รักใดๆ ในโลกหล้า หาได้ยิ่งใหญ่และทัดเทียมรักของแม่และพ่อนั้นมีไม่
การให้ใดๆ ที่บริสุทธิ์เท่าการให้ของพ่อแม่นั้นไม่มี
พ่อแม่…คนที่โง่ที่สุดในโลก 1.มีของอร่อยๆ แม้อยากกิน และกินได้ ก็ไม่ยอมกิน แต่อุตส่าห์เก็บไว้ให้ลูกได้กินกันอย่างเอร็ดอร่อย 2.หาเงินได้ตั้งมากมาย ไม่ใช้เพื่อความสุขให้ตัวเองกลับเก็บไว้ให้ลูกๆ ได้เล่าเรียนศึกษาในโรงเรียนดี จบสูงๆ และเก็บสะสมไว้ให้เป็นสมบัติตกทอด ลูกๆ จะได้ไม่ลำบากเหมือนตัวเอง 3.รถดีๆ หรูๆ ราคาแพง มีตั้งมากมายให้ซื้อหามาใช้สอย ทั้งๆ ที่มีเงินที่หามาค่อนชีวิต กลับใช้รถคันเก่าผุๆ พังๆ ไม่ยอมเปลี่ยน แต่พอลูกอยากได้รถรุ่นใหม่ ราคาเท่าไร ก็ซื้อให้ โดยไม่คิดสักนิดเดียว 4.ตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย มักพูดเสมอว่า “ป่วยนิดเดียวเอง เดี๋ยวก็หาย” แต่กับลูก แค่ตัวร้อนนิดเดียว รีบตาลีตาเหลือก บึ่งรถพาไปหาหมอในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดทันที
5.ตัวเองนอนตรงไหนก็ได้ เพราะคุ้นเคยกับการนอนแบบนี้มานาน แต่ลูกต้องนอนบ้านหลังใหญ่ๆ ห้องนอนดีๆ แอร์เย็นๆ ลูกจะได้สบาย และไม่อายใคร 6.ทรัพย์สินเงินทองที่อุตส่าห์หามาทั้งชีวิตก็มักประเคนให้ลูกๆ จนหมด ตัวเองกลับใช้จ่ายอย่างประหยัด และมักอ้างว่า “อายุมากแล้ว ไม่ต้องใช้อะไรเยอะแยะหรอก” 7.วันหนึ่งๆ ได้แต่นั่งเป็นห่วงลูก กลัวจะเป็นอันตราย ตั้งแต่ตอนเรียน จนเข้าสู่วัยทำงาน เลยไปจนกระทั่งลูกแต่งงานมีครอบครัว ส่วนลูกจะห่วงพ่อแม่หรือเปล่าท่านไม่สนใจหรอก แค่ลูกๆ มีความสุข ปลอดภัยก็พอแล้ว 8.ทุกครั้งที่ลูก พร้อมครอบครัวมาเยี่ยมที่บ้าน พ่อแม่จะดีใจจนออกหน้าออกตา ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก มีอะไรอร่อยๆ ก็ขนมาให้กินจนหมด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ท่านไปหาครอบครัวลูกที่บ้าน ลูกกลับไม่ค่อยพอใจเท่าไรที่ไม่บอกก่อนล่วงหน้า 9.พ่อแม่หลายคน ไม่มีอำนาจใดๆ แต่กับลูก ท่านพร้อมที่จะปกป้องด้วยชีวิต โดยไม่ห่วงตัวเองแม้แต่น้อยนิด พ่อแม่นี่ โง่จริงๆ เรายังมีเรื่องที่ติดค้างคนโง่สองคนนี้อีกมากมาย ที่ไม่มีพื้นที่จะให้บรรยายได้หมด หากคนโง่สองคนนี้ของเรายังมีชีวิตอยู่ หมั่นกลับไปเยี่ยม และใช้คืนบางอย่าง ที่จะทำให้พวกท่านสองคน มีความสุขบ้างนะ
อนึ่งขณะนี้กลุ่มวัยผู้สุงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แนวโน้มจะมีมากขึ้นตามลำดับ พวกเราชาวผู้สูงวัยพึงตระหนักตามที่นักสรีวิทยาชาวรัสเซียที่ ชื่อ “บัฟลอฟ” ให้ข้อคิดไว้ 10 ประการ คือ
1.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า คุณไม่ได้เป็นซุปเปอร์แมนอีกต่อไปแล้ว อย่าเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน คุณควรใช้ชีวิตอย่างสงบ ตัวอย่างเช่น
ควรกินข้าวทีละคำ และทำสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป อยู่อย่างสงบยังไม่พอ คุณควรแสดงตัวเองในเวลาที่เหมาะสมและทำให้วันธรรมดาเปล่งประกายเจิดจ้า
2.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า คุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของคุณอย่างแท้จริง ทุกวัน ปลิงทะเล หอยเป๋าฮื้อ ปลาตัวใหญ่ เนื้อชิ้นใหญ่ อาหารโอชะจากภูเขาและทะเล ภัตตาคารชั้นสูงระดับห้าดาว ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตที่มีคุณภาพสูง การมีความพึงพอใจเท่านั้นคือชีวิตที่มีคุณภาพ
3.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า ความบาดหมางในครอบครัวเป็นความปวดร้าวที่ทุกข์ทรมาน การผ่อนปรน การให้อภัย และการอดกลั้นจะช่วยให้จิตใจของเรากว้างขึ้น สงบขึ้น และเป็นมิตรขึ้น
4.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า การเลือกเพื่อนเป็นเรื่องสำคัญ การเป็นเพื่อนกับคนที่มองโลกในแง่ดีและมีความคิดแบบเดียวกัน จะช่วยให้คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดีและร่าเริงเช่นกัน
5.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า การเรียนรู้ยังเป็นเรื่องจำเป็น ดำรงชีวิตและเรียนรู้ ใส่ใจกับความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีพและงานอดิเรก ลองทำสิ่งที่ตนสนใจอย่างกล้าหาญ เช่นวีแชต, อีเมล์ การซื้อของออนไลน์ อย่ากลัวการเรียนรู้และการรื่นเริง
6.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า ควรพึ่งตนเองมากกว่าพึ่งผู้อื่น ปัญหาบางอย่างจำเป็นต้องแก้ไขด้วยตนเอง จงเชื่อมั่นในตนเอง เผชิญหน้ากับเรื่องท้าทายอย่างซึ่งๆ หน้า มองอุปสรรคว่าเป็นโอกาส และเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
7.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า สถานภาพและเกียรติยศเป็นเพียงถ้วย การอบรมบ่มเพาะและบุคลิกของคุณเป็นสิ่งที่อยู่ในถ้วย แก้วใสอาจไม่ใช่แก้วเหล้าองุ่น มันอาจเป็นแก้วน้ำโคลน ในถ้วยเครื่องเคลือบดินเผาใบหนาอาจไม่ใช่น้ำเดือด แต่มันอาจเป็นน้ำชาชั้นเลิศ
8.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่าผู้สำนึกในบุญคุณเป็นผู้มีความสุขมากกว่า เมื่อได้รับความกรุณาไม่ว่าจะมากหรือน้อย คุณควรรู้จักแสดงความขอบคุณ คุณควรแสดงความขอบคุณต่อครอบครัว งาน และเพื่อน คุณอาจบอกพวกเขาเป็นการส่วนตัวว่าคุณมีความสุขเพราะมีพวกเขาในชีวิตคุณ
9.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า ควรยิ้มง่าย ยิ้มบ่อยๆ โดยไม่ต้องกังวล อย่าเคร่งเครียดเกินไปเกี่ยวกับตนเองหรือชีวิตของคุณ พยายามค้นหาเรื่องสนุกเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวคุณ มีอารมณ์ขันในเวลาที่เหมาะสม และทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
10.ถ้าคุณอายุ 65-85 ปี คุณควรเข้าใจว่า ความสุขสูงสุดอยู่ที่การมีคนเอาใจใส่ต่อคุณ ถ้าไม่มีใครเอาใจใส่ต่อคุณ คุณต้องเอาใจใส่ต่อตนเอง จงมั่นใจว่าคุณได้พักผ่อน ออกกำลังกาย และกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ บริหารสมองในลักษณะที่สนุกและน่าตื่นเต้น และกระตุ้นความคิดให้ฉับไว อย่ากังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของชาติที่คุณไม่ควรหรือไม่สามารถจัดการได้ เมื่อคุณกลายเป็นคนแก่ที่เกรี้ยวกราด คุณคิดว่าคุณมีความรับผิดชอบ มันทำให้คุณเต็มไปด้วยเรื่องกังวลใจและเรื่องพร่ำบ่น ซึ่งทำให้อารมณ์เสียเปล่าๆ
อนึ่ง เรื่องราวที่กล่าวข้างต้นของเรื่อง “ครอบครัว” ความเป็นบิดา-มารดา กับผู้สูงวัย 60 ขึ้นไปเป็นนานาทรรศนะที่ “เป็นจริง” ในสังคมปัจจุบัน ยิ่งมีสถานการณ์โควิด-19 ของบ้านเรายิ่งเพิ่มความเครียดความทุกข์มากขึ้นๆ ผู้เขียนก็ยังสรุปได้ว่า “กฎทองของชีวิต”
5 ข้อ สร้าง “พลังบวก” “ให้อภัย ให้โอกาส” ใคร่ขอเสนออีกครั้งหนึ่ง ดังนี้
1.หัดมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสียบ้าง อย่าจริงจังกับทุกเรื่อง จนความสัมพันธ์กับคนรอบข้างตึงเครียดไปหมด
2.ไม่มีใครที่ทำอะไรได้สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมดจงให้อภัยในความผิดพลาดของคนอื่นเหมือนกับที่เราชอบให้อภัยแก่ตัวเอง
3.สิ่งใดที่เราไม่ชอบ ก็จงอย่ามอบสิ่งนั้นแก่คนอื่นสิ่งใดที่เราชอบ ก็จงมอบสิ่งนั้นแก่คนอื่น
4.อย่ารำคาญความปรารถนาดีเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่นที่พยายามแสดงออกต่อเราด้วยความจริงใจ
5.เรารักสุขเกลียดทุกข์และกลัวความตาย ฉันใดคนอื่น ก็รักสุข เกลียดทุกข์ และกลัวความตาย ฉันนั้น เอาใจเขามาใส่ใจเรา (อตฺตานํ อุปมํ กเร) ชีวิตก็จะเต็มไปด้วยพลังบวกที่พุ่งทะยานจากตัวเราไปยังคนรอบข้าง พร้อมๆ กับรับจากคนรอบข้างสู่ตัวเรา ไงเล่าครับ
นพ.วิชัย เทียนถาวร

