สถานีคิดเลขที่ 12 : บอลยูโรที่ไร้การถ่ายสด

11.06.21 | 11:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : บอลยูโรที่ไร้การถ่ายสด

ระเบิดศึกกรุงโรมกันแล้ว สำหรับนัดเปิดสนาม ฟุตบอลยูโร 2020 หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ซึ่งเลื่อนหนีโควิดมาจัดกันในปี 2021 แทน โดยนัดแรกทีมชาติอิตาลีเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก กลางกรุงโรม ต้อนรับทีมชาติตุรกี ในตอนตี 2 หลังเที่ยงคืนวันที่ 11 มิถุนายน

จากนั้นก็ดูกันต่อเนื่องทุกวันทุกคืน กับทีมดังๆ แข้งคุณภาพ ทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ โปรตุเกส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 24 ทีม

ใน 24 ทีมนี่แหละ ผู้อ่านหนังสือพิมพ์เครือมติชน ทั้ง ข่าวสดรายวัน มติชนรายวัน ประชาชาติธุรกิจ รีบตัดคูปองกรอกชื่อทีมที่เชียร์ให้เป็นแชมป์ ทีมใดก็ได้ใน 24 ทีมที่เข้ามาโม่แข้งในรอบสุดท้ายนี้ แล้วส่งมาชิงรางวัลมากมาย ภายใต้กิจกรรม ข่าวสด-มติชน ยูโร 2020 ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทองคำ มือถือ และอื่นๆ

เรียกว่าเป็นการแจกสวนกระแส

ภายใต้กระแสเศรษฐกิจตกต่ำ โรคระบาดโควิดยังคุกคาม ผู้คนอยู่กันอย่างยากลำบาก

Advertisement

คงได้อาศัยความสนุกสนานของเกมบอลระดับโลก รวมซุปเปอร์สตาร์ทั่วทวีปยุโรป มาโชว์เพลงแข้งให้ได้เมามันเร้าใจ

พร้อมกับได้ลุ้นโชคมากมาย เพียงแค่ตัดคูปองในหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ ส่งมาชิงรางวัล แน่นอนว่าส่งมามากเท่าไรก็เพิ่มโอกาสให้ตัวเองมากเท่านั้น

ขณะที่เครือมติชน-ข่าวสด แจกสวนกระแส

ภายใต้กระแสเศรษฐกิจเช่นนี้เอง ทำให้เป็นหนแรกในรอบหลายสิบปี ที่ทีวีไทยไม่มีใครถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรมาให้ดูกันถึงที่บ้าน เพราะไม่มีใครกล้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ ด้วยไม่มั่นใจว่าจะมีสปอนเซอร์มารองรับได้เพียงพอ

แน่นอนว่า แม้ทุกวันนี้ความก้าวล้ำของโลกอินเตอร์เน็ต ทำให้มีช่องทางได้ดูบอลสดมากมาย

แต่การที่ไม่มีการถ่ายสดทางฟรีทีวีให้ได้ดูกันในบ้านเราเป็นหนแรกในรอบกว่า 30 ปีย่อมมีคำถามมากมาย และเป็นเครื่องบ่งบอกสภาพเศรษฐกิจอันตกต่ำอย่างหนักได้เป็นอย่างดี

เสียงวิพากษ์วิจารณ์สั่นสะเทือนไปถึงการบริหารประเทศชาติ การบริหารจัดการวัคซีนที่ล่าช้า ทำให้เศรษฐกิจไม่ฟื้นเสียที

นี่กระมัง ล่าสุดจึงมีข่าวจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ออกมาเปิดเผยว่า กำลังเร่งเจรจา ดูความเป็นไปได้ในการถ่ายทอดสด ตั้งแต่รอบน็อกเอาต์ หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป จนถึงรอบชิงชนะเลิศ ให้คนไทยได้รับชมกันผ่านทางฟรีทีวี

นี่อาจจะช่วยเยียวยาอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนคนไทย ที่ส่งผลเกี่ยวเนื่องไปถึงรัฐบาลด้วย

ย้อนไปกว่า 30 ปีก่อน คนไทยเราได้ดูการถ่ายทอดฟุตบอลระดับโลก คือ ฟุตบอลโลก เพียงแค่นัดเปิดสนามและนัดชิงแชมป์ ก่อนพัฒนาไปเพิ่มรอบตัดเชือกเข้ามาอีก

จนกระทั่งในยุคที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นำกองทัพ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องว่าอยากดูบอลโลกแบบเยอะๆ เลยเล่นบทฮีโร่ให้ทีวี ททบ.5 หาสัญญาณถ่ายสดในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไปมาให้ได้ดูกัน ทำเอาบิ๊กจิ๋วกลายเป็นขวัญใจคอบอลไปในทันที

จากนั้นการถ่ายสดฟุตบอลโลกและขยายไปถึงฟุตบอลยูโรในประเทศไทย ก็พัฒนาต่อไปเป็นถ่ายสดแบบครบทุกนัดตั้งแต่เปิดจนถึงปิด

จนมาปีนี้แหละที่กลายเป็นประเด็น เพราะเอกชนไม่มีใครกล้าลงทุนภายใต้สภาพเศรษฐกิจแบบนี้

มารอลุ้นกันว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยจะช่วยกู้หน้าจัดถ่ายสดรอบ 16 ทีมเป็นต้นไปได้หรือไม่

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน