การเปิดประเด็น “งบราชการลับ” โดย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร จากพรรคเพื่อไทย ถือได้ว่าเป็นความต่อเนื่องจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณอันแหลมคมยิ่ง
เพราะมิได้ตีที่ “ตัวเงิน” หากกระหน่ำเข้า “ฐาน” ในทางความคิด
เพราะมิได้เน้นแต่ “ราชการลับ” ของกระทรวงกลาโหมอันกระจายไปยัง กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
รวมไปถึง “กอ.รมน.” อันมากด้วย “ความเร้นลับ”
ยิ่งกว่านั้น ยังเจาะลึกลงไปยังหน่วยราชการด้าน “พลเรือน” หลายหน่วยราชการโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย
หรือแม้กระทั่งภายใน “สำนักนายกฯ”
หากรายละเอียดของเรื่องเหล่านี้เข้าไปอยู่ในมือของคนที่เข้าใจ “เส้นทาง” ของข้อมูลอย่างเพียงพอ มีความเป็นไปได้ที่จะลากออกมายาวอย่างชนิดเป็นยวง
เป็นยวงแห่ง “โครงสร้าง” งาน “ราชการลับ”
นอกเหนือจากงบประมาณการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว งบ “ราชการลับ” เป็นอีกองคาพยพหนึ่งอันถือเป็นรายได้อันแยบยลยิ่ง
ไม่ว่าในยุค “ก่อน” ไม่ว่ายุค “หลัง” สงครามเย็น
ครั้งหนึ่ง งานราชการ “ลับ” อาจเน้นไปยังพื้นที่โดยรอบของประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านเหนือ ใต้ ออก ตก หรือแม้ในตะวันออกกลาง
รวมถึงในถิ่นอันถือเป็น “เซ็นซิทีฟ แอเรีย”
เงินราชการ “ลับ” แทรกซอนเข้าไปแม้กระทั่งในการจัดตั้ง “มวลชน” หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ในระดับหมู่บ้านกระทั่งระดับประเทศ
มีความจำเป็น มีความเร่งด่วน
เพราะเป็นยุคที่ไม่เพียงแต่จะต้องประสบกับการแทรกซึมเข้ามาจาก “นอกประเทศ” หากกระทั่ง “ในประเทศ”
ก็มีการต่อสู้อย่างเข้มข้น แหลมคม
คำถามเกิดขึ้นเมื่อสิ้นยุค “สงครามเย็น”
คําถามก็คือ มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดในการทำงานในลักษณะ “จารกรรม” กับมิตรประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลาว ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา
เว้นแต่จะสอดส่องเมื่อรถ 10 ล้อขน “ไฟเซอร์” ไปข้ามโขง
งบประมาณราชการลับด้านหลักจึงมิได้ทุ่มไปยังการแทรกซึมมาจาก “ภายนอก” หากแต่ดำเนินไปในลักษณะที่เรียกว่า “ปฏิบัติการ ไอโอ”
เปิดช่องทางให้บางคนเข้ามาเป็น “วิทยากร”
เป้าหมายของการใช้เงินเหล่านี้แพร่กระจายไปตาม “สื่อ” ต่างๆ ไม่ว่าสื่อ “เก่า” อย่างหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าสื่อ “ใหม่” อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์
คือการแพร่กระจายจากยุค “ควายแดง” ไปยังยุค “สามกีบ”
หากติดตามการไหวเคลื่อนของงบประมาณ “ราชการลับ” ก็ต้องแกะรอยและตรวจสอบอัตรา “ความถี่” ของ
วาทกรรม อำพรางเหล่านี้เท่านั้น
เป้าหมายคือ “ด้อยค่า” และก่อความขัดแย้ง แตกแยก
ปฏิบัติการของพรรคเพื่อไทยจึงเท่ากับเป็นการขยายผลจากเม็ดในของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณอันเข้มข้น
ดำเนินไปในแบบ “เสือทลายห้าง”
หากประสานและได้รับการขานรับจากพรรคก้าวไกลรวมถึงพรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติอย่างสอดคล้องเหมาะสม
การรุกไล่ทาง “งบประมาณ” และ “การเมือง” ก็จะคึกคัก

