ที่เห็นและเป็นไป : ประเทศในอนาคต

ที่เห็นและเป็นไป : ประเทศในอนาคต

แม้จะยังมีหลายเรื่องราวที่ยังรับรู้กันว่าขลุกขลัก มีบางแห่ง บางพื้นที่ต้องประกาศยกเลิกการจอง เพราะส่วนกลางไม่ส่งวัคซีนไปให้

และการระบาดของโควิดยังถือว่ารุนแรง เพราะผู้ป่วยรายวันยังอยู่ที่หลัก 3,000 กว่าคน และการเสียชีวิตยังยืนอยู่ที่วันละ 30 กว่าคน

แต่ในภาพรวมของการบริหารจัดการ เข้าสู่การฉีดวัคซีนแบบปูพรมทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 7 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

นั่นหมายถึงวิถีชีวิตที่ต้องอยู่กับความตื่นกลัว ต้องหวาดระแวง และระมัดระวังเลี่ยงเหตุที่จะนำให้ติดเชื้อลดลง กิจกรรมของชีวิตจะกลับสู่ปกติอย่างที่เคยเป็นมามากขึ้น

แค่มากขึ้นเท่านั้น ด้วยในความเป็นจริงทั่วทั้งโลกต่างรับรู้ร่วมกันว่าความเป็นไปของวิถีชีวิตมนุษย์จะเปลี่ยนไปในทุกมิติ

ประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย เริ่มประเมินกันว่า “ชีวิตหลังวิกฤตโควิดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง”

มีการเสนอบ้างแล้วในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในภาพใหญ่ที่เห็นว่ามนุษย์จะตระหนักถึงพลังอำนาจของธรรมชาติมากขึ้น ความอหังการของมนุษย์จะลดน้อยลง รับรู้ถึงความไม่แน่นอน ควบคุมไม่ได้มากขึ้น

ตระหนักรู้ถึงความอยู่รอดปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแย่งชิงสิ่งต่างๆ มาเป็นสมบัติส่วนตัว เพราะโควิดได้พิสูจน์แล้วว่าหากคนส่วนใหญ่ลำบากต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้าย ไม่ว่าจะร่ำรวยแค่ไหนก็หนีไม่พ้นความเสี่ยง อย่างน้อยไม่สามารถรักษาความสุขไว้ได้อย่างที่คิดว่าจะได้

ภูมิคุ้มกันส่วนตัว ไม่ทำให้ปลอดภัยและอยู่ร่วมสังคมได้อย่างสงบสุขเท่ากับช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันรวมหมู่ขึ้นมา

และด้วยข้อสรุปเช่นนี้ ผู้นำหรือคณะผู้บริหารหลายประเทศที่มีความรู้ความสามารถ มีวิชั่นที่จะประเมินอนาคตอันควรจะเป็นของประเทศ ต่างพากันระดมสมองหาวิธีที่จะวางแผนการจัดการเพื่อหาวิธีการสร้างความอยู่ดีให้ประชาชนกันอย่างคึกคัก

หากได้ติดตามข่าวสารทั่วไปของโลกจะพบข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารประเทศหลังวิกฤตโควิดออกมามากมาย

ประเมินความน่าจะเป็นทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงวิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนไปในอนาคตอันใกล้ บอกว่าจะทำอะไรเพื่ออยู่กับชีวิตเช่นนั้นอย่างมีความสุข และหาวิธีสร้างความเจริญรุ่งเรืองได้

เรื่องของประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงประเทศกำลังพัฒนาที่มีแนวโน้มเจริญรุ่งเรือง ก้าวไปข้างหน้าได้สง่างาม จะเป็นเช่นนั้น

แล้วประเทศไทยเราเป็นแบบไหน

หากลองเข้าไปติดตามใกล้ชิด ไม่เพียงแทบไม่ได้ยินได้ฟังผู้นำ หรือผู้บริหารประเทศออกมาชี้ให้เห็นว่าหลังวิกฤตโควิด คนไทยเราจะอยู่จะเป็นกันอย่างไร จะเตรียมความรู้ความคิดผ่านระบบการศึกษาของชาติอย่างไร ให้คนของประเทศมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะทำธุรกิจกันแบบไหน จะบริหารการเมืองด้วยรูปแบบไหนที่จะเหมาะสมกับวิถีชีวิตและสังคมที่เปลี่ยนไป

คนไทยไม่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการเตรียมการอนาคตไว้ให้ประชาชน

ที่เราพูดกันอยู่คือ “หนี้สิน” ที่รัฐบาลกู้เพิ่มไม่หยุดหย่อน ความน้อยเนื้อต่ำใจที่รัฐบาลสนุกกับการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในสถานการณ์ที่ต้องต่อสู้กับโรคระบาดร้ายแรง ข่าวคราวความแตกแยก แย่งการเข้าคุมงบประมาณ กระทั่งแย่งโควต้าวัคซีน การรวบอำนาจ การบริหารจัดการที่สับสน เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้สักเรื่อง

เรื่องของการเห็นแก่ผลประโยชน์ โดยละเลยเสียงเรียกร้องให้เห็นหัวประชาชน

มีนักการเมืองที่พูดอย่าง ทำอย่าง การใช้อำนาจอิทธิพลโดยไม่สนใจว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไร

โลกกำลังเคลื่อนไปในสถานการณ์ที่เรียกว่า “อนาคตหลังโควิด”

ประเทศไทยเคลื่อนไปในสถานการณ์นี้เช่นกัน

แต่ประเทศอื่นเคลื่อนแบบไหน เราเคลื่อนอย่างไร

ลองช่วยกันหาคำตอบหน่อยไหม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โควิดไทยวันนี้ติดเพิ่ม 2,671 ดับ 23 ฉีดวัคซีนกว่า 4 ล้านโดส กทม.พบคลัสเตอร์ใหม่อีก 5 แห่ง
บทความถัดไปผบช.น.สั่ง สน.ดินแดง สอบข้อเท็จจริงตามเพจดังอ้าง ตร.เรียกรับเงิน-แลกไม่ดำเนินคดี