รายงาน : ท่วงท่า อาการ ของ อนุทิน ชาญวีรกูล กรณี ‘วอล์กอิน’

20.05.21 | 13:00 น.

ถามว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมา “เบรก” ต่อโครงการการฉีดวัคซีนในแบบ “วอล์กอิน”
อันเสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล สะท้อนนัยยะอะไร

ระหว่างนัยยะ “วัคซีน” กับนัยยะ “การเมือง”

หากมองผ่านกระบวนการทางการเมืองเท่ากับเป็นการยืนยันอีกคำรบหนึ่งว่า “อำนาจ” ต่อการทำสงครามกับ “โควิด” เป็นของใคร

มิใช่ในมือของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แน่นอน

แม้ว่าจะเป็นการเบรกโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นการเบรกในที่ประชุม ครม.

Advertisement

แต่ก็ยืนยันสถานะของ “ผู้อำนวยการ ศบค.” เด่นชัด

ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งทั้ง “ผู้อำนวยการ ศบค.” และ “นายกรัฐมนตรี” จึงยากเป็นอย่างยิ่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะกล้าหือ

จำเป็นต้อง “อือ ออ” ไปอย่างเซื่องๆ

ขณะเดียวกัน หากมองจากพื้นฐานแห่งการมีอยู่ของ “วัคซีน” ไม่ว่าจะ ณ วันนี้ ไม่ว่าจะ ณ เดือนมิถุนายน ก็ต้องยอมรับว่ายังน่าหวั่นไหว

น่าหวั่นไหวว่าจะเป็นไปตาม “เป้า” หรือไม่

ที่แถลงว่ามีการติดต่อกับ “สปุตนิก วี” ของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ที่แถลงว่ามีการติดต่อกับ “ไฟเซอร์” ของสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง

ถามว่ามีความแน่ใจมากน้อยเพียงใด

เพราะในวันนี้ “สปุตนิก วี” ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติจาก อย. เพราะในวันนี้ “ไฟเซอร์” ก็ยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก อย.

เท่ากับมิได้มีการสั่งซื้ออย่างเป็น “ทางการ”

สะท้อนให้เห็นว่า ข้อมูลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีอยู่ในมือ หนักแน่น และเป็นจริงมากยิ่งกว่าข้อมูลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล

จึงจำเป็นต้อง “เบรก”

คําถามต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อโครงการฉีดวัคซีนในแบบ “วอล์กอิน” ก็เช่นเดียวกับคำถามต่อ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ต่อคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564

นั่นก็คือ ทำให้ต้อง “พิจารณา” อย่างเป็นพิเศษหรือไม่

ในเมื่อคำตอบของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศษฏ์ ปรากฏผ่านเสียงหัวเราะ ก็มั่นใจได้เลยว่าคำตอบของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็แทบไม่แตกต่างกัน

รู้ๆ กันอยู่ว่า “อำนาจ” อยู่ในมือใคร

รู้ๆ กันอยู่ว่า นักการเมืองในแบบไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าจะเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ย่อมจะเข้าใจ

และไม่ยอมสูญเสีย “โอกาส” อย่างแน่นอน

แม้จะเป็นโอกาสในลักษณะอัน “หวานอม ขมกลืน” ก็มีความจำเป็น เพราะในความขมที่รับรู้ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังมี “ความหวาน” อยู่

นี่คือวิถีแห่ง “นักการเมือง” ผู้ชาญฉลาด มิใช่หรือ

ไม่ว่าจะมองจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมองจากพรรคชาติไทยพัฒนา จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

สถานการณ์แห่ง “อำนาจ”

อย่างน้อยก็ต้องยอมรับว่า “อำนาจ” อันได้มาจากความกรุณาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นของจริง แม้จะต้องผ่านภาวะจำยอมบ้างก็ต้องยอม

อย่างน้อยก็ได้มีโอกาส “กำขี้” ย่อมดีกว่า “กำตด”