ก็ต้องเรียกว่า “ฝุ่นตลบ” นั่นคือ การเตรียมยกร่าง กม.ลูก 4 ฉบับ เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง 2560
ข้อเสนอต่างๆ ล้นทะลักออกสู่ท้องตลาดอย่างไม่ขาดสาย
ส่วนมากเป็นกลเม็ดเด็ดพรายในการควบคุมพรรคการเมือง นักการเมือง
อย่างผู้สมัคร ส.ส. ถ้าทุจริต ซื้อเสียง ให้เอาผิดสถานหนักกับหัวหน้าพรรคด้วย
หรือการให้มหาดไทยมาร่วมจัดเลือกตั้ง และดึงเอา คสช.มาคุมเลือกตั้ง
ยังมีข้อเสนอแปลกๆ อีกหลายเรื่อง มีให้อ่านทุกวัน
บางเรื่องน่าสนใจ แต่หลายๆ เรื่องนอกจากไม่น่าสนใจแล้ว ยังสงสัยว่าเสนอกันมาทำไมอีกด้วย
แต่หลายคนก็ไม่สงสัย เพราะมีอดีต ส.ส.ออกมาเฉลยให้เสร็จสรรพแล้วว่า ที่ขยันเสนอกันออกมา ไม่มีอะไรมาก เป็นเรื่องของไอ้ห้อยไอ้โหน “สอพลอ” สะสมแต้มเพื่อขอตำแหน่งเท่านั้นเอง
แล้วก็เกิดการตอบโต้ เป็นข่าวเกรียวกราวในสื่อต่างๆ
สภาพฝุ่นตลบควันโขมงในตอนนี้ ที่จริงเป็นเรื่องปกติของการเมืองก่อนเลือกตั้ง
ภาษาหนังสือพิมพ์เรียกปี่กลองโหมโรง เพียงแต่ที่ผ่านมา ในเสียงปี่กลองแบบนี้จะเป็นการเคลื่อนไหวของนักการเมือง พรรคการเมืองต่างๆ เตรียมประแป้งแต่งตัว ซ้อมไหว้ รอลงสนาม ขอความไว้วางใจจากประชาชน
แต่รอบนี้เป็นการเมืองการเลือกตั้งในสถานการณ์พิเศษ เพื่อให้มีสภาผู้แทนฯที่มี ส.ส. 500 คน
จุดสำคัญอยู่ที่ร่างรัฐธรรมนูญเปิดทางให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ
แถมยังจะต้องแต่งตั้ง ส.ว.กันอีก 250 คน ซึ่งจะมีบทบาทในการกำหนดตัวนายกฯ หากสภาผู้แทนฯดำเนินการกันเองไม่ได้
กฎหมายต่างๆ ทั้งที่ออกมาแล้วและที่กำลังยกร่าง วางน้ำหนักออกอาการไม่ไว้ใจนักการเมืองแบบนี้ เท่ากับส่งสัญญาณชัดๆ ว่า ไม่ต้องการให้การเมืองหลังเลือกตั้งรอบนี้ ไปเหมือนกับการเมืองหลังเลือกตั้งปี 2551 หรือปี 2554
อีกปัจจัยที่ทำให้สายแต่งตั้งเคลื่อนไหวอย่างสดชื่นรื่นเริงมากเป็นพิเศษ คงเป็นผลการลงประชามติที่คะแนนเสียง 16 ล้าน เทหนุนร่างรัฐธรรมนูญ
ซึ่งตีความกันว่า ตัวเลขโหวตเยสดังกล่าวเท่ากับตบหน้านักการเมืองฉาดใหญ่ และแสดงถึงการสนับสนุนรัฐบาลไปพร้อมกัน
ยิ่งทำให้บรรดานักการเมืองสายเลือกตั้งต้องหลบๆ ไปตามระเบียบ
เปิดทางให้ความคึกคักไปอยู่ที่นักการเมืองสายแต่งตั้ง ที่ส่วนมากมีตำแหน่งในระบบแต่งตั้งมาตั้งแต่ปี 2549 หลังจากปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 แล้ว
เวลาผ่านไป 10 ปี ท่านเหล่านี้ยังวนเวียนอยู่ในตำแหน่งต่างๆ สะท้อนถึงระบบที่แข็งแรงอยู่เหมือนกัน ก็ย่อมจะมีความมั่นใจมากเป็นปกติ
เมื่อจะต้องเขียนกฎกติกา ก็ย่อมจะต้องกำหนดกฎกติกา เพื่อประโยชน์ของความเชื่อของตนเอง
สำหรับนักการเมืองคงทำอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ในสภาพที่ปฏิเสธอะไรไม่ได้
นอกจากเล่นไปตามกฎกติกาที่ยกร่างโดยกลุ่มบุคคลที่มีแนวคิดตรงกันข้ามกัน
ภาวะและบรรยากาศอย่างนี้จะทำให้ผลการเลือกตั้งปี 2560 ออกมาตามที่ดีไซน์กันไว้ไหม การเมืองหลังจากนั้นจะเป็นไปตามพิมพ์เขียวที่คิดกันไว้ไหม เป็นเรื่องชวนลุ้น
ถึงเวลานั้น ทั้งหมดขึ้นกับชาวบ้านผู้มีสิทธิออกเสียง เหมือนกับที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

