บทนำ : เกาเหลาวัคซีน
กลายเป็นเกาเหลาวัคซีน กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผอ.ศบค. สั่งการให้ตั้งโต๊ะ นำ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ สมช. ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกันแถลงชี้แจงความขัดแย้งในการกระจายวัคซีนโควิด-19 ระหว่าง กทม.และ สธ. ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งเลื่อนนัดการฉีดวัคซีนออกไปก่อน
พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ต้องการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน 67 ล้านคน รวมต่างชาติ 2.6 ล้านคน การจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ต้องฉีดร้อยละ 70 ซึ่งต้องฉีดให้ประชากร 50 ล้านคน ใช้วัคซีน 100 ล้านโดส ซึ่ง สธ.เตรียมไว้ 100 ล้านโดสในปี 2564 เป็นซิโนแวค 8 ล้านโดสแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 5 ล้านโดส รวม 94 ล้านโดส จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 5 ล้านโดส มีค่าวัคซีนมากกว่าชนิดอื่น 2 เท่า รวมทั้งหมดเรามีวัคซีนประมาณ 99 ล้านโดส ปัจจุบัน สธ.เตรียมซื้อเพิ่มเติม ยืนยันว่าวัคซีนของมีเพียงพอ สำหรับฉีดให้ 50 ล้านคนในปี 2564 แน่นอน แผนการฉีดในเดือนมิถุนายน จะฉีด 6 ล้านโดส เดือนถัดๆ ไปจะฉีดเดือนละ 10 ล้านโดสเป็นอย่างน้อย ทำให้เราฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชากร 50 ล้านคนภายในเดือนกันยายน หรืออย่างช้าเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา แผนการฉีดคลาดเคลื่อนเพราะวัคซีนไม่เข้ามาตามแผน ต้องปรับแผน ทำให้มีการเลื่อนกันบ้าง ต้องกราบขออภัยประชาชน ส่วน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ เผยว่า มีวัคซีนหลายบริษัทหลายล้านโดสรอตรวจสอบคุณภาพ อีกไม่นานจะเข้ามาในประเทศ เพราะการตรวจสอบคุณภาพเป็นสิ่งที่เราผ่อนปรนไม่ได้ เป้าหมาย 6 ล้านโดส
ยังเป็นไปตามเดิม
ต้อตอปัญหามาจากการที่วัคซีนมีไม่เพียงพอกับความต้องการฉีด เพราะทุกฝ่ายประชาสัมพันธ์ถี่ยิบจนประชาชนเข้าใจ หลั่งไหลมารับวัคซีน แต่กลับไม่มีวัคซีนรองรับ จำนวนวัคซีนที่น้อยและไม่เพียงพอทำให้ยิ่งยากแก่การกระจายให้ทั่วถึง และนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ไม่เฉพาะความไม่เข้าใจกันระหว่างหน่วยงาน การแก้ปัญหา มีแต่จะต้องเร่งรัดจัดหาวัคซีนให้เพียงพอด้วยวิธีการต่างๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์ตั้งแต่ต้น

