ที่เห็นและเป็นไป : 120 วันเปิด ‘สำนึก’ ให้ทัน

ที่เห็นและเป็นไป : 120 วันเปิด ‘สำนึก’ ให้ทัน

ที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศที่จะ “เปิดประเทศภายใน 120 วัน”

ชัดเจนว่าเหตุผลก็คือ การจัดการด้วยวิธีควบคุมเข้มข้นไปไม่ได้แล้ว การปิดช่องทางทำมาหากินเพื่อหยุดการระบาดของ “โควิด-19” ใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว ชีวิตประชาชนเดือดร้อนมากเกินไป

แม้นายกรัฐมนตรีจะสั่งเร่งสะสมฉีดวัคซีนภายใน 120 วันนี้ให้ได้อย่างน้อย 50 ล้านโดส เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากร อันเป็นความเชื่อว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งจะหยุดยั้งการระบาดได้

แต่ยังยอมรับว่า “ผมรู้ดีว่าการตัดสินใจของผมวันนี้ มาพร้อมกับความเสี่ยง เพราะเมื่อเราเปิดประเทศ ไม่ว่าเราจะเตรียมการป้องกันขนาดไหนก็ตาม ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เมื่อเราประเมินสถานการณ์ และคิดถึงความอยู่รอดในการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันบ้าง”

นายกรัฐมนตรีเลือกที่จะเยียวยาปัญหาปากท้องของประชาชนเพิ่มขึ้น จากที่เคยเอาแค่ควบคุมการระบาด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงยุทธศาสตร์การรับมือวิกฤตโควิด

แน่นอนทุกการปรับเปลี่ยนย่อมมีคนเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง คนที่ให้น้ำหนักกับสุขภาพอนามัย เพราะไม่เดือดร้อนกับชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องจำกัดขอบเขตการทำมาหากินย่อมไม่เห็นด้วย แต่คนที่เห็นว่าชีวิตควรดำเนินต่อไปในวิถีปกติให้มากที่สุด โดยเฉพาะช่องทางทำมาหากินเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง สร้างครอบครัว ย่อมเห็นด้วยกับการเปลี่ยนวิธีรับมือโรคระบาดร้ายแรงนี้

แต่ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรีได้เลือกแล้วว่าชีวิตคนไทย 120 วัน หลังจากนี้ จะต้องเป็นไปในวิถี “ยอมรับการอยู่ร่วมกันกับโควิด”

การประกาศเปิดประเทศในสถานการณ์ระบาดที่ยังร้อนแรงด้วยตัวเลขติดเชื้อในหลัก 3,000 คนต่อวัน และการเสียชีวิตในจำนวน 30-40 คน เป็นเรื่องที่มองไปทางอื่นไม่ได้เลยนอกจาก การทำมาหากินวิกฤตหนัก จนน่าจะส่งผลต่อประเทศระดับที่เอาไม่อยู่แล้ว

คำประกาศของนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะเอาเข้าจริงไทยเราไม่ใช่ประเทศแรกที่ใช้วิธีอยู่ร่วมกับโควิดด้วยชีวิตปกติให้มากที่สุด

มีหลายประเทศที่กำหนดภารกิจของรัฐบาลเป็นผู้อำนวยการให้ประชาชนจัดการรับมือโควิดด้วยตัวเอง แทนที่จะใช้อำนาจควบคุม บังคับ สั่งการให้ดำเนินชีวิตตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนด

แต่การอำนวยการนั้นมากกว่า “ฉีดวัคซีน” ให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์

ประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่ใน 3 วิธี พร้อมๆ กัน คือ

หนึ่ง ให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจโรคได้ง่าย รู้ผลเร็ว ซึ่งมีวิธีการนี้อยู่ แทนที่จะใช้แบบแยงจมูก เอาสารเหลวเข้าห้องแล็บเป็นหลักเหมือนที่ประเทศไทยเราเลือกใช้อยู่

ใช้วิธีตรวจแบบที่ประชาชนจัดการตัวเองได้

สอง ให้ความรู้ในการป้องกันด้วยอุปกรณ์ต่างๆ อย่างใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง หรืออะไรก็ตาม ทำให้ประชาชนมีความรู้อย่างเต็มที่ที่จะจัดการตัวเองได้

สาม วัคซีน ต้องมีพอ และเข้าถึงง่าย ประชาชนรับผิดชอบตัวเอง

การมุ่งที่การอำนวยการจะสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนดูแลตัวเองและสังคมได้ดีกว่าการใช้อำนาจควบคุม สั่งการ และลงโทษ

มีเสียงเรียกร้องให้ใช้วิธีนี้มานานแล้ว แต่รัฐบาลถนัดที่จะจัดการแบบใช้อำนาจบังคับมากกว่า

เมื่อมีแผนเปิดประเทศใน 120 วัน โดยยอมรับ “ความเสี่ยง” ที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น

เรื่องที่ต้องเร่งรัดให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือ “จิตสำนึก” ของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องมีความคิด ความเชื่อว่า “หน้าที่คืออำนวยความสะดวกให้ประชาชนจัดการตัวเองได้”

เลิกทำตัวเป็นผู้รักษากฎ มุ่งใช้อำนาจบังคับให้ประชาชนต้องทำตามตะพึดตะพือ

ความร่วมมือของประชาชนที่ได้มาจากความไว้วางใจว่าทุกคนจัดการตัวเองได้ ขอเพียงรัฐอำนวยให้เกิดความสะดวก เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การเปิดประเทศเป็นไปด้วยความราบรื่น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แพนเค้ก’ ปลื้มบุญใหญ่ครอบครัว หลังเผยภาพ พ่อหนุ่ย เข้าพิธีอุปสมบท
บทความถัดไปเปิดตัวหนังสือคุณภาพ ‘กัปตันเฮนโด้’ ที่บรรดาสาวก ‘หงส์แดง’ พลาดไม่ได้