปกรณ์พลังขับเคลื่อนหลัก ซึ่งได้เน้นการวิจัยและพัฒนาโดยประเทศจีนเอง โดยได้ยกระดับสมรรถภาพการสู้รบเชิงบูรณาการและยกระดับหลักประกันเชิงบูรณาการ

ก่อนหน้านี้ เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนได้เข้าประจำการเมื่อปี 2012 ตามคำรายงานของซีซีทีวีระบุที่ปักกิ่งว่า การเข้าประจำการของเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าประเทศจีนได้เข้าสู่ยุค “คู่เรือบรรทุกเครื่องบิน” อย่างเป็นทางการแล้ว

ก่อนหน้าที่ทางฝ่ายทหารของจีนได้ยืนยันการฝึกซ้อมของกองเรือบรรทุกเครื่องบินซานตง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ประเทศจีนได้จัดกองเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงเข้าทำการฝึกซ้อมในน่านน้ำที่เกี่ยวข้องบริเวณทะเลจีนใต้และบริเวณทะเลไต้หวันมาแล้ว

เมื่อวันที่ 3 เมษายนนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นได้พบเห็นกองเรือรบ 6 ลำของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนซึ่งรวมทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงแล่นลงสู่ทางใต้ โดยมุ่งหน้าไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากนั้นสองวัน เวยโป “กองทัพเรือประชาชน” ซึ่งเป็นเครือข่ายทางการกองทัพเรือของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 เมษายนนี้ ว่า นาวาเอกเกาซิ่วเฉิง โฆษกกองทัพเรือ ได้ระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้กองทัพเรือได้จัดตั้งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงดำเนินการฝึกซ้อมอยู่ในน่านน้ำบริเวณไต้หวัน ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมประจำที่ได้จัดขึ้นตามโครงการการทำงานประจำปี

ในที่ประชุมผู้สื่อข่าวซึ่งกระทรวงกลาโหมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายนนี้ นาวาเอกอู๋เชียน โฆษก ได้ระบุว่าการที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงได้ดำเนินการฝึกซ้อมในน่านน้ำบริเวณไต้หวันและในน่านน้ำที่เกี่ยวข้องบริเวณทะเลจีนใต้นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบสมรรถนะของอาวุธยุทโธปกรณ์และยกระดับความสามารถของกองทหารในการปฏิบัติภาระหน้าที่ เขากล่าวว่า “เรือบรรทุกเครื่องบินมิใช่ชายผู้อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน การเดินเรือทางไกลเป็นภาวะปกติ”

เขากล่าวอีกว่า “นับตั้งแต่รัฐบาลปัจจุบันของสหรัฐเข้าบริหารเป็นต้นมา ความถี่ของเรือรบสหรัฐที่เคลื่อนไหวอยู่ในน่านน้ำของจีนต่อหน้าต่อตาเมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้วได้เพิ่มขึ้นกว่า 20% เครื่องบินทำการสอดแนมมีความถี่มากกว่า 40% สหรัฐได้จัดส่งเรือรบและเครื่องบินทำการเคลื่อนไหวในบริเวณรอบๆ น่านฟ้าและน่านน้ำของจีนถี่ยิบ ผลักดันให้ภูมิภาคกลายเป็นแบบการทหาร คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ซึ่งฝ่ายจีนได้คัดค้านอย่างเด็ดเดี่ยว”

หนังสือพิมพ์เหวินฮุ่ยเป้าที่ฮ่องกงรายงานว่า หลายปีมานี้รอบๆ บริเวณประเทศจีนไม่ค่อยสงบ ช่วงระยะเวลาใกล้ๆ นี้ทั้งเรือรบและเครื่องบินของกองทัพสหรัฐได้เคลื่อนไหวในบริเวณน่านน้ำและน่านฟ้าของประเทศจีน ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา เรือพิฆาต USS John S. McCain (DDG-56) แล่นลอดช่องแคบไต้หวัน เรือบรรทุกเครื่องบิน Roosevelt (CVN-71) เข้าไปในทะเลจีนใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ในช่วงเวลาที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงทำการฝึกซ้อมตามปกติในน่านน้ำที่เกี่ยวข้อง เรือพิฆาต USS Mustin (DDG-89) ของสหรัฐได้ทำการสอดแนมเรือรบของฝ่ายจีนในระยะใกล้อย่างต่อเนื่อง แต่ถูกกองเรือรบของฝ่ายจีนตักเตือนขับไล่ไป ในการนี้ กระทรวงกลาโหมของจีนได้กระทำการท้วงติงฝ่ายสหรัฐอย่างเคร่งขรึม

ซ่งจงผิง ผู้เชี่ยวชาญทางการทหารและนักวิจารณ์ของโทรทัศน์เฟิ่งหวงได้ชี้ไว้ว่า เรือบรรทุกเครื่องบินจะต้องทำการฝึกซ้อมรูปแบบต่างๆ ในทางไกลทั้งทางทะเลและทางอากาศ การฝึกซ้อมนั้นโดยตัวของมันเองก็เพื่อเสริมการเตรียมพร้อมในการต่อสู้ทางการทหารให้เข้มแข็งและเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งความมั่นคงของอธิปไตยและผลประโยชน์ในการพัฒนาของรัฐ ปัจจุบันกองทัพปลดปล่อยเผชิญหน้ากับภาระหน้าที่อันหนักหน่วงในการเตรียมพร้อมและการฝึกซ้อมการต่อสู้ทางการทหาร การเสริมการฝึกซ้อมทางด้านนี้เป็นเรื่องปกติ สมเหตุสมผลและชอบธรรม

ทิวสน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บทนำมติชน : ยุบสภา
บทความถัดไปการแพร่ระบาดของโควิด-19 กับสถานการณ์ชุมชนแออัด