หน้าแรก คอลัมนิสต์ เยียวยาแพ้วัค...

เยียวยาแพ้วัคซีนโควิด-19 ช่วยเหลือรวดเร็ว ไม่พิสูจน์ถูกผิด หนุนสร้างความมั่นใจ เร่งสร้างภูมิคุ้มกันประเทศ

10.06.21 | 11:05 น.
เยียวยาแพ้วัคซีนโควิด-19 ช่วยเหลือรวดเร็ว ไม่พิสูจน์ถูกผิด หนุนสร้างความมั่นใจ

เยียวยาแพ้วัคซีนโควิด-19 ช่วยเหลือรวดเร็ว ไม่พิสูจน์ถูกผิด หนุนสร้างความมั่นใจ เร่งสร้างภูมิคุ้มกันประเทศ

ข้อมูลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ชี้ชัดถึงผลข้างเคียงและอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่พบน้อยมากจากจำนวนการฉีดนับร้อยล้านเข็ม ไม่ว่าจะเป็นของบริษัทใด ทั้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า วัคซีนนี้ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นการใช้ในยามภาวะฉุกเฉินโรคระบาด หรือแม้จะเป็นวัคซีนที่มีความสมบูรณ์ 100% ก็ตาม

แต่กระนั้นข่าวที่ถูกนำเสนอ ตั้งแต่อาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อย เช่น เวียนหัว อาเจียน เป็นไข้ ชา แขนขาอ่อนแรง ไปจนถึงผู้มีภาวะรุนแรง อย่างกรณีที่กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราและกรณีที่เสียชีวิต ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนจำนวนไม่น้อยที่คงลังเลต่อวัคซีนโควิด-19 นี้ จำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจในการเข้ารับการฉีดวัคซีน ที่มีเป้าหมายนอกจากช่วยลดความรุนแรงของโรคและภาวะแทรกซ้อนในผู้ที่รับการฉีดแล้ว ยังมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ โดยต้องมีอัตราผู้ที่รับวัคซีนโควิด-19 ราวร้อยละ 70 ของประชากรในประเทศ

“ผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด-19 เราคงปฏิเสธไม่ได้ ที่ผ่านมาจึงมีแนวทางเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ที่แนะนำให้อยู่ในสถานที่ฉีดครึ่งชั่วโมง เพราะผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงเวลานี้ เป็นการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชนมากขึ้น”

ในผู้ที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ การช่วยเหลือเบื้องต้นที่เป็นการเยียวยาภายหลังฉีดวัคซีน เป็นอีกหนึ่งมาตรการรองรับ รัฐบาลมีนโยบายควบคู่ไปกับการรณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด-19 มอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการ ใช้แนวทางเดียวกับมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ในการช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นำมาสู่การออก “ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” ของ สปสช.

Advertisement

กลไกนี้เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ต้องรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์ที่สิ้นสุดก่อน เพราะเป็นกลไกทางสังคม หากใครมีประวัติไปรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในช่วงเร็ววันมานี้ให้สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนไว้ก่อน ถือเป็นหลักทางการแพทย์เพราะวัคซีนนี้ยังอยู่ในช่วงการใช้ในภาวะฉุกเฉิน แล้วค่อยเข้าไปพิสูจน์สาเหตุที่แท้จริงในภายหลังที่เป็นกลไกทางการแพทย์

ทั้งนี้ การช่วยเหลือเบื้องต้นนี้ยังมีกระบวนการไม่ยุ่งยาก กรณีที่รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเกิดภาวะไม่พึงประสงค์รวมถึงกรณีเสียชีวิต ผู้ที่รับการฉีดวัคซีนหรือญาติสามารถยื่นคำร้องได้ที่โรงพยาบาลเข้ารับการฉีดวัคซีน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานสาขาเขต สปสช.ได้ รวมทั้งเครือข่ายอื่น เช่น อสม. หรือหน่วย 50(5) ที่จะเป็นผู้แนะนำและรับคำขอ ตามที่ สปสช.ได้เพิ่มช่องทาง โดย สปสช.ในแต่ละ 13 เขตพื้นที่ จะมีคณะอนุกรรมการของแต่ละเขตที่ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา แม้ว่าเมื่อดูประวัติจะมีโรคประจำตัว แต่การฉีดวัคซีนอาจทำให้อาการกำเริบแล้วเสียชีวิตลงได้

ดังนั้น ทุกกรณีที่สงสัย “ขอให้ยื่นคำร้องมาก่อนและให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณา” หากคณะอนุกรรมการมีมติช่วยเหลือ สปสช.จะโอนเงินให้กับผู้ยื่นคำร้องภายใน 5 วัน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผลพิสูจน์สาเหตุทางการแพทย์ภายหลังชี้ว่าอาการไม่พึงประสงค์และการเสียชีวิตไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ก็จะไม่มีการเรียกเงินคืน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นกลไกบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ใช่การพิสูจน์ถูกผิด

“ขณะนี้มีคำร้องที่ยื่นเข้ามาขอรับการช่วยเหลือแล้ว 344 ราย สปสช.จ่ายเงินเยียวยาแล้ว 239 ราย รวมเป็นจำนวน 3,016,700 บาท (ข้อมูล 4 มิ.ย.64) ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย มีภาวะหลังฉีดวัคซีนแล้วมีอาการชา ส่วนกรณีเสียชีวิตทั่วประเทศมีจำนวน 6 ราย อนุมัติการจ่ายแล้ว 4 ราย คือที่ จ.ปทุมธานี จ.สงขลา จ.แพร่ และ จ.ตาก”

ทั้งนี้ แนวคิดการชดเชยค่าเสียหายโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิดนั้น ถือเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่ามีประโยชน์ต่อการคุ้มครองและเยียวยาผู้รับวัคซีน รวมทั้งยังกระตุ้นให้คนอยากรับวัคซีนมากขึ้น

ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกเองก็ริเริ่มโครงการชดเชยค่าเสียหายระดับนานาชาติ

ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า โครงการนี้จะลดภาระของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด โดยไม่ต้องเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อเรียกร้องค่าชดเชย

แนวคิดชดเชยผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมามีประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลก 25 ประเทศ จากทั้งหมด 194 ประเทศ รวมถึงไทยที่ทำโครงการชดเชยความเสียหายจากบริการทางการแพทย์ การรับยา และวัคซีน มาแต่เดิมอยู่แล้ว

จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยเดินมาถูกทางในการมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันประเทศเพื่อ “ฝ่าวิกฤตสถานการณ์ภัยร้ายโควิด-19”